fbpx

รีวิว EinScan Pro 2X 2020 มีอะไรดีขึ้นจากเดิม

สแกนเนอร์ EinScan Pro 2X เป็นสินค้ามีชื่อของ Shining3D ใช้กันแพร่หลายเนื่องจาก เป็น Hybrid สแกนได้ทั้งแบบ Fix-ขาตั้งกล้อง และ แบบ Handheld-มือถือสแกน จะเอาละเอียดก็ใช้ขาตั้งกล้องเอา จะเอาของชิ้นใหญ่-สแกนคนก็ใช้มือถือสแกนเอา EinScan Pro 2X (ต้นฉบับเริ่มขายเมื่อ 2018)

Timeline ของโปรดักส์ EinScan Pro 2X

เดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมาได้ทำ Minor Change เป็น EinScan Pro 2X 2020 หลักการทำงานยังเหมือนเดิม มี Upgrade หลักๆขึ้นมาอีก 4-5 ข้อดังนี้

Upgrade List

  1. มีการเปลี่ยนวัสดุนิดหน่อย แก้ปัญหาเรื่อง LED ขาดเมื่อใช้ไปนานๆ / Software มีการพัฒนาเรื่อง AI
  2. สามารถสแกนได้ละเอียดขึ้นจาก 50micron เป็น 45micron ในโหมด Handheld — เอาง่ายๆเมื่อใช้มือถือสแกน จะสแกนได้คมขึ้น ละเอียดขึ้นนั้นเอง เป็นผลจากการ Upgrade ทั้งในส่วน Software และ Hardware
  3. สามารถไม่ติด Marker Sticker ในโหลด HD Scanner ได้แล้ว มีข้อแม้ว่าวัตถุต้องมีรูปทรงหรือลวดลายเฉพาะ ให้ AI จับ Texture ไปเรื่อยๆได้ — อันนี้จะดีกับคนที่ต้องสแกนมือถือ HD Mode แต่ไม่อยากติด Marker
  4. ความละเอียดในการ Scan เพิ่มเป็น 3,000,000point/sec — Point Cloud ที่เก็บมากขึ้น งานสแกนก็จะคม ละเอียดขึ้น
  5. ขนาด Scan ต่อ Shot ใหญ่ขึ้น 15% จาก 2x รุ่นก่อน 150x120mm – 250x200mm — Projector มีขนาดใหญ่และมีความแรงขึ้น(นิดนึง) ทำให้การสแกนเร็วขึ้น
Highlight Spec 2X 2020 จุดสำคัญที่มีการ upgrade

โหมดในการสแกนทั้ง 4 โหมดยังมาครบ

  1. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานหรือ Handheld HD Scan เป็นการสแกนที่ความละเอียด 45 Micron (0.045mm) ยิงแสงแบบแถบเส้น ทำได้โดยการเตรียมวัตถุ โดยติดหรือไม่ติด Marker ก็ได้ (ไม่ติดได้กรณีวัตถุมีรูปทรงลาดลายตลอดชิ้นงาน / ติดเมื่อชิ้นงานส่วนมากค่อนข้างเรียบ) เพื่อกำหนด Reference โดยผู้ใช้สามารถเดินรอบชิ้นงานที่ต้องการสแกนได้เลย โหมดนี้เหมือนกับการสแกนที่ต้องการคุณภาพสูง วัตถุอยู่นิ่ง ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต เช่น การสแกนรูปปั้นนอกสถานที่ วัตถุทางศิลปะ ชิ้นส่วนทางวิศกรรมที่ไม่สามารถถอดออกเป็นชิ้น ๆ ได้
  2. ระบบมือถือสแกนรอบชิ้นงานแบบเร็ว Handheld Rapid Scan ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 100Micron (0.1mm) ยิงแสงแบบ QR Codeไม่ต้องติดสติกเกอร์ Marker เหมาะกับการสแกนสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์
  3. สแกนอัตโนมัติด้วยถาดหมุน (Auto Scan) วางชิ้นงานลงบนฐาน เครื่องจะทำการสแกนจนเสร็จ ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ซึ่งถือว่าคุณภาพสูงมาก แต่มีข้อจำกัดที่ชิ้นงานต้องขนาดไม่เกิน 20cm
  4. สแกนทีละช็อตโดยใช้ขาตั้งกล้อง(Fix Scan) ความละเอียดในการสแกนอยู่ที่ 40Micron (0.04mm) ทำการสแกนที่ละซ็อตไปเรื่อยๆโดยเครื่องสแกนเนอร์ต้องอยู่บนขาตั้งกล้อง

Info Graphic ต่างๆเพื่องานต่อความเข้าใจ

ภาพแรกเป็นการเปรียบเทียบ ขนาดสแกนต่อ Shot ของ 2x 2020 VS HD VS HX
ภาพสอง เปรียบเทียบต่อ นำภาพมาซ้อนกัน
ความเร็วในการสแกน

สรุป

  • สแกนเนอร์ Upgrade ขึ้นมานิดหน่อย Software จะ update ให้ตัวใหม่ 2020 เรื่อยๆ / ตัวเก่าจะ update น้อยลง
  • ราคาสูงขึ้น
  • ยังเป็นตัวที่น่าใข้เหมือนเดิม คาดว่าน่าจะเป็นสินค้าขายดีของ Shining3D เหมือนเดิม

หากสนใจสินค้า สามารถติดต่อเราได้ครับ 3DD เป็น Master Distributor ของ Shining3D ตั้งแต่ 2015

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

กระเป๋าไม้เก๋ๆ น่ารักแบบไม่เหมือนใครด้วย Laser cutter CO2

เอาใจสาวๆ หรือคนที่ชอบกระเป๋า ชอบการออกแบบเราจะขอชวนให้มาออกแบบกระเป๋าใช้งานเองง่ายๆ เพียงแค่ใช้โรแกรม Illustrator หรือโปรแกรมออกแบบเป็นกับงานร่วมกับเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ซึ่งไม่ว่าจะตัด แกะสลักลวดลายต่างๆ ก็สามารถทำได้สบายๆ ใครที่ไม่อยากจะใช้กระเป๋าแบบเดิมๆ แล้วลองเปลี่ยนมาเป็นไม้ดูสีของไม้นั้นช่างดูคลาสิกเสียจริงๆ ยิ่งมองยิ่งน่ารักอย่างเช่นเคยเราได้ออกแบบผ่านโปรแกรม Adobe Illustrator เช่นเคยเพราะเขียนเส้นแบบ Vector ได้ดีกว่าโปรแกรมอื่นๆ และใช้งานง่าย ขนาดกระเป๋าที่เราจะทำนั้นอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร ใช้ไม้กระดานที่มีความหนา 3 มิลลิเมตร

ออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ให้เป็น Vector

รายการอุปกรณ์และเครื่องมือ
1. โปรแกรม Adobe Illustrator, RDWork หรือโปรแกรมอื่นๆ
2. ไม้กระดาน หนา 3 มิลลิเมตร
3. แม่เหล็กแผ่นกลม 4 อัน
4. เครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
5. สายกระเป๋า (หนัง, ผ้า, ยาง)
6. กาวร้อน
7. กรรไกร

รูปภาพอุปกรณ์

ขั้นตอนการออกแบบ
เริ่มการออกแบบด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator ใช้วาด vector เส้นตามที่เราต้องการจะตัดหรือแกะสลักลงบนไม้ขนาดที่เราออกแบบไว้จะอยู่ที่ 12x20x5 เซนติเมตร และได้ใส่ QR code ไว้ด้ยที่ด้านข้างของกระเป๋าจะสามารถสแกนเข้าไปที่เว็ปไซด์ของทางร้านเราได้เลยทันทีส่วนอีกด้านนั้นจะมีเป็น Logo ตามที่ออกแบบไว้ และที่เป็นฝาของกระเป๋าจะมีคำที่เป็นตัวอักษรเวลาเราพิมพ์กน็ปกติเลย แต่เมื่อจะทำการ save ออกมาใช้งานจะต้องเป็นให้เป็น vector เสียก่อนให้คลิกขวาที่ข้อความนั้นๆ แล้วเลือก create outline ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้เวลานำไปเปิดในโปรแกรม RDWork จะไม่มีข้อความปรากฏขึ้นมาให้ เมื่อออกแบบเสร็จแล้วให้ทำการ Export ออกมาเป็นนามสกุล .DXF

ขั้นตอนการสร้างไฟล์ Cutting ด้วยโปรแกรม RDWork
เปิดโปรแกรม RDWork ขั้นมาทำการ import ไฟล์ที่เรา export ออกมาจาก Adobe Illustrator เพื่อจะทำการเลือกส่วนที่ต้องการกำหนดให้มีการตัด แกะสลัก ตามจุดต่างๆ ที่เราต้องการโดยเราจะกำหนดดังนี้
-สีดำ กำหนดเป็น Cut /ค่าการใช้งาน Speed 10-15 mm/s, Power 90%
-สีแดง กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 40%
-สีน้ำเงิน กำหนดเป็น Scan /ค่าการใช้งาน Speed 100 mm/s, Power 60%
เมื่อตั้งค่าตามนี้ได้เรียบร้อยแล้วก็กด SaveToUFile ออกมาเป็นนามสกุล .rd เพื่อนำไปเปิดในเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter ในขั้นตอนการตัด

การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก
การตั้งค่าในโปรแกรม RDWork เพื่อจะตั้งค่าการเลือกตัดหรือแกะสลัก

ขั้นตอนการตัดด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter
นำ USBDrive มาเสียบที่ตัวเครื่อง Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter และเลือกไฟล์ที่เราต้องการจะสั่งตัด จากนั้นนำปผ่นไม้กระดานไปวาง ณ ตำแน่งที่เหมาะสมของตัวเครื่องและสั่ง start ได้เลย เมื่อทำการตัดเรียบร้อยจะได้ชิ้นงานออกมาเป็นประมาณนี้













งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

งานออกแบบ D.I.Y ชั้นวางของด้วย Ray6 Smart CO2 Laser-Cutter

วันว่างๆ ก็ปิ๊งไอเดียดีๆกับงานออกแบบ ซึ่งต้องขอย้อนความไปก่อนเลยว่าทำไมถึงเกิดบทความนี้ขึ้นมาได้ เพราะได้เห็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ทางร้านได้มีตั้งโชว์ไว้หน้าร้านเพื่อไว้ให้ทางลูกค้าดูหรือทดสอบโดยจะมีหลากหลายรุ่น เช่น Einscan Pro 2Xseries, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX นั้นจะมีการวางไว้แบบไม่ได้เป็นระเบียบเลย บางทีสายก็พันกันไปมาจะใช้งานครั้งๆ หนึ่งต้องไปหยิบแกะออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดูไม่ดีถ้าลูกค้าที่เข้ามาชมสินค้าของทางร้านเราและอีกอย่างถ้าไม่วางหรือจัดเก็บตัวเครื่องไม่ดีนั้นอาจจะทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้ และประจวบเหมาะกับที่ทางร้านของเราเป็นผู้จำหน่ายทั้ง 3D Printer, 3D Scanner และ Laser cutter จึงมีความคิดว่าควรจะนำสิ่งที่เรามีนั้นมาออกแบบชั้นวางของดีไหมเครื่องสแกนเนอร์ที่วางโชว์หน้าร้านจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอาจริงๆ นะะถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะนำไปต่อยอดธุรกิจต่างๆ ที่กำลังจะเริ่มต้น หรือหาแนวทางอยู่สิ่งนี้ก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็จะมาทั้งสอนทั้งรีวิวด้วยว่าเราทั้งเครื่องมืออะไรบ้างในการออกแบบชั้นวางของออกมาที่ได้เห็นดังภาพบางคนอาจจะนำไปทำตู้ใส่ของ โคมไฟ งานอาร์ตแบบแนวๆ ก็ได้เพราะเครื่อง Laser cutter มีหลากหลายขนาดและสามารถนำไปต่อยอดได้มากมาย เดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องในการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ จะมีขั้นตอนตามลำดับดังนี้เลย

1. การออกแบบ Design Products

การออกแบบทางเราจะออกแบบด้วยโปรแกรม Illustrator โดยขนาดที่ใช้จะ 600×400 มิลลิเมตร ที่สำคัญพยายามออกเป็นหน่วยมิลลิเมตรนะครับ เพราะว่าเมื่อนำไปเข้าโปรแกรมที่จะ cutting นั้นขนาดจะได้ไม่เพี้ยน การออกแบบด้วย Illustrator นั้นก็ใช้เครื่องมือวาดตามปกติเลย ถ้าใครที่ไม่ถนัดโปรแกรมนี้อาจจะใช้เคื่องมืออื่นได้สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเครื่อง Laser cutter ในความคิดที่เราออกแบบนั้นชั้นวางจะต้องวางเครื่องสแกนเนอร์ที่เรามีได้ทั้งหมดที่เป็นแบบ Handheld ทั้ง 4 รุ่น Einscan Pro 2X series, Einscan Pro HD, Einscan H และ Einscan HX แล้วที่ด้านล่างของชั้นวางจะต้องมีช่องลิ้นชักที่ไว้เก็ยสายไฟ สายเชื่อมต่อUSB หรือ Marker สำหรับการใช้งานติดชั้นงานสแกนแค่ลิ้นชักสำหรับเก็บของนั้นยังไงพอเพราะเครื่องสแกนเนอร์บางรุ่นจะต้องใช้สเปร์ยแป้งหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกก็เลยออกแบบให้ที่ด้านลังของชั้นวางมีช่องวางเพื่อไว้ใส่ของอื่นๆ เพิ่มเติม ชั้นวางที่ได้อออกแบบไว้นั้นจะมีขนาด 300×500 มิลลิเมตร จากนั้นจะทำการ Export file ออกมาเป็น .DXF เพื่อนำไปเปิดในโปรแกรม RD Work ในขั้นตอนต่อไป

โปรแกรม Illustrator CC สำหรับการออกแบบ
Layout ต้นแบบชั้นวาง
ผนังด้านข้างซ้ายและขวา
ช่องแบ่งตัวเครื่องสแกนเนอร์ และผนังด้านหลัง
ช่องใส่ของที่เป็นส่วนของลิ้นชัก 2 ส่วน

2.การตั้งค่าเพื่อสั่งการตัดด้วย Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
โปรแกรมที่ใช้สั่งงานเครื่องรุ่นนี้จะใช้โปรแกรม RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ที่เป็น CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD ซึ่งโปรแกรมนี้จะสามารถใชได้กับเครื่อง Laser Cutter ได้หลากหลายโดยเราสามารถกำหนดขนาดที่ต้องการจะทำงานได้ โดยขนาดที่เราจะใช้คือ 600×400 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไม้กระดานขนาด 3 มิลลิเมตร กับแผ่นอคลิลิค 3 มิลลิเมตร ในโรแกรมเราสามารถเลือกการตั้งค่าได้ว่าเราจะ Cut,Scan, Dot, หรือ Pen เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบของานที่เราต้องการซึ่งอันนี้ทางเราจะเลือกเป็น Cut เพราะต้องการตัดและนำแต่ลพชิ้นส่วนมาประกอบ



โดยหลักแล้วเราจะมีการปรับไม่ค่อยมากในโปรแกรม RD Work คือ
– จุดที่ (1) เป็น Layout ที่เราจะไว้ทำงานเหมือนขนาดที่เราจะตัดงานได้ แต่ไม่ควรจะวางชิ้นงานที่เราออกแบบไว้ใกล้กันมากเกินไป ปกติจะเว้นไว้ประมาณ 2 มิลลิเมตร
– จุดที่ (2) เป็นการตั้งค่าความเข้มของ Laser ส่วนมากถ้าตัดจะใช้ 90% แต่ต้องแล้วแต่กำลังของเครื่องแต่ละรุ่นด้วยของทางเราเครื่องมีกำลังที่ 60Watt ถ้าเครื่องที่มีกำลังเยอะกว่านี้อาจจะใช้ค่านี้น้อยลงตามลำดับก็สามารถตัดขาดแล้ว และยังสามารถเลือกความเร็วในการ cut ได้ด้วย
– จุดที่ (3) เป็นการกำหนดค่ากำลัง Laser และรูปแบบการทำงาน Cut,Scan, Dot, Pen ตามที่เราต้องการ สามารถกำหนดค่าหรือรูปแบบการยิ่ง Laser ได้หลายรูปแบบตาม Layer ของสีนั้นๆ ที่เราเลือกไว้ใน 1 file งานที่ต้องการทำงาน
– จุดที่ (4) เป็นการ Export ไฟล์ออกเพื่อนำไปสั่งงานที่เครื่อง Laser cutter

3. การใช้งานตัวเครื่อง Laser Cutter รุ่น Ray6 Smart Co2 Laser ขนาด 600×400 มิลลิเมตร
เรานำ USB Drive ที่ได้ save งานไว้มาเสียบที่ตัวเครื่องจากนั้นให้ copy file ลงที่ตัวเครื่องไฟล์ที่ใช้งานจะเป็น .rd ด้วยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับตัวควบคุม Ruida 6445 รุ่นใหม่ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้หลากหลายและง่าย หน้าจอใหญ่สามารถเห็นภาพก่อนที่จะสั่งเริ่มการ cut ได้ เครื่องตัดและแกะสลักด้วยเลเซอร์ชนิด CO2 รองรับทั้งการตัดและแกะสลัก วัสดุอโลหะ แผ่นพลาสติก, Acrylic, HIPS, Plywood, พลาสวูด, หนัง, ผ้า และ อื่นๆ ซึ่งที่จริงสามารถสั่งงานผ่าน Computer, USB Drive, LAN หรือ Wifi แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกแบบไหนแต่ที่เราเลือกคือ USB Drive

4.การประกอบชั้นวางเครื่องสแกนเนอร์
การประกอบจะทำมาเป็นช่องๆ ไว้อยู่แล้วจนาดจะประมาณ 30*3 มิลลิเมตร จุดที่เป็นไม้นั้นจะใช้กาวร้อนในการเชื่อมต่อแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นที่เป็น Acrylic จะใช้น้ำยาเชื่อมพลาสติกในการติดลองดูในวีดีโอได้นะครับ



3D Printer SLA + ความคิดสร้างสรรค และงานศิลปะ

3D Printer SLA + ความคิดสร้างสรรค และงานศิลปะ

หลายๆ คนต้องการหาสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อมาทำให้ความรู้สึกที่เเหนื่อยล้าในการใช้ชีวีตแต่ละวันให้มีชีวิตชีวา และมีสีสันที่สดใส่มากขึ้น วันนี้เรา PRINT3DD ขอนำเสนอการเริ่มปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือจะเป็นสิ่งที่เราอาจมองข้างมันไปทั้งๆที่เราใช้เวลากับมันนานมากในแต่ละวันเราขอเรียกมันว่า Keyboard Art ทุกความสร้างสรรคที่ไม่มีวันสิ้นสุดมักต้องมีการเริ่นต้นที่สวยงามอยู่เสมอ ผลงานชิ้นนี้เป็นการนำเอาชิ้นงาน 3D Printer SLA จากเครื่อง Formlabs Form 3 มาสร้างงานศิลปะขนาดเล็ก แต่ช่วยทำให้ความรู้สึกของผู้ที่มาพบเห็นมีรอยยิ้ม และสร้างความตื่นเต้นได้มากมาย อีกทั้งยังช่วยสร้างพลังบวกในด้านแนวความคิดในสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่ตัวเราคิดอีกด้วย ทั้งนี้สิ่งที่เราได้สร้างขึ้นนั้นไม่ใช่แค่ปุ่มๆ หนึ่ง แต่มันคือความรู้สึกที่พวกเราทุกคนต้องได้รับมันในทุกๆ วันเพื่อมีความสุขในการใช้ชีวิตในวันต่อๆ ไป

รีวิวหัวฉีดAdventurer3 ใหม่ ในโหมดHigh Temp ด้วยPETG Filament

รีวิวหัวฉีดAdventurer3 ใหม่ ในโหมดHigh Temp ด้วยPETG Filament
Adventurer3 กับหัวฉีดใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางเราได้ทำการแจ้งข่าวเกี่ยวกับหัวฉีดใหม่ของเครื่องAdventurer3 ที่สามารถทำความร้อนได้สูงถึง265องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
เรามาทำความรู้จักหัวฉีด Flashforge Adventurer3 และAdventurer3 Lite ใหม่กัน!

และนี่เป็นตัวอย่างของตัวงานที่พิมพ์อออกมาด้วยหัวพิมพ์ใหม่พร้อมกับการตั้งค่าเลย

Adventurer3
Nozzle:245c
Bed:70
Speed:60

นี่เป็นตัวอย่างงานง่ายๆที่เราได้ทำการทดสอบพิมพ์ด้วยความร้อนที่มากกว่าหัวฉีดแบบดั้งเดิม……แล้วแบบนี้ของใหม่มีข้อสังเกตอะไรบ้าง

ข้อสังเกตของหัวพิมพ์265องศา
-ราคาสูงกว่าหัวดั้งเดิม หากลูกค้าที่พิมพ์แค่PLA หรือวัสดุที่ไม่ได้ใช้ความร้อนสูงมากก็ไม่จำเป็นต้องใช้หัวรุ่นนี้
-การทำความร้อนจะช้ากว่าหัวรุ่นเดิมเพราะเนื่องจากวัสดุที่มีความทนทานของหัวมากขึ้น

แล้วผู้ใช้แบบไหนล่ะที่เหมาะกับหัวตัวใหม่
-ผู้ใช้ที่ใช้วัสดุความร้อนสูง ความแข็งสูงเช่น ABS PETG หรืออื่นๆ(หัวใหม่จะพิมพ์ABSได้ดีกว่าเพราะแข็งแรงกว่า ทำความร้อนได้มากกว่า)

*****Adventurer3 Lite ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ

PETG คุณภาพสูงจาก 3DD

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

Custom ฝากระโปรงหน้า Xpander 5นาทีก็เสร็จแค่มี EinScan HX.

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาแบไต๋สำหรับงาน Reverse Engineering กันครับอย่างที่เราได้เห็นว่าบริษัทเราเป็นผู้เชี่ยวชาญและจำหน่ายตัวเครื่อง 3D PRINTER , 3D SANNER ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อของเราพร้อมที่จะให้ข้อมูลสำหรับ Solution ต่างๆ อย่างเช่นตอนนี้ทางเราได้โจทย์มาว่า เราจะ CAD ฝากระโปรงรถยนต์ Misubishi Xpander ขึ้นมาใหม่และทำการ Custom มันจากเดิมที่เป็นอยู่เพื่อทำ After Market ของแต่งๆ ต่างๆ นาๆ สารพัด แล้วโจทย์ที่สำคัญคือเราจะ CAD มันได้อย่างไร ให้เรามานั่งวัดแต่ละมุม ส่วนโค้งเอย ส่วนเว้าเอย ความยาวเอย วัดยังไง ? เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรวัดมัน วันนี้ PRINT3DD มาโชว์การทำ

Reverse Engineering กันครับ

มาเริ่มกันเลยครับ จากภาพที่เห็นเราใช้เครื่อง 3D Scanner รุ่น EinScan HX โดยใช้โหมด Bule Laser งานจะเงามี Reflective แค่ไหนก็ไม่กลัวเพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้ใครกับงานอุตสาหกรรม โดยตรงเหมาะกับงานชิ้นใหญ่ๆ แค่รถคันเดียวสบายมากครับ เริ่มสแกนและเอาไฟล์ไปทำ Reverse กันเลย

ได้ไฟล์งานมาเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราก็ต้องทำ Low Polygon และตัดแต่งผิวนิดหน่อยก่อนเพื่อให้เรียบง่ายแก่การทำ Section Line โดยก็เช่นเดิมครับโปรแกรมที่มาเป็น Set กับตัวเครื่อง EinScan Hx อยู่แล้วก็คือ โปรแกรม Geomagic Essentials ถามว่าเราทำอะไรบ้างในโปรแกรมนี้ เราจะมาไล่คำตอบกันตามนี้เลยครับ

  1. ลด Noise และ Wrap ผิวงานใหม่ เพื่อให้ไฟล์งานที่ Point กระจายจากการสแกนนั้นได้ผิวงานที่ดีขึ้นและกำจัด Point ที่ไม่จำเป็นต่อผิวงานออกไป
  2. เข้า Origin ให้กับชิ้นงานตามที่เราต้องการเลยว่าเราอยากวางไว้ตรงไหนเพื่อให้เราได้ทำงานง่ายขึ้น
  3. ตัดแต่งผิวงานส่วนที่สแกนไม่เต็ม เติมผิวงานโดยใช้ฟังก์ชั่น Filling Hole
  4. ทำ Section Line เพื่อที่เราจะนำ Section Line ตรงนี้เซฟออกไปเป็นไฟล์นามสกุล .iges เพื่อจะทำไป CAD ต่อในโปรแกรม Solid Edge 2021 ต่อได้

เรามาดู Work Flow หลังจากได้ Section Line ขั้นตอนสุดท้ายของงานและข้ามไป Solid Edge 2021 กันได้เลยครับ

ปูผิวงานโดยใช้ ฟังก์ชั่น Bounded ง่ายนิดเดียวแค่เพียง 2 คลิกก็ได้ผิวออกมาแล้วครับหลังจากนั้น ก็ทำการดึง Thicken ให้กับผิวงานได้เลยในส่วนของความหนาเราสามารถวัดได้จากตัวฝากระโปรงของจริงเลยครับ

ทีนี้ก็ได้เป็นไฟล์ CAD โดยสมบรูณ์แบบเรียบร้อยแล้วครับ เราจะทำอะไรก็มันก็ได้ตามใจชอบเลย ตัวอย่างนี้ต้องการแต่งช่องระบายอากาศภายในห้องเครื่องเพื่อเป็นต้นแบบก่อนในสัดส่วนและ Shape ก็จะเป็นสัดส่วนและ Shape จริงเดิมของ Xpander อยู่ครับ

 

ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากแต่งงานเสร็จแล้ว ก็ทำการ Save Export ให้เป็นนามสกุล .STL ได้เลยครับจะนำไปใช้กับ 3D Print SLA หรือจะไปทำ CNC แม่พิมพ์เพื่อทดสอบการประกอบได้เลยครับ

เป็นอันเสร็จสิ้นกันแล้วครับ ถ้ามีความชำนาญจริงๆ ทำแค่นี้ใช้เวลาไม่รวมการสแกนแค่ 5 – 10 นาทีก็เสร็จสิ้นแล้วครับแล้วทางเราจะทำการแบไต๋เรื่องต่างๆให้ได้รู้กันอีกเพื่อเป็น Know How ให้ลูกค้าได้เข้าใจหลักการต่างๆ ที่ทำงานและใช้งานได้จริงอีกนะครับ

 

Marshal Aeropart กับ Kings 1700 พิมพ์ต้นแบบเรซิ่นขนาดใหญ่

Marshal Aeropart กับ Kings 1700 พิมพ์ต้นแบบเรซิ่นขนาดใหญ่

ต้นแบบงานใหญ่งานโตไว้ใจเรา

ล่าสุดพิมพ์สำเร็จกับงานขนาดใหญ่ อย่าง โครงภายนอกรถยนต์สำหรับขึ้นต้นแบบเพื่องานชุดแต่งรถยนต์ ของทาง Marshal Aeropart ที่ได้ทำการสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3มิติ อย่าง Kings 1700 ไว้ในอ้อมกอด เพื่องานขึ้นต้นแบบชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ

ด้วยขนาดของเครื่องที่ใหญ่แล้ว ขนาดพื้นที่การพิมพ์ก็ใหญ่ตาม ขนาดจุใจที่สามารถพิมพ์ “กันชน” รถยนต์ได้ภายในครั้งเดียว โดยขนาดของการพิมพ์นั้นจะอยู่ที่ 1700 x 800 x 600 mm.

กว้างใหญ่ขนาดนี้ ใช้เวลาไม่นานเลยในการพิมพ์งานที่ใหญ่และซับซ้อน จำพวกงานวิศวกรรม รถยนต์ และอื่นๆ

พิมพ์โมเดลกันชนรถยนต์แบบไร้รอยต่อ

โดยทางร้านของเราไม่ได้มีแค่ไซต์1700 เท่านั้น ยังมี 600 และ 800 เพื่อให้เหมาะกับขนาดของงานแต่ละงานอีกด้วย

เครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม SLA (Stereolithography) เครื่องระบบนี้จะมีวัสดุตั้งต้นเป็นน้ำเรซิ่นไวแสง ขึ้นรูปด้วยแสงเลเซอร์ งานที่ออกมามีคุณภาพผิวสวยเก็บรายละเอียดได้ดีที่สุด เนื้อจากสารตั้งต้นเป็นของเหลวและจุดเลเซอร์นั้นเล็กมาก ทำให้สามารถสร้างชิ้นงานที่ซับซ้อนและรายละเอียดสูงๆได้ จุดเด่นคือชิ้นงานสวยที่สุดใน 3D Printer ทุกระบบ อีกทั้งสามารถพิมพ์ได้ใหญ่ ตั้งแต่ 300mm-1700mm ขึ้นกับรุ่นที่เลือก สามารถนำเครื่องไปพิมพ์ชิ้นงานตัวอย่าง หรือ Prototype

ส่วนหนึ่งของรถสปอต พิมพ์งานออกมาแล้วจะเห็นภาพรวมโดยชัดเจนมากขึ้น
ออกแบบงานเท่ๆ พิมพ์ออกมาเท่ดั่งใจนึก
ชิ้นงานที่พึ่งพิมพ์เสร็จใหม่ สดๆ ร้อนๆ

ทางร้านเข้าไปควบคุมการติดตั้งด้วยตัวเอง และคอยซัพพอร์ทการใช้งานตลอดเวลา ไม่ว่าปัญหาอะไรเราก็พร้อมที่ขับเดินทางไปแก้ไขให้ทันที

ลองเทียบขนาดชิ้นงานที่ออกแบบและพิมพ์ออกมา กับ ตัวรถจริง

เหมาะกับงานประเภท…
Automotive : กันชนรถยนต์ / หมวกกันน็อต / Console รถเข็น / อุปกรณ์ต่างๆในรถยนต์
Architecture : ตัวอย่างบ้าน / โครงสร้างสถาปัตยกรรม ที่ซับซ้อน
Artist : รูปปั้น / พระพุทธรูป / งานศิลปะขแนงต่างๆ
Medical : กระดูกและกระโหลกจาก CT หรือ MRI สแกน เพื่อใช้ในการวางแผนวิเคราะการรักษา / แบบหล่อชิ้นส่วนในการปลูกถ่าย implant

ทาง Print 3DD ขอขอบคุณ Marshal Aeropart // AmotriZ Bodykits Car ที่ได้ทำการสั่งซื้อ Kings 1700 เพื่อใช้ในงาน R&D ต้นแบบชุดแต่งรถยนต์ ทำให้งานออกแบบชิ้นงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและเห็นชิ้นงานจริงที่จับต้องได้ ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตจริง

หากใครสนใจชุดแต่งรถยนต์ มีหลากหลายรุ่นและหลายแบบ งานชุดแต่งรถยนต์ งาน Hyper Car สามารถติดต่อได้ที่ Marshal Aeropart / Amotriz :
👉facebook-Amotriz
👉Amotriz

สเกิร์ตชุดแต่งรถยนต์ที่ดีที่สุด AmotriZ

เรามาทำความรู้จักหัวฉีด Flashforge Adventurer3 และAdventurer3 Lite ใหม่กัน!

เรามาทำความรู้จักหัวฉีด Flashforge Adventurer3 และAdventurer3 Lite ใหม่กัน!

    หัวฉีดจะถูกแบ่งเป็น 2 ชนิดโดยแบ่งตามอุณหภูมิที่หัวฉีดทำได้สูงสุด แต่ยังคงขนาดเส้นพลาสติกเท่ากับตัวเก่าที่ 1.75mm. และยังสามารถเปลี่ยนใช้ได้ทั้ง 2 รุ่นของ Flashforge Adventurer คือ Adventurer3 และAdventurer3 Lite คุณสมบัติพิเศษที่หัวฉีด Adventurer ใหม่มีมาให้คือ การทำความร้อนที่สูงขึ้นเป็น 265 องศา จากเดิม 240 องศา ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับชนิดเส้นพลาสติกที่มีจุดหลอมเหลวสูงได้มากขึ้นจากเดิม และการทำงานที่หลากหลายในการปริ้นชิ้นงาน 3D มากขึ้นอีกด้วย แต่ทั้งนี้การที่จะเปลี่ยนหัวฉีดใหม่นั้นจำเป็นต้องทำการอัพเดทเฟิร์มแวร์ตัวเครื่องให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสียก่อน จึงจะมีหน้าเมนูในการเลือกใช้หัวฉีดขึ้นมาเพิ่มให้เราได้ใช้งานในส่วนของการอัพเดทเฟิร์มแวร์ก็สามารถทำได้ที่หน้าเครื่องโดยการต่อ Internet ให้กับตัวเครื่องแล้วเข้าไปที่เมนู เครื่องมือ>ตั้งค่า>ปรับปรุง>ตรวจสอบข้อมูลเวอร์ชั่น แล้วตัวเครื่องจะทำการอัพเดทให้อัตโนมัติทีนี้เราก็จะได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพของเครื่อง Flashforge Adventurer3 และAdventurer3 Lite

หัวฉีด Adventurer3 ใหม่

จุดสังเกตสำคัญของหัวฉีดใหม่

หัวฉีดซ้าย 240 องศา(เก่า) หัวฉีดขวา 265 องศา(ใหม่)
หัวฉีดซ้าย 240 องศา(เก่า) หัวฉีดขวา 265 องศา(ใหม่)

การอัพเดทเฟิร์มแวร์ตัวเครื่องให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

เครื่องมือ
ตั้งค่า
ปรับปรุง
รอสักครู่นะ!
หวัดดี เราเวอร์ชั่นใหม่
เราเองเมนูใหม่”หัวพิมพ์”
อะไรที่ใช่ในแบบคุณ เลือกเลย!แก๋ววว!

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

AutoScan Inspec / Sparkle + FORM3 กับงานซ่อมไฟล์งานเพื่อไปใช้จริง

เมื่อเราพบสิ่งของที่เกิดการแตกหักหรือเสียหายอันเนื่องมาจากอะไรก็ตามแต่ และเป็นของที่หาซื้อได้ยากและราคาสูง หรือบางครั้งก็ไม่มีขายอีกแล้ว วันนี้จึงมาแนะนำเคสตัวอย่างกัน เรามีตัวอย่างชิ้นงานที่เป็นฝาครอบ เกียร์ P ของรถ Mercedes-Benz ซึ่งเราได้ทำการขอติดต่อซื้อจากศูนย์บริการไปแล้ว แต่ทางศูนย์บอกชิ้นนี้ไม่มีอะไหล่ส่วนนี้แล้ว แล้วอย่างเราจะทำยังไงดี เมื่อมันแตกละเอียดขนาดนี้ ก็เอามาติดกาวสิครับในเมื่อเรามี 3D Solution ครบพร้อมแล้ว เราจะกลัวอะไรงัดสิ่งที่มีออกมาใช้ให้หมดเลยครับ

มาดูกันว่าเราใช้เครื่องมืออะไรกันบ้างและขั้นตอนแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง

จากที่ได้เห็นแล้วว่าเราใช้เครื่องมืออะไรบ้าง เรามาดูกันว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไรเพื่ออะไรบ้างกันครับ

  1. AutoScan Inspec / Sparkle : ใช้สำหรับงานสแกนต่างๆ สำหรับชิ้นงานขนาดเล็กเพราะตัวเครื่องสามารถสแกนได้ละเอียดสูงสุด 10 Micron เรื่องความคลาดเคลื่อนแทบจะไม่ต้องห่วง วางใจได้เลยสำหรับตัวเครื่องนี้ครับ
  2. Geomagic Essentials : ใช้สำหรับการแต่งผิวงาน และทำ Reverse Engineering ที่ได้จากเครื่องสแกน เพราะว่าเราสแกนจากงานจริงที่มีการแตกหักและเกิดรอยร้าว และมีบางส่วนที่เราต้องการเติมแต่งให้กับมัน เราจะใช้โปรแกรมตัวนี้ในการแต่งขัดผิว และเติมส่วนที่ต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์ครับ
  3. Formlabs Form3 : ใช้เพื่อขึ้นรูปงานที่เรา แต่งเสร็จแล้วจากโปรแกรม Geomagic Essentials เราจะได้ตัวชิ้นงานที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นงานที่สมบูรณ์หลังจากที่ได้ทำการ แต่งไฟล์งานมาอย่างละเอียด

 

เอาล่ะครับก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างชิ้นงานของจริงที่มันพังกันก่อนดีกว่า มาดูว่ามันพังเละแค่ไหน ขนาดติดกาวตราช้างแล้วยังเอาไม่อยู่

 

– เรามาลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากสแกนก่อนเลยและได้ไฟล์ออกมาครับ โดยตามที่เราบอกเราจะใช้ตัวเครื่อง

– เริ่มต้นด้วยการสแกนไฟล์งาน จากชิ้นงานจริงโดยใช้เครื่องสแกนงานขนาดเล็กรุ่น AutoScan Inspec / Sparkle จะได้ไฟล์งานตามรูปภาพซึ่งจะมีความละเอียดสูง และเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆที่เป็น Under Cut ได้ค่อนข้างดีแต่ผิวงานที่ได้เราควรที่จะต้องทำเพิ่มและเก็บงานให้ดีกว่านี้

– จัดการแต่งผิวงานให้มีความ Smooth และเรียบเนียนหลังจากนั้นก็เติมผิวงานที่เสียหายให้เต็มและขัดผิวนิดหน่อยตามใจชอบ

– หลังจากมั่นใจว่าไฟล์เสร็จสมบรูณ์แล้วก็ใช้เครื่อง Fom3 ขึ้นรูปได้เลยครับที่เลือกเป็น Form3 เพราะต้องการงานที่ละเอียดและเสมือนของจริงที่สุด และเรซิ่นที่ใช้ก็ใช้เพียง Standard Grey Resin เท่านั้นครับความแข็งแรงและความยืดหยุ่นพอดีสมหรับงานนี้ไม่จำเป็นต้องแข็งมาก ขอแค่ละเอียดและนำไปทำสีต่อได้

– มาลองเปรียบเทียบงานจริงและงานที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่กันครับว่า แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

 

ในที่สุดเราก็ได้งานในแบบที่เราต้องการเรียบร้อยแล้วครับ เหมือนกับของใหม่ที่พึ่งซื้อศูนย์มาเลยเหลือแค่ทำสีแค่นั้นเอง เป็นอีกหนึ่งไอเดียดีๆ ที่ทางเรา PRINT3DD นำมาแชร์ความรู้และหลักการทำงานที่ทางเราเองได้ทำไว้มาให้ครับ

 

 

 

 

 

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทางShining3D ที่ออกมาเพื่องานทำAR/VRโดยเฉพาะ ที่เน้นการสแกนงานเพื่อต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันลวดลายเหมือนจริงมากที่สุด แต่ก็ยังสามารถสแกนงานทั่วไปได้เหมือนสแกนเนอร์ทั่วไป
ความสามารถที่น่าสนใจมากของEinscan H ก็คือ ฟังก์ชั่นการสแกนบุคคลที่ให้ความสมจริงเป็นอย่างมากทั้งสี ริ้วรอย โครงสร้างของบุคคล รวมไปถึงเส้นผมก็ยังสามารถสแกนได้

หลอดอิฟราเรดจากด้านบน และWhite Light LEDจากด้านล่าง

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ที่เป็นHybrid ที่ใช้แสงสองระบบร่วมกันจะเป็นระบบWhite Light LED ที่ใช้กับการสแกนงานทั่วไปได้ และมาพร้อมกับระบบ Infrared ที่ใช้กับการสแกนบุคคลโดยเฉพาะในระบบนี้สามารถสแกนคนได้โดยไม่จำเป็นต้องหลับตา

ระบบInfraredของEinscan Hจะเป็นการใช้คลื่นย่านInfraredที่เข้าใกล้กับย่านVisible Light ดังนั้นระหว่างสแกนจะมีแสงอยู่เล็กน้อยและแสงก็ไม่มีความเข้มมากจึงสามารถสแกนใบหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหลับตา(แต่การมองแสงกระพริบนานๆก็ทำให้ดวงตาล้าได้เหมือนกันนะ)

ย่านของคลื่นแสงที่ใช้จะอยู่ประมาณIR ซึ่งปลอดภัยต่อคน
Einscan H มาพร้อมระบบHybrigที่สามารถทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้น และยังมีความสามารถในการสแกนงานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการสแกนอยู่ที่1,200,000จุด/วินาที อีกทั้งฟังก์ชั่นการทำงานในโปรแกรมยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย
ความละเอียดสูงถึง0.25mm ยังมาพร้อมความสามารถในการสแกนสีในตัว ที่ให้สีสดใสสมจริง และการเชื่อมต่อผิวงานด้วยพื้นผิวที่ยอดเยี่ยม
Body Scan ที่ใช้เพื่อสแกนคนโดยเฉพาะ ทำให้การสแกนบุคคลทำได้ง่ายมากขึ้น และยังใช้Infraredในการสแกน จึงปลอดภัยต่อตาของผู้ถูกสแกน
face Scanที่สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างครบถ้วน และยังสามารถสแกนเส้นผมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เก็บรายละเอียดของบุคคลได้อย่างครบถ้วน

ภายนอก
Einscan H เป็นสแกนเนอร์ระบบHandheldที่ออกแบบมาให้การจับถนัดมือและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถสแกนได้ต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

Einscan H มาพร้อมกับกล้องสี่ตัวช่วยเก็บรายละเอียดทุกมุม หลอดInfraredด้านบนเพื่อการสแกนเก็บสีและสแกนคนที่ยอดยี่ยม และ White light LEDด้านล่างที่สแกนงานได้หลากหลายได้สมจริง
ปุ่มปรับแสง(ซ้าย-ขวา) ปุ่มซูม(บน-ล่าง)และปุ่มเริ่มการสแกน ที่ใหญ่และกดง่าย เพื่อให้การใช้งานไม่ติดขัดสแกนได้อย่างต่อเนื่องกับงานทุกพื้นผิว

อุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง

ตัวเครื่องEinscan H
แผ่นcalibrateกับแผ่นวางเทียบสำหรับใช้กาง
Markers ขนาด10mm (ใช้กับEinscanHและEinscanHX)
สายสัญญาณที่มาพร้อมกับสายไฟ สามารถเสียบและถอดได้ง่าย
สายสัญญาณที่ยาวถึง5เมตร ใหญ่แค่ไหนก็สแกนได้ไม่ติดขัด
อแดปเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวปลั๊กได้

โหมดการสแกน
Einscan H มีโหมดสำหรับการสแกนงานอยู่สามโหมดด้วยกัน ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและยังออกแบบมาเพื่อสแกนคนได้ดียิ่งขึ้น
Standard Scan ใช้สำหรับการสแกนงานทั่วไป สแกนงานแบบเก็บรายละเอียดสี พื้นผิว หรือใช้งานสแกนงานที่จำเป็นต้องมีMarkers
Body Scan ใช้กับการสแกนร่ายกายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือคนที่ใส่ชุดเป็นตัวละครต่างๆได้ดี
Face Scan ใช้สำหรับการสแกนคนโดยเฉพาะ เน้นใบหน้าเป็นหลัก สแกนเส้นผมได้ดีและเลือกสลับไปใช้โหมดBody Scanได้ด้วย

Standard Scan
สำหรับโหมดนี้เป็นโหมดที่ใช้งานได้หลากหลายเพราะเป็นโหมดที่ใช้การสแกนทั่วไปโดยสามารถสแกนงานแบบทั่วไป สแกนสี สแกนเก็บพื้นผิว และก็ยังสามารถใช้งานกับMarkersได้ เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่ครบจบในที่เดียว(แต่หากจะสแกนคนใช้โหมดBody Scan หรือ Face Scanจะดีกว่านะ) แต่งานหลักของโหมดนี้คือการสแกนสิ่งของเพื่อนำไปใช้กับงานVR/AR หรือด้านอื่นๆที่ต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันสมจริง

ในครั้งนี้เราจะทำการสแกนโซฟาที่มีสิ่งของต่างๆวางอยู่ด้วย
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อพื้นผิวที่ดีเยี่ยมจึงทำให้สแกนจุดต่างๆได้อย่างดี
ลวดลายบนสิ่งของก็เก็บได้นะ
แค่ปรับแสง ไม่ว่าอะไรก็สแกนได้

ผิวเรียบ ผิวขน ร่องเล็กน้อย ได้หมด

ผลการสแกนหลังจากGenerate point Cloud โดยที่ยังไม่ได้ปิดผิวแต่อย่างใด
ปิดผิวเสร็จก็สวยขึ้นไปอีก

ลวดลายที่ได้แทบไม่ต่างจากของจริงเลยล่ะ
สีสันสวยสดสะดุดตา

เนื้อผ้าที่เราแทบไม่สังเกตยังเก็บมาครบ

Body Scan/Face Scan
ในโหลดนี้จะเลือกเป็นFace Scanที่ใช้สแกนหน้าโดยเฉพาะที่จะสามารถเก้บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปทรงของส่วนต่าง ผิว ริ้วรอยต่างๆ และเส้นผม และในโหมดนี้ยังจะสามารถสลับไปเป็นBody Scan ได้อัตโนมัติเมื่อเราเลื่อนไปสแกนร่างกายต่อได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สองโหมดเพื่อสแกนคนหนึ่งคน

ตัวอย่างการสแกน(ก่อนGenerate point cloud)
ตัวอย่างการสแกนหลังจากGenerate Point Cloudแล้ว

การสแกนครั้งนี้เราได้นางแบบสุดสวยพร้อมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดพร้อมท้าทายความสามารถของEinscan H แบบจัดเต็มกันเลย

เริ่มจากหน้ามาก่อนเลย
เก็บบน-ล่างให้ครบ
สแกนส่วนอื่นๆต่อกันเลย
ลบส่วนเกินนิดหน่อยก็โอเคแล้ว
ผลจากการสแกนที่ยังไม่ได้ปิดผิว
ผลจากการสแกนที่่ปิดผิวแล้ว
เกือบครบทั้งตัว แต่สีครบ สมจริงสุด
เส้นผม ตัวหนังสือเล็กน้อยก็ยังเก็บได้
สีสันฉูดฉาดสะดุดตาจริงๆ

เป็นยังไงบ้างครับกับผลงานการสแกนด้วยEinscan H จะเห็นว่างานที่ได้จะเน้นไปทางงานที่ต้องการความสมจริง สีสันสดใส รายละเอียดต่างๆเพื่อนำไฟล์ที่ได้ไปใช้ต่อในด้านการแสดงผลแบบสมจริงและยังข้ามข้อจำกัดในการสแกกนคนที่มีความยากมากๆในการใช้สแกนเนอะรุ่นอื่นๆในการสแกนบุคคลEinscan Hถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก หลังจากที่เราได้รีวิกันไปเรียบร้อยแล้วก็จะสรุปข้อดีและข้อสังเกตของ

จุดเด่นของEinscan H
-น้ำหนักเบา จับถือสะดวก ปุ่มกดง่าย
-สแกนได้เร็ว เชื่อมต่อจุดต่างๆด้วยพื้นผิวของตัวงานเองได้ยอดเยี่ยม จึงสแกนได้ต่อเนื่อง
-สีสันสวยสดใส สมจริงมาก รายละเอียดบนพื้นผิวก็เก็บได้หมด
-สแกนคน มาสคอสต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อสังเกต
-ไม่สามารถใช้โหมดFixed scanได้
-สแกนเนอร์เป็นระบบ White Light และ Infrared จึงไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร

หากสนใจEinscan H สามารถเข้ามาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ