เปรียบเทียบการใช้งานระหว่าง 3D Scanner : EinScan SE – V2 & EinStar

เปรียบเทียบการใช้งานระหว่าง 3D Scanner :  EinScan SE – V2 & EinStar

EinScan-SE + Einstar : Solution สแกนเสริมสำหรับวัตถุทุกขนาด

ด้วยความต้องการการสแกน 3 มิติที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ ความต้องการเครื่องสแกนที่สามารถรองรับทั้งวัตถุที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่จึงกลายเป็นคำถามที่พบบ่อย ว่าเราควรเลือกรุ่นใดแบบใดดีในขณะที่เรามีงบประมาณจำกัด คุณกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่หรือไม่ ไม่ต้องไปไกลด้วยการผสมผสานของผู้ผลิตอย่าง SHINNING3D ที่ได้เขียนบทความแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานในครั้งนี้ด้วยการแนะนำ 3D Scanner ที่ตอบโจทย์ในหลากหลายด้านธุรกิจอย่าง EinScan-SE – V2 และ Einstar เครื่องสแกนทั้งสองเครื่องนี้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นเพื่อให้คุณสแกนงานวัตถุทุกขนาดเพื่อให้ได้คุณภาพงานทีดีที่ได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

เปรียบเทียบข้อดี และความเหมาะสมกับการใช้งานสแกนวัตถุ EinScan-SE – V2 และ Einstar

Compare : EinScan SE – V2 & EinStar
  • EinScan-SE – V2 : สำหรับสแกนวัตถุขนาดเล็กอย่างแม่นยำ

EinScan-SE – V2 เป็นเครื่องสแกนแบบตั้งโต๊ะที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสแกนวัตถุขนาดเล็ก ขนาดการสแกนอยู่ที่ 30 – 70 ซม. หรือเล็กสุดไม่ควรเกิน 3 – 5 ซม. ถาดหมุนอัตโนมัติช่วยให้สแกนได้ง่ายและแม่นยำ ด้วยตัวเครื่องเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มาพร้อมกับขาจับตัวเครื่องและถาดหมุนในการสแกนที่มากขึ้น ด้วยความแม่นยำสูง EinScan-SE – V2 จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการสแกนวัตถุขนาดเล็กที่แม่นยำ

  • Einstar : เครื่องสแกนราคาย่อมเยาว์ที่สุด สำหรับวัตถุขนาดใหญ่

Einstar เป็นเครื่องสแกนมือถือที่เหมาะสำหรับการสแกนวัตถุขนาดเท่าคนหรือวัตถุขนาดใหญ่ ด้วยอัลกอริธึมที่ไม่เข้มงวดและช่วงการสแกนที่กว้าง Einstar จึงสามารถสแกนกลางแจ้งได้อย่างง่ายดาย ความคุ้มทุนทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด เน้นไปทางสแกนงานใหญ่และสแกนงานขนาดกลาง แต่จะไ่ม่เหมาะกับงานสแกนขนาดเล็ก

 

การผสมผสานกันระหว่าง 3D Scanner ทั้ง 2 รูปแบบที่ช่วยให้มั่นใจในการสแกนวัตถุทุกขนาด

แต่ทำไมต้องใช้สแกนเนอร์ทั้งสองเครื่องร่วมกัน ในขณะที่ EinScan-SE – V2 สามารถสแกนวัตถุขนาดใหญ่ได้ และ Einstar ก็สามารถสแกนวัตถุขนาดเล็กได้เช่นกัน จุดแข็งของพวกเขาจะถูกนำมาใช้อย่างดีที่สุดในด้านของตน เพื่อพิสูจน์จุดนี้ โดยที่เราจะมาพิสูจน์กันระหว่าง 2 รุ่นและความละเอียดกัน

วัตถุขนาดเล็ก : ถั่วลิสง

สแกนถั่วลิสงยาว 1.4 ซม. โดยใช้ EinScan-SE – V2 ใช้เวลาประมาณ 2 นาที 20 วินาที ในการรับข้อมูลทั้งหมด ในขณะที่ EinStar ใช้เวลาประมาณ 5 นาที 12 วินาที และเราจะเห็นได้จากผลลัพธ์ที่ EinScan-SE – V2 แสดงรายละเอียดได้ชัดเจนกว่า Einstar

3D Scanner : Been

วัตถุขนาดใหญ่ : งานประติมากรรม

เคลื่อนไปสู่วัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่า คือ ประติมากรรมที่มีความสูงถึง 59 ซม. EinScan-SE – V2 ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ในการสแกนให้เสร็จสิ้น ในขณะที่ Einstar ใช้เวลาเพียง 3 นาที เนื่องจากมีช่วงการสแกนที่กว้างกว่า

3D Scanner : Model

EinScan SE – V2 การสแกนงานวัตถุขนาดไม่เกิน 15 ซม.

สำหรับงานที่มีขนาดไม่เกิน 20 ซม. และสามารถที่จะนำวางบนถาดหมุนชิ้นงานอัตโนมัติได้ ก็ต้องยอมรับว่าความละเอียดและความเร็วในการสแกนชิ้นงานนั้นแนะนำให้เป็นรุ่น EinScan SE – V2 เพราะจะได้รายละเอียดที่คมชัดลึก ทุกๆส่วนของชิ้นงานและเวลาในการสแกนยังดีอีกด้วย

3D Scanner : Small Object
3D Scanner : Small Object

EinStar การสแกนร่างกายมนุษย์

แหล่งกำเนิดแสงอินฟราเรดของ Einstar เป็นมิตรกับดวงตาของมนุษย์ โหมดผมช่วยให้ได้รับข้อมูลเส้นผมมากขึ้นและแสดงข้อมูล 3D ด้วยสีที่แท้จริง ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 นาที 54 วินาทีในการรับข้อมูล 3 มิติของร่างกายมนุษย์

3D Scanner : Human
3D Scanner : Human

จากผลการสแกนเราจะเห็นได้ว่าข้อดีของเครื่องสแกนทั้งสองเครื่องนั้นชัดเจน EinScan-SE – V2 ทำให้ง่ายต่อการสแกนวัตถุขนาดเล็กด้วยถาดหมุนชิ้นอัตโนมัติ และเมื่อพูดถึงการสแกนวัตถุขนาดใหญ่ Einstar เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

โดยสรุป EinScan-SE – V2 และ Einstar เป็นเครื่องสแกนเสริมที่ทำงานร่วมกันได้ดีเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการสแกนของคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการสแกนวัตถุขนาดเล็กหรือวัตถุขนาดใหญ่ เครื่องสแกนเหล่านี้จะให้ข้อมูลคุณภาพรวมไปถึงความละเอียดพอที่จะใช้งานได้อย่างสูงสุดแก่คุณ

*ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีงบประมาณเพียงพอและต้องการเครื่องสแกนที่ตอบโจทย์ในทุกๆด้าน ที่มีความละเอียดสูงไม่ว่าจะสแกนงานขนาด เล็ก , กลาง , หรือใหญ่ ก็จะขอแนะนำเป็น 3D Scanner แบบมัลติฟังก์ชั่น SHINING 3DEinScan Pro Series ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุด*

3D Scanner : EinScan Pro 2X V2 & EinScan Pro HD