fbpx

รีวิวหัวฉีดAdventurer3 ใหม่ ในโหมดHigh Temp ด้วยPETG Filament

รีวิวหัวฉีดAdventurer3 ใหม่ ในโหมดHigh Temp ด้วยPETG Filament
Adventurer3 กับหัวฉีดใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางเราได้ทำการแจ้งข่าวเกี่ยวกับหัวฉีดใหม่ของเครื่องAdventurer3 ที่สามารถทำความร้อนได้สูงถึง265องศาเซลเซียสเลยทีเดียว
เรามาทำความรู้จักหัวฉีด Flashforge Adventurer3 และAdventurer3 Lite ใหม่กัน!

และนี่เป็นตัวอย่างของตัวงานที่พิมพ์อออกมาด้วยหัวพิมพ์ใหม่พร้อมกับการตั้งค่าเลย

Adventurer3
Nozzle:245c
Bed:70
Speed:60

นี่เป็นตัวอย่างงานง่ายๆที่เราได้ทำการทดสอบพิมพ์ด้วยความร้อนที่มากกว่าหัวฉีดแบบดั้งเดิม……แล้วแบบนี้ของใหม่มีข้อสังเกตอะไรบ้าง

ข้อสังเกตของหัวพิมพ์265องศา
-ราคาสูงกว่าหัวดั้งเดิม หากลูกค้าที่พิมพ์แค่PLA หรือวัสดุที่ไม่ได้ใช้ความร้อนสูงมากก็ไม่จำเป็นต้องใช้หัวรุ่นนี้
-การทำความร้อนจะช้ากว่าหัวรุ่นเดิมเพราะเนื่องจากวัสดุที่มีความทนทานของหัวมากขึ้น

แล้วผู้ใช้แบบไหนล่ะที่เหมาะกับหัวตัวใหม่
-ผู้ใช้ที่ใช้วัสดุความร้อนสูง ความแข็งสูงเช่น ABS PETG หรืออื่นๆ(หัวใหม่จะพิมพ์ABSได้ดีกว่าเพราะแข็งแรงกว่า ทำความร้อนได้มากกว่า)

*****Adventurer3 Lite ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ

PETG คุณภาพสูงจาก 3DD

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยEinscan

Lincoln Continental รถหรูสุดคลาสิกจากบริษัท Lincoln ที่ได้ร่วมมือในการผลิตกับทาง Ford ซึ่งตัวรถได้ออกมาตั้งแต่ปี1967 ซึ่งเป็นรถที่มีสเน่ห์ที่ให้อารมณ์ความหรูหราแบบยุค70 และเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมเป็นอย่างยิ่ง

Lincoln Continental ปี 1967

ปัญหาของรถคลาสสิกข้อใหญ่คือ อะไหล่ส่วนใหญ่หาไม่ได้แล้วเนื่องจากไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้แล้ว อีกทั้งตัวรถก็มีอายุอย่างน้อย40ปีเข้าไปแล้วทำให้อะไหล่ก็เริ่มหายากมากขึ้นเรื่อยๆจนบางชิ้นก็ไม่มีอีกแล้ว การใช้สแกนเนอร์สแกนส่วนที่ต้องการเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ชิ้นส่วนที่ต้องการครั้งนี้คือ ฝาครอบลำโพงด้านขวาที่อยู่บริเวณข้างล่าง แน่นอนว่าการจะหาอะไหล่ส่วนนี้กับรถที่มีอายุขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขั้นแรกจะทำการสแกนในบริเวณที่ต้องการโดยใช้Einscan Pro2x จากนั้นจะนำไฟล์สแกนไปปรับแต่งผิวให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด

ขั้นตอนต่อมาคือการนำไฟล์.STLที่ได้จากขั้นตอนการสแกนมาเป็นแบบเพื่อร่างแบบโครงสร้างของชิ้นส่วนที่ต้องการ

การที่นำไฟล์ที่ได้จากการสแกนจะทำให้เราได้ขนาดของพื้นที่ที่แม่นยำมากและทำให้ลดเวลาในการวัดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการแล้วนำมาขึ้นแบบอีกครั้ง

หลังจากที่ไฟล์ที่ต้องการเสร็จแล้วก็จะนำไฟล์นั้นมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแบบFDMเพื่อให้ได้ชิ้นงานออกมา

และเมื่อได้ชิ้นงานออกมาแล้วก็จะทำการทดลองไปสวมใส่กับรถจริง

การพิมพ์ด้วยระบบFDMนั้นจะประหยัดค่าวัสดุมากเมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่นรวมถึงการขึ้นรูปชิ้นงานด้วยวิธีต่างๆ หากงานที่พิมพ์ออกใส่ไม่ได้การพิมพ์ใหม่ค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงมาก

เครื่องพิมพ์ระบบFDM ขนาดใหญ่ที่เหมาะกับงานทุกระดับ

หลังจากที่ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็จะเป็นการตกแต่งชิ้นงาน ทำสี ติดพรม ให้ดูเข้ากับตัวรถจนรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นของเก่าเลยทีเดียว

Einscan จาก Shining3D

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

การวิจัยเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงด้วยการพิมพ์แบบอิสระ

นักวิจัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐได้ทำการพัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติความเร็วสูงและความแม่นยำสูง โดยงานวิจัยนี้มีฐานมาจากเครื่องพิมพ์เรซิ่นทั่วไป ซึ่งจุดเด่นของเครื่องนี้ก็คือเการรวมกันระหว่างเครื่องพิมพ์น้ำยาเรซิ่นกับระบบแขนกล6แกน โดยให้มีการเคลื่อนที่อย่างอิสระ หมุน และปรับเปลี่ยนขนาดได้ในขณะที่กำลังพิมพ์ จึงทำให้การออกแบบชิ้นงานทำได้อย่างอิสระมากขึ้น

เป็นเครื่องพิมพ์ที่พัฒนาจากระบบDLPแบบเดิมผสานกับแขนกล6แกน

ในเครื่องพิมพ์สามมิติระบบดั้งเดิมที่เคยมีมาซอร์ฟแวร์จะทำการจำลองการทำงานเป็นระนาบแบนเป็นเลเยอร์ซ้อนกันหลายๆชั้นโดยจะอ้างอิงจากจุดของหัวพิมพ์แล้วสร้างแบบจำลองขึ้นมา แต่เครื่องของทางมหาลัยนอร์ทเวสเทิร์นจะสร้างแบบจำลองโดยอ้างอิงจากตัวชิ้นงานจึงทำให้การขึ้นรูปตัวงานทำอย่างอิสระและสามารถพิมพ์งานซับซ้อนได้

สรุปง่ายๆก็คือ การพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้จะสร้างขึ้นทีละชั้นจากล่างขึ้นบนเป็นเส้นตรงตามแกนZของเครื่องพิมพ์ แต่ระบบนี้จะขึ้นรูปตามทิศทางของชิ้นงานโดยจะไม่อ้างอิงกับฐานพิมพ์เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องนี้จะอยู่ที่2,000เลเยอร์/นาที ซึ่งทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบพิมพ์งานในหลากหลายรูปแบบเช่น หอไอเฟลเอน เกลียวคู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรองรับการพิมพ์แบบหลากหลายวัสดุ(Multi materials)
การขึ้นรูปของเครื่องนั้นจะทำการสร้างแท่นจับแบบนิ่มขึ้นมาเชื่อมต่อกับฐานชิ้นงานที่แข็งแล้วทำการขึ้นชิ้นงานโดยจะมีกิ่งก้านแบบนิ่มมาคอยรองรับชิ้นงานเอาไว้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์สามมิติที่หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการนี้ไปในทางที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมีเครื่องนี้จริงๆเราคงต้องรองานวิจัยนี้สำเร็จอย่างราบรื่นก่อนที่จะมีจะมีการเปิดเผยสู่สาธารณชนอย่างเป้นทางการ

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพสูงที่เหมาะกับงานทุกประเภทพร้อมให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของกันแล้ว!!!!!

เครื่องพิมพ์เรซิ่นคุณภาพดีที่เหมาะกับทุกงาน Formlabs

เครื่องพิมพ์เรซิ่นขนาดใหญ่สำหรับมืออาชีพ

สร้างเครื่องมือสุดเจ๋งง่ายๆไม่เหมือนใครด้วย 3D Printer

สร้างเครื่องมือสุดเจ๋งง่ายๆไม่เหมือนใครด้วย 3D Printer

ยุคนี้พูดได้ว่า3D Printerได้เข้าถึงผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัยและทุกระดับแม้ไม่มีความรู้ก็ฝึกสามารถใช้งานได้ง่ายๆเช่นกัน วันนี้มีตัวอย่างการสร้างเครื่องมือเล็กๆน้อยๆที่พิมพ์แล้วใช้งานได้จริงและง่ายมากอีกด้วย
วันนี้ขอเสนอมีดคัดเตอร์ By 3D printer

Flashforge Finder พระเอกของเราในวันนี้
พิมพ์ครั้งที่1
พิมพ์ครั้งที่2 งานรูปเกลียวก็พิมพ์ได้นะ

การทำมีดคัตเตอร์สไตล์Makersเราจะใช้อุปกรณ์ดังนี้
– ตัวมีดที่พิมพ์ไว้ ทั้งหมด3ชิ้น
– ใบมีดคัตเตอร์(ใบมีดของจริงนะ)

อุปกรณ์ที่เราจะใช้กันในครั้งนี้

1.ใส่มีดเข้าไปแล้วลองถูไปมาเพื่อไม่ให้ฝืดและเพื่อเคลียร์ซัพพอร์ตเล็กๆที่อยู่ปลายมีด
**หากเด็กๆจะลองทำให้ระวังมากๆควรมีผู้ใหญ่แนะนำอยู่ข้างๆนะ

2.ใส่ตัวเลื่อนเข้าไปตามรูป จากนั้นให้ถูไปมาเหมือนเดิม ตอนใส่ครั้งแรกจะฝืดเล็กน้อย

3.ให้รูของตัวเลื่อนกับใบมีดตรงกันจากนั้นให้หมุนเกลียวลงไปในรู

เพียงเท่านี้เราก็ได้คัดเตอร์เจ๋งๆไว้ใช้เรียบร้อย

ด้วยเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กกับเส้นพลาสติกPLAที่ปลอดภัยกับทุกวัยและพิมพ์เหมาะกับผู้เริ่มต้นและเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆอย่างมาก

Bugatti Bolide กับการพิมพ์สามมิติด้วยวัสดุไทเทเนียม

Bugatti Bolide กับการพิมพ์สามมิติด้วยวัสดุไทเทเนียม

บริษัทรถหรูเจ้าแห่งความเร็วอย่างBugatti ได้เตรียมการที่จะผลิตไฮเปอร์คาร์คันใหม่ในชื่อ Bolideโดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ

Bugatti Bolide

รายละเอียดของโครงการนี้อยู่ในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของนาย Henrik Hoppe ซึ่งเป็นนักออกแบบของบริษัท หากย้อนกลับไปในปี2017 นายHoppe ก็ได้เขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการคำนวณคาลิปเปอร์ของเบรกที่ใช้กับ Bugatti Chiron โดยการใช้การพิมพ์สามมิติพิมพ์ขึ้นมาใช้จริง ผลคือทำให้ตัวลดมีน้ำหนักลดลงถึง47%เมื่อเทียบกับการผลิตแบบดั้งเดิม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทางทีมวิศวกรของบริษัทได้เล็งเห็นประโยชนของเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติในการผลิตชิ้นส่วนรถโดยจะนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในโปรเจค Bolide เป็นไฮเปอร์คาร์ที่จะใช้เครื่องยนต์ W16 8.0ลิตร นำหนักทั้งคันที่1240kg และจะทำความเร็วสูงสุดถึง500km/h

เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนสามารถใช้งานได้จริงจึงได้มีการคำนวณทุกขั้นตอนการผลิต โดยการพิมพ์สามมิติครั้งนี้ได้แรงบัลดาลใจจากกระดูก ที่มีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นผนังบาง โครงสร้างข้างในแบบกลวงและมีกิ่งก้านเชื่อมต่อกัน โครงสร้างชีวภาพในลักษณะนี้มีความแข็งแรงเป็นอย่างมากในขณะที่มีน้ำหนักเบา นาย Hoppe เลือกใช้ระบบ

SLM
โดยใช้เพื่อพิมพ์วัสดุใหม่ กลวง และมีความซับซ้อนพิเศษ ให้มีความแข็งจากข้างในแต่ก็มีน้ำหนักที่เบามากๆ
โดยวัสดุที่เลือกใช้จะเป็นไทเทเนียม ก้านรับแรงกระแทกจะมีน้ำหนักเพียงแค่100กรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นก้านข้อต่อไทเทเนียมที่อยู่บริเวณคัซซีถึงแม้จะมีน้ำหนักเบาแต่สามารถถ่ายโอนแรงได้ถึง3.5ตันเพราะว่าโครงสร้างที่เป็นกลวงและมีโครงสร้างแบบกิ่งไม้ซัพพอร์ตอยู่ข้างใน

ตัวอย่างชิ้นส่วนอื่นๆของรถที่พิมพ์ด้วยไทเทียมที่มีอัตราส่วนของน้ำหนักต่อความแข็งแรงที่น่าทึ่งนั่นคือปีกด้านหน้าของตัวรถที่มีน้ำหนักเพียง600กรัมแต่สามารถรองรับทนแรงกดอากาศตามหลักพลศาสตร์ได้ถึง800กิโลกรัมเลยทีเดียว ด้วยชิ้นส่วนที่มีลักษณะกลวงและมีผนังหนาเพียง 0.5 มม.
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลชิ้นส่วนตัวอย่างเบื้องต้นของ Bugatti Bolide ที่ได้นำเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติมาใช้ในการผลิตรถของพวกเขา ซึ่งยังมีชิ้นส่วนอีกมากมายที่พิมพ์ขึ้นมาเช่น สปอยเลอร์ ท่อไอเสีย เป็นต้น

 

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H สวยสด ครบจัด ทุกเฉดสี

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ตัวใหม่จากทางShining3D ที่ออกมาเพื่องานทำAR/VRโดยเฉพาะ ที่เน้นการสแกนงานเพื่อต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันลวดลายเหมือนจริงมากที่สุด แต่ก็ยังสามารถสแกนงานทั่วไปได้เหมือนสแกนเนอร์ทั่วไป
ความสามารถที่น่าสนใจมากของEinscan H ก็คือ ฟังก์ชั่นการสแกนบุคคลที่ให้ความสมจริงเป็นอย่างมากทั้งสี ริ้วรอย โครงสร้างของบุคคล รวมไปถึงเส้นผมก็ยังสามารถสแกนได้

หลอดอิฟราเรดจากด้านบน และWhite Light LEDจากด้านล่าง

Einscan H เป็นสแกนเนอร์ที่เป็นHybrid ที่ใช้แสงสองระบบร่วมกันจะเป็นระบบWhite Light LED ที่ใช้กับการสแกนงานทั่วไปได้ และมาพร้อมกับระบบ Infrared ที่ใช้กับการสแกนบุคคลโดยเฉพาะในระบบนี้สามารถสแกนคนได้โดยไม่จำเป็นต้องหลับตา

ระบบInfraredของEinscan Hจะเป็นการใช้คลื่นย่านInfraredที่เข้าใกล้กับย่านVisible Light ดังนั้นระหว่างสแกนจะมีแสงอยู่เล็กน้อยและแสงก็ไม่มีความเข้มมากจึงสามารถสแกนใบหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหลับตา(แต่การมองแสงกระพริบนานๆก็ทำให้ดวงตาล้าได้เหมือนกันนะ)

ย่านของคลื่นแสงที่ใช้จะอยู่ประมาณIR ซึ่งปลอดภัยต่อคน
Einscan H มาพร้อมระบบHybrigที่สามารถทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้น และยังมีความสามารถในการสแกนงานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วในการสแกนอยู่ที่1,200,000จุด/วินาที อีกทั้งฟังก์ชั่นการทำงานในโปรแกรมยังง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย
ความละเอียดสูงถึง0.25mm ยังมาพร้อมความสามารถในการสแกนสีในตัว ที่ให้สีสดใสสมจริง และการเชื่อมต่อผิวงานด้วยพื้นผิวที่ยอดเยี่ยม
Body Scan ที่ใช้เพื่อสแกนคนโดยเฉพาะ ทำให้การสแกนบุคคลทำได้ง่ายมากขึ้น และยังใช้Infraredในการสแกน จึงปลอดภัยต่อตาของผู้ถูกสแกน
face Scanที่สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างครบถ้วน และยังสามารถสแกนเส้นผมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เก็บรายละเอียดของบุคคลได้อย่างครบถ้วน

ภายนอก
Einscan H เป็นสแกนเนอร์ระบบHandheldที่ออกแบบมาให้การจับถนัดมือและน้ำหนักเบา ทำให้สามารถสแกนได้ต่อเนื่องโดยไม่เมื่อย

Einscan H มาพร้อมกับกล้องสี่ตัวช่วยเก็บรายละเอียดทุกมุม หลอดInfraredด้านบนเพื่อการสแกนเก็บสีและสแกนคนที่ยอดยี่ยม และ White light LEDด้านล่างที่สแกนงานได้หลากหลายได้สมจริง
ปุ่มปรับแสง(ซ้าย-ขวา) ปุ่มซูม(บน-ล่าง)และปุ่มเริ่มการสแกน ที่ใหญ่และกดง่าย เพื่อให้การใช้งานไม่ติดขัดสแกนได้อย่างต่อเนื่องกับงานทุกพื้นผิว

อุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง

ตัวเครื่องEinscan H
แผ่นcalibrateกับแผ่นวางเทียบสำหรับใช้กาง
Markers ขนาด10mm (ใช้กับEinscanHและEinscanHX)
สายสัญญาณที่มาพร้อมกับสายไฟ สามารถเสียบและถอดได้ง่าย
สายสัญญาณที่ยาวถึง5เมตร ใหญ่แค่ไหนก็สแกนได้ไม่ติดขัด
อแดปเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนหัวปลั๊กได้

โหมดการสแกน
Einscan H มีโหมดสำหรับการสแกนงานอยู่สามโหมดด้วยกัน ที่สามารถทำงานได้หลากหลายและยังออกแบบมาเพื่อสแกนคนได้ดียิ่งขึ้น
Standard Scan ใช้สำหรับการสแกนงานทั่วไป สแกนงานแบบเก็บรายละเอียดสี พื้นผิว หรือใช้งานสแกนงานที่จำเป็นต้องมีMarkers
Body Scan ใช้กับการสแกนร่ายกายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือคนที่ใส่ชุดเป็นตัวละครต่างๆได้ดี
Face Scan ใช้สำหรับการสแกนคนโดยเฉพาะ เน้นใบหน้าเป็นหลัก สแกนเส้นผมได้ดีและเลือกสลับไปใช้โหมดBody Scanได้ด้วย

Standard Scan
สำหรับโหมดนี้เป็นโหมดที่ใช้งานได้หลากหลายเพราะเป็นโหมดที่ใช้การสแกนทั่วไปโดยสามารถสแกนงานแบบทั่วไป สแกนสี สแกนเก็บพื้นผิว และก็ยังสามารถใช้งานกับMarkersได้ เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่ครบจบในที่เดียว(แต่หากจะสแกนคนใช้โหมดBody Scan หรือ Face Scanจะดีกว่านะ) แต่งานหลักของโหมดนี้คือการสแกนสิ่งของเพื่อนำไปใช้กับงานVR/AR หรือด้านอื่นๆที่ต้องการไฟล์สามมิติที่มีสีสันสมจริง

ในครั้งนี้เราจะทำการสแกนโซฟาที่มีสิ่งของต่างๆวางอยู่ด้วย
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อพื้นผิวที่ดีเยี่ยมจึงทำให้สแกนจุดต่างๆได้อย่างดี
ลวดลายบนสิ่งของก็เก็บได้นะ
แค่ปรับแสง ไม่ว่าอะไรก็สแกนได้

ผิวเรียบ ผิวขน ร่องเล็กน้อย ได้หมด

ผลการสแกนหลังจากGenerate point Cloud โดยที่ยังไม่ได้ปิดผิวแต่อย่างใด
ปิดผิวเสร็จก็สวยขึ้นไปอีก

ลวดลายที่ได้แทบไม่ต่างจากของจริงเลยล่ะ
สีสันสวยสดสะดุดตา

เนื้อผ้าที่เราแทบไม่สังเกตยังเก็บมาครบ

Body Scan/Face Scan
ในโหลดนี้จะเลือกเป็นFace Scanที่ใช้สแกนหน้าโดยเฉพาะที่จะสามารถเก้บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างครบถ้วน ทั้งรูปทรงของส่วนต่าง ผิว ริ้วรอยต่างๆ และเส้นผม และในโหมดนี้ยังจะสามารถสลับไปเป็นBody Scan ได้อัตโนมัติเมื่อเราเลื่อนไปสแกนร่างกายต่อได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้สองโหมดเพื่อสแกนคนหนึ่งคน

ตัวอย่างการสแกน(ก่อนGenerate point cloud)
ตัวอย่างการสแกนหลังจากGenerate Point Cloudแล้ว

การสแกนครั้งนี้เราได้นางแบบสุดสวยพร้อมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดพร้อมท้าทายความสามารถของEinscan H แบบจัดเต็มกันเลย

เริ่มจากหน้ามาก่อนเลย
เก็บบน-ล่างให้ครบ
สแกนส่วนอื่นๆต่อกันเลย
ลบส่วนเกินนิดหน่อยก็โอเคแล้ว
ผลจากการสแกนที่ยังไม่ได้ปิดผิว
ผลจากการสแกนที่่ปิดผิวแล้ว
เกือบครบทั้งตัว แต่สีครบ สมจริงสุด
เส้นผม ตัวหนังสือเล็กน้อยก็ยังเก็บได้
สีสันฉูดฉาดสะดุดตาจริงๆ

เป็นยังไงบ้างครับกับผลงานการสแกนด้วยEinscan H จะเห็นว่างานที่ได้จะเน้นไปทางงานที่ต้องการความสมจริง สีสันสดใส รายละเอียดต่างๆเพื่อนำไฟล์ที่ได้ไปใช้ต่อในด้านการแสดงผลแบบสมจริงและยังข้ามข้อจำกัดในการสแกกนคนที่มีความยากมากๆในการใช้สแกนเนอะรุ่นอื่นๆในการสแกนบุคคลEinscan Hถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก หลังจากที่เราได้รีวิกันไปเรียบร้อยแล้วก็จะสรุปข้อดีและข้อสังเกตของ

จุดเด่นของEinscan H
-น้ำหนักเบา จับถือสะดวก ปุ่มกดง่าย
-สแกนได้เร็ว เชื่อมต่อจุดต่างๆด้วยพื้นผิวของตัวงานเองได้ยอดเยี่ยม จึงสแกนได้ต่อเนื่อง
-สีสันสวยสดใส สมจริงมาก รายละเอียดบนพื้นผิวก็เก็บได้หมด
-สแกนคน มาสคอสต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อสังเกต
-ไม่สามารถใช้โหมดFixed scanได้
-สแกนเนอร์เป็นระบบ White Light และ Infrared จึงไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกอาคาร

หากสนใจEinscan H สามารถเข้ามาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

Einscan SE Software Update2021 อัพเดตใหม่ ฟังก์ชั่นครบ เล็กแต่จบ

Einscan SE Software Update2021 อัพเดตใหม่ ฟังก์ชั่นครบ เล็กแต่จบ

Einscan SE Software เวอร์ชั่นเก่าEinscan SE ได้มีการอัพเดทซอร์ฟแวร์เวอร์ชั่นใหม่ให้มีความสามารถที่มากขึ้นจากรุ่นก่อนมาก ที่รุ่นเก่านั้นจะทำได้เพียงแค่สแกนแล้วจบ แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มฟังก์ชั่นให้ทำได้เหมือนรุ่นพี่อย่างPro2xเลยล่ะ

Einscan SE Software เวอร์ชั่นใหม่

วันนี้เราก็จะมาโชว์สแกนชิ้นงานพร้อมการใช้ฟังก์ชั่นของโปรแกรมกันแบบจัดเต็มไปเลย

เปิดโปรแกรมเพื่อเลือกเครื่องให้ตรง

การCalibrate
การcalibrateจำเป็นมากสำหรับเครื่องสแกน สำหรับคอมที่เชื่อมต่อกับเครื่องสแกรเป็นครั้งแรกหรือย้ายที่เครื่องสแกนต้องทำการCalibrateใหม่ ถ้าหากไม่ได้ทำการสแกนเครื่องก็จะไม่สามารถวัดระยะวัตถุได้ทำให้ไม่สามารถสแกนงานได้นั่นเอง

ขั้นตอนที่1 เพียงแค่วางแผ่นcalibrateตามรูปในโปรแกรม หลังจากกดแล้วนั้นก็จะทำโดยอัตโนมัติ
การcalibrate White Balance สำหรับการสแกนสี

เริ่มต้นการสแกน
หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแล้วก้จะทำการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาจากนั้นเราก็จะทำการเลือกโหมดสำหรับการสแกน

Texture คือการสแกนสี
Non Texture คือสแกนแบบไม่เก็บสี
วางชิ้นงานลงบนแท่นหมุนเพื่อเตรียมการสแกน
ทำการปรับแสงก่อนที่จะทำการสแกน โดยให้ดูที่ตัวงานไม่ให้มีสีแดงเยอะ(สีแดงคือปริมาณแสงที่มากเกินไป)
คลิ๊กขวาเพื่อเปิดกล้องด้านขวา เป็นการทดสอบว่ากล้องใช้งานได้ทั้งสองตัว

ในกรอบสีแดง Work คืองานที่เราสแกน โดยโปรแกรมจะทำการสแกนแบบทีละภาพแล้วมาต่อกัน


การใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆในเมนูScan setting มีดังนี้
HDR คือการใช้แสงมากเป็นพิเศษ
With Turntable คือการสแกนด้วยแท่นหมุน(เลือกที่ไม่ใช้ก็ได้) แล้วเลือกว่าต้องการให้ทำการสแกนกี่ครั้งโดยใส่ตัวเลขลงไป
– Turntable Align การเชื่อมต่อวัตถุแต่ภาพด้วยการหมุนแท่น
– Feature เชื่อมต่อวัตถุแต่ละภาพด้วยพื้นผิว(ใช้ในกรณีที่งานมีรายละเอียดน้อยหรือสแกนด้วยTurntable Alignไม่ได้
การสแกนงานของSE จะได้รูปมาทั้งหมด8รูป(ปรับได้ตามจำนวนที่ต้องการ)ในหนึ่งครั้ง เมื่อได้มาก้จะทำการเก็บรูปที่ได้มาจากการสแกนหนึ่งครั้งเป็น1Project ซึ่งเราสามารถลบแค่บางภาพในProjectได้หากการสแกนผิดพลาด


ในส่วนของเมนูทางด้านขวาก็จะประกอบไปด้วย
– Start Scan เริ่มทำการสแกน
– Stop&Delete หยุดและลบชุดภาพที่สแกนProjectล่าสุด
– Align เป็นการเชื่อมต่อชิ้นงานแบบแมนวล
– Open เปิดงานเก่า
– Save บัทึกงานล่าสุด
– Mesh เป็นการปิดผิวชิ้นงานหลังการสแกนแล้ว

หลังจากที่ตั้งค่าเรียบร้อยแล้วให้ทำการสแกนได้เลย โปรแกรมและเครื่องก็จะทำแบบอัตโนมัติ

หลังจากนี้ก็ทำการเปลี่ยนมุมของชิ้นงานและปรับตั้งค่าเพิ่มเติมได้แล้วทำการสแกนงานให้ครบตามที่เราต้องการ

หากการสแกนงานนั้นสมบูรณ์การเชื่อมต่อถูกต้องโปรแกรมก็จะทำการต่อชิ้นงานได้อย่างถูกต้องจึงไม่จำเป็นต้องใช้งานการทำAlgin แต่หากว่างานไม่สมบูรณ์ก็จะทำการต่อชิ้นงานด้วยมือโดยการเลือกจุด3จุดที่เหมือนกัน ในการเลือกจุด3จุดนั้นให้เลือกจุดที่เป็นตำแหน่งที่เหมือนกันที่ชิ้นงานทั้งสองชิ้น หากการเลือกไม่ตรงก็จะทำให้การต่อไม่สมบูรณ์สามารถยกเลิกและแก้ไขได้เรื่อยๆ ถ้าเลือกถูกต้องทั้ง3จุดโปรแกรมก็จะประมวณผลได้อัตโนมัติอย่างแม่นยำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องจุดให้ตรงเป๊ะๆ แค่ใกล้เคียงที่สุดก็เพียงพอแล้ว

หากเลือกจุดให้ตรงกันทั้งสองงานและถูกต้องก็จะทำให้โปรแกรมประมวลผลได้อย่างถูกต้อง
หลังจากเชื่อมต่อชิ้นงานแล้วให้ทำการMesh Model
เลือกความละเอียดในการปิดผิว
หลังจากปิดผิวแล้วงานก็จะเรียบขึ้นแบบเห็นได้ชัด

จนถึงขั้นตอนนี้แล้วสามารถนำไฟล์ำปใช้ต่อได้หรืออาจจะปรับความชัดความนุ่มนวลของตัวงาน ลดขนาดได้อีกก็แล้วแต่ผู้ใช้งาน ซึ่งในเวอร์ชั่นเก่าของEinscan SE จะทำขั้นตอนสุดท้ายได้ถึงตรงนี้ แต่เวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจะมีการจัดชิ้นงานเข้าOrigin คือการนำชิ้นงานเข้าแกนXYZ และสามารถวัดระยะ พื้นที่ผิวและปริมาตรของชิ้นงานได้เบื้องต้นซึ่งสามารถชมได้ต่อจากนี้เลย

เลือกที่เมนูMeasurement
ใช้ฟังก์ชั่น Create Feature เพื่อสร้างจุดอ้างอิงสำหรับการเข้าOrigin

 

 

ในเมนูก็จะประกอบได้ด้วยการสร้างPoint Line และ Planeเพื่อสรา้งจุดอ้างอิงให้Origin
Movement – Exact Movement ป็นการใส่คาเพื่อย้ายชิ้นงาน ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ในการเข้าOrigin
Movement – 3-2-1 System Movement จะใช้Point Line และPlaneอ้างอิงในการเข้าOrigin
การสร้างPlane โดยการสรา้งจุด3จุด ใช้ตุดตัดกับเส้น หรือหรือเลือกพื้นที่ที่เรียบเพื่อสร้างPlane

 

การจุด3จุดสามารถเลือกจุดที่ต้องการได้เลย แต่การเลือกจะต้องให้ทั้งสามจุดอยู่ในระนานบเดียวกัน

Best Fit เป็นการสร้างplaneบนพื้นที่ที่เลือกโดยอัตโนมัติ จะต้องเลือกบนพื้นที่ที่เรียบเท่านั้น

 

 

   

สามารถใส่ตัวเลขเพื่อMovementในเมนูExact movement

การสร้างPoit Line Plane จะทำการสรา้งเอาไว้เยอะๆเพื่อลองเลือกพื้นที่เข้าOrigin หลายๆอัน(line Planeจำเป้นต้องมีเยอะหน่อย)หลังจากที่สร้างมาจำนวนหนึ่งแล้วก็จะทำการเข้าOriginโนใช้ฟังก์ชั่นMovement

ทำการเข้าOriginโดยการเลือกLine Point Plane ที่เราสร้างไว้และเลือกแกนที่ต้องการให้งานอ้างอิง

ทั้งนี้การเข้าแกนผู้ใช้ต้องมีการฝึกฝน สร้างจุดอ้างอิงที่เหมาะสมการสรา้งจุดอ้างอิงแต่ละงานจะไม่เหมือนกัน
และนี่คือโปรแกรมของEinscan SEที่มีความสามารถมากขึ้นไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย เรียกได้ว่าสามารถจบได้ที่Einscan SEเลย
หากสนใจสินค้าสามารถมาทดลองที่หน้าร้านได้ครับ หรือหากต้องการสั่งซื้อสินค้าก็มีพร้อมส่งนะครับ

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX รีวิวแบบจัดเต็ม

Einscan HX สแกนเนอร์ระบบhandheldที่สามารถใช้กับงานได้หลากหลายแบบ ที่มาพร้อมระบบการสแกนแบบHybridมีทั้งสองระบบคือ laser scan เป็นโหมดที่เรีบกได้ว่ามีความละเอียดและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน มาคู่กับระบบ Blue light LED ที่เป็นที่นิยมของเครื่องสแกนหลายๆแบบ ที่มีความสามารถมากกว่าระบบ White light LED และยังสามารถเก็บสีได้ในตัวอีกด้วย
Einscan HX จะเน้นหนักไปทางงานเชิงวิศวกรรมเป็นหลักและงานที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก จะเหมาะกับงานสแกนรถ เครื่องจักร ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดสูงๆ แม้แต่งานรูปปั้น งานสแกนทั่วไปที่ต้องการสี

Einscan HX เป็นสแกนเนอร์ในระบบHandheldที่ใช้งานงานง่าย น้ำหนักเบา ทำให้ยืดหยุ่นได้มากในการทำงาน
สแกนด้วยความละเอียดสูงที่ระยะห่างระหว่างจุดอยู่ที่0.05mm และ0.04mm ที่โหมดLaser Scan
ในโหมดRapid Scan สามารถสแกนได้ที่ความละเอียดมากถึง 1,200,000จุด/วินาที ทำให้งานมีความละเอียดมาขึ้น จึงนำงานที่ได้ไปReverse Engineering, CAD/CAMได้ดียิ่งขึ้น
ระบบสแกนแบบHybrid Blue Laser และ Blue light LED ทำให้สแกนงานได้หลากหลายมากขึ้นสแกนได้แม้กระทั่งสีดำ
กล้องสแกนสีในตัว สแกนครบจบทุกสีและพื้นผิว

ภายนอก

ตัวเครื่องจะมีรูปทรงคล้ายคลึงกับดัมเบลทำให้จับได้ถนัดมือ และมีขนาดไม่ใหญ่มากจึงทำให้การเคลื่อนที่สแกนทำได้ง่ายมากขึ้น และด้วยน้ำหนักเพียง780กรัมเท่านั้นทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ล้า

 

การวางปุ่มกดของเครื่องนั้นจะวางทั้งหมดที่ตรงกลางไม่ว่าผู้ใช้จะถนัดมือซ้ายหรือมือขวาก็สามารถใช้งานได้
ปุ่มของเครื่องจะประกอบไปด้วย ปุ่มสแกน จะอยู่ตรงกลางที่ด้ามจับและจะตรงกับนิ้วโป้งพอดี ด้านบนของเครื่องจะมีปุ่มปรับแสงสว่างและปุ่มสำหรับขยายภาพ กาดรกดปุ่มส่วนนี้อาจจะยากนิดหน่อยเพราะปุ่มนั้นอยู่สูงและขนาดใหญ่หากผู้ใช้มือเล้กก้อาจจะต้องใช้อีกมือมาช่วย ถึงแม้ว่าปุ่มจะใหญ่แต่ไม่แข็งสามารถกดได้ง่ายมาก

การเชื่อมต่อจะใช้เป็นสายสองเส้นของเครื่องเองเพื่อเชื่อมต่อไฟละสัญญาณและเชื่อมต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยUSB3.0
ตัวเครื่องจะมีกล้องทั้งหมดสี่ตัวแต่ละตัวจะมีหลอดLEDอยู่รอบๆ ตรงกลางด้านบนจะเป็นตัวยิงแสงเลเซอร์ออกมา ส่วนตรงกลางด้านล่างจะเป็นโปรเจกเตอร์สำหรับ Blue LED

ภายใน

Einscan HXจะสแกนด้วยสองโหมดคือ
1.Laser scan โหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดที่สแกนได้ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ในปัจจุบัน สามารถเก็บรายละเอียดของตัวงานได้แม่นยำที่สุดแม้จะใช้งานกลางแจ้งก็ยังทำได้ โหมดนี้จะใช้ร่วมกับMarkerเพื่อให้มีจุดอ้างอิง เนื่องจากLaserมีลักษณะเป็นเส้นจึงทำให้การหาจุดอ้างอิงทำได้ยากมากถึงแม้ว่าจะเก็บรายละเอียดได้มากก็ตาม
จุดเด่นของการสแกนด้วยLaserที่ทำให้มันเป็นระบบที่สามารถสแกนได้แม่นยำที่สุดในเวลนี้ก็เพราะว่ามันสามารถสแกนงานที่มีลักษณะReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้ เพราะLaserจะสนใจแค่ลักษณะพื้นผิวของงานเท่านั้นจึงทำให้สีของงานไม่ส่งผลกับการสแกน
2.Rapid scan โหมดนี้ใช้กับการสแกนงานทั่วไป สามารถแสกนได้เร็วตามชื่อของมันและเร็วกว่าโหมดLaser scan เล็กน้อยแต่ความละเอียดของงานสแกนจะสู้โหมดLaser scanไม่ได้ โหมดนี้จะใช้Blue LEDในการสแกนงานโดยให้แสงสีฟ้าสะท้อนจากตัวงานกลับเข้ามาที่กล้องเพื่อประมวลผล
ในโหมดนี้ก็จะมีโหมดย่อยอีกสองโหมดคือ

  • non texture โหมดนี้จะไม่เก็บสีแต่สามารถเลือกที่จะเก็บพื้นผิวก็ได้ เก็บงานที่ใช้Markerก็ได้ หรือใช้แบบHybridก็ได้เช่นกัน
  • Texture โหมดนี้จะเป็นการสแกนงานสีโดยการเน้นเก็บผิวงานเป็นหลัก สีที่สแกนได้จะใกล้กับความเป็นจริงมาก
    ซึ่งโหมดRapid scanนั้นก็สามารถสแกนงานที่เป็นReflective(สะท้อนแสง)และงานสีดำได้เช่นกันแต่จะต้องใช้เทคนิคการปรับแสงระหว่างสแกนเพราะถ้าหากแสงมากเกินไปตัวเครื่องจะมองไม่เห็นงานส่วนที่เป็นสะท้อนหรือสีดำได้

อุปกรณ์ที่มากับเครื่อง
ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมแบบครบครัน จะประกอบไปด้วย

  • ตัวเครื่องสแกน
  • แผ่นคาริเบต(พร้อมแผ่นรองสำหรับเทียบมุมการใช้งาน)

  • Marker สำหรับEiscan HX จะใช้ขนาด10mm(ของPro Series จะใช้ 7mm) มีแถมมาให้ทั้งหมด10แผ่น

  • สายสัญญาณที่มาเป็นคู่กับสายไฟเข้าเครื่อง(สายไฟยาวประมาณ5เมตร)

  • อแดปเตอร์สำหรับเครื่อง ที่มาพร้อมกับหัวปลั๊กสำหรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานได้หลายรูปแบบและหลายประเทศ

  • USB Drive จะมีLicense สำหรับเครื่อง
  • โปรแกรมSolidEdge และ Geomagic Essentials อย่างละ 1 License

การสแกนโหมดLaser Scan
เป็นโหมดที่ละเอียดที่สุดของสแกนเนอร์ ความสามารถเด่นของโหมดนี้คือการเก็บรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นส่วนงอกส่วนย้อยเล็กๆของชิ้นงานได้ดี เก็บพื้นผิวได้ครบและการใช้Laserสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้เพราะไม่จำเป็นต้องใช้แสงสะท้อน และไม่จำเป้นต้องพ่นสเปรย์แป้ง
โหมดนี้จะใช้เฉพาะกับงานที่ติดMarkerเท่านั้นแต่ไม่ต้องพ่นสเปรย์แป้ง Laserสามารถจับผิวชิ้นงานได้ดีมากแต่จำเป็นต้องมีจุดอ้างอิงเพราะLaserจะยิงแสงเป็นเส้นแบบตัดไขว้กันไปมาด้วยความเข้มสูงจะเก็บแต่พื้นผิวดังนั้นสีของตัวงานจะไม่ส่งผลกับการสแกนเลยแม้แต่น้อย และยังทำให้EiscanHXสามารถสแกนงานกลางแจ้งได้
การใช้งานในโหมดนี้ง่ายมากหากงานติดMakerมาแล้ว เพียงแค่เลือกโหมด เลือกความละเอียดแล้วสแกนได้เลย

หลังจากที่เข้ามาแล้วก้มีการตั้งค่าเพิ่มเติมให้อีกคือการเลือกว่างานชิ้นนั้นเป็นงานทั่วไป สะท้อนแสง หรือสีดำ(จริงๆไม่เลือกก็สแกนได้นะ แต่ถ้างานเป็นดำหรือสะท้อนแล้วเลือกจะสแกนได้ดีกว่า)
หากงานที่เป็นพื้นผิวที่สแกนได้ยากเช่น ซอกลึกๆ พื้นผิวที่หักมุม จุดพื้นที่ที่ห่างจากmarker ก็สามารถสแกนได้แต่ต้องทำการสแกนให้ละเอียดมากขึ้น

งานเสร็จเรียบร้อย

การใช้งานโหมด Rapid Scan
ในโหมดนี้จะมีการทำงานอยู่สองส่วนคือการสแกนแบบ Non-Texture และแบบ Texture
ในส่วนNon-TextureคือการสแกนงานตัวBlue Light LEDสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี สแกนได้เร็ว และยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งกับงานที่มีMarkerและไม่มีก็สามารถสแกนได้ หรือจะเลือกเป็นแบบhybridก็ทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังสามารถโดยใช้พื้นผิวเป็นตัวอ้างอิงได้เช่นกัน(Feature) แต่ความละเอียดก็ยังไม่ใกล้เคียงกับLaser Scan

ข้อเสียของRapid scan(ทั้งBlue lightและWhite Light) คือความแม่นยำไม่ได้สูงมากเท่าที่ควรถึงแม้ว่าความละเอียดจากสูงก็ตาม บางครั้งการสแกนงานที่ซับซ้อนหรือมีจุดอ้างอิงน้อยเกินไปด้วยความเร็วที่มากอาจจะทำให้งานเกิดอาการงานซ้อนได้ ซึ่งวิธีแก้คือการลบส่วนที่ซ้อนกันแล้วสแกนจุดนั้นใหม่อีกครั้ง

จุดเด่นอีกอย่างของEiscan HXคือโหมด Blue Lightของเครื่องสามารถสแกนงานงานกลางแจ้งได้ค่อนข้างดี และยังสามารถสแกนงานที่มีความมันวาวและงานสีดำได้ดี แต่ระหว่างสแกนั้นผู้ใช้ต้องคอยปรับแสงเรื่อยๆหากตำแหน่งงานเปลี่ยนจากจุดปกติไปจุดที่มีสีดำ

 

ในส่วนTextureคือการสแกนงานโดยการเก็บสีไปด้วย ในโหมดนี้จะไม่สามารถใช้markerได้ เพราะโปรแกรมจะใช้สีและลักษณะของผิวงานเป็นจุดอ้างอิงแทนเท่านั้น หากติดMarkerเข้ามาจะทำให้เครื่องสแกนเก็บMarkerเข้าไปด้วยและคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวงานจะไม่สามารถลบเฉพาะMarkerออกได้

ด้วยความสามารถของBlue Light LEDของ Einscan HX สามารถสแกนสีได้ในตัวไม่จำเป็นต้องซื้อโมดูลสแกนสีมาต่อเพิ่มแต่อย่างใด และสีที่ได้จะใกล้เคียงความเป็นจริงมาก และEiscan HX สามารถสแกนสีดำได้ จึงสแกนสีดำเก็บเข้ามาได้เช่นกัน

หากสแกนงานที่เป็นสีดำก็ต้องทำการลดแสงของเครื่องสแกนลงไม่งั้นเครื่องจะมองไม่เห็นสีดำ
ในการสแกนไม่สามารถติดMarkerได้ ในส่วนพื้นผิวที่เรียบและมีสีเดียวอาจจะทำได้ยากจึงต้องใช้ทักษะของผู้ใช้ประมาณนึง

สุรุป
Einscan HX ทำงานสแกนได้ค่อนข้างหลากหลายงาน แต่จะเน้นไปทางวิศวกรรมจะทำได้ดีที่สุด กับการสแกนงานที่ไม่ได้ใช้เวลาในการสแกนนานมากนักถือว่าทำได้ดี
จุดเด่น
-มีโหมดLaser Scan สำหรับสแกนงานละเอียดสูง
-Blue light LED สามารถสแกนงานได้หลากหลายมาก ความละเอียดสูง ทั้งแบบติดและไม่ติดMarker
-เป็นHandheld Scannerที่น้ำหนักเบา ทำให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกมาก
-สแกนสีได้สวย สีใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
-สแกนได้เร็ว สแกนได้ดีมากกับงานที่มีขนาดใหญ่ สแกนงานกลางแจ้งได้0
ข้อสังเกต
-จะไม่สามารถใช้โหมดFix Scanได้
-งานที่มีขนาดเล็กไม่สารถสแกนได้

หวังว่าEiscan HX จะเป็นตัวเลือกให้ผุ้ที่สแกนงานได้นำไปใช้กันนะครับ
หากยังไม่กล้าตัดสินใจ สามารถมาทดลองใช้ที่หน้าร้านของเราได้นะครับ

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

จากงานสแกนสู่งานพิมพ์สามมิติสำหรับชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์

เทคโนโลยีสามมิติเป็นเครื่องมือที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกสำหรับนักประดิษฐ์ นักออกแบบมืออาชีพและวิศวกร การสแกนงานสามมิติในปัจจุบันสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานของนักออกแบบได้มากขึ้นโดยการสแกนแล้วตกแต่งไฟล์เล็กน้อยจากนั้นก็นำมาพิมพ์ได้ทันทีเลย ซึ่งจะประหยัดเวลามากกว่าการวาดขึ้นมาใหม่มาก

ขั้นที่1 สแกน
การสแกนงานให้มีความเรียบร้อย ครบทุกรายละเอียดจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วดทดแทนกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมาให้หลากหลายมากขึ้น
ในงานนี้ได้ใช้EinscanHXในการสแกนชิ้นงานท่อเหล็กด้านซ้ายของมอเตอร์ไซด์ หลังจากที่แสกนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่เป็นไฟล์นามสกุล.Stl เพื่อนำมาใช้ในขั้นตอนต่อไป

ขั้นที่2 การออกแบบ
หลังจากที่ได้ไฟล์.STL มาแล้วก็จะทำการนำไฟล์เข้าสู่โปรแกรมVoxeldance เป็นซอร์ฟแวร์เสริมสำหรับการเตรียมชิ้นงานและช่วยลดเวลาและช่วยจัดการกระบวนการขึ้นรูปงาน เดิมทีไฟล์SLTจะเป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆซึ่งจะถูกซ่อมแซมและปิดพื้นผิวด้วยโปรแกรม เนื่องจากท่อเหล็กสองท่อนนี้ถูกเชื่อมกันแบบสมมาตร จึงได้ทำการสร้างงานในรูปแบบตรงข้าง(งานMirror)เพื่อหาลักษณะดั้งเดิมและซ่อมแซมส่วนที่หายไป

ขั้นตอนที่3 การขึ้นรูป
การขึ้นรูปงานโลหะด้วยการพิมพ์สามมิติจะใช้เครื่องพิมพ์ระบบSLM EP-M250pro ในการพิมพ์ หลังจากพิมพ์แล้วตัวงานสามารถเอาออกมาได้อย่างง่ายดายจากฐานรองพิมพ์ ซึ่งการจัดวางชิ้นงานและการวางซัพพอร์ตของตัวงานถูกให้ง่ายขึ้นจากโปรแกรมVoxeldance ด้วยAutomaic Support Function ที่กำหนดค่าซัพพอร์ตไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้การพิมพ์ท่อเหล็กสองท่อนั้นใช้เวลาเพียง4.5ชั่วโมง

ขั้นตอนที่4 เก็บงานขั้นตอนสุดท้าย
หลังจากที่ได้งานมาจากเครื่องแล้วก็นำซัพพอร์ตออกจากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายและทำการพ่นด้วยผงคอรันดัมสีขาวเพื่อเพิ่มความสวยงามของชิ้นงานก็เป็นอันเสร็จ

ที่มา: Shining3D

สแกนเนอร์ที่น่าสนใจ

ซอร์ฟแวร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับงานสแกนเพื่อพิมพ์

เครื่องพิมพ์ระบบSLM

PLA กับ PLA+/PLA Pro ต่างกันอย่างไร

PLA กับ PLA+/PLA Pro ต่างกันอย่างไร

PLA วัสดุสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีราคาถูก พิมพ์ง่าย หาซื้อง่าย มีสีให้เลือกนับไม่ถ้วน จึงทำให้เป็นที่นิยมในผู้ใช้มือใหม่จนถึงผู้ใช้มืออาชีพกันเลย
ณ ปัจุบันPLA มีการปรับปรุง ผสมสารอื่นหรือวัสดุอื่นๆเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเติมสารเพิ่มความเงางาม เพิ่มส่วนผสมโลหะ เพิ่มวัสดุจากธรรมชาติ หรือการเติมสารที่ทำให่มีการนำไฟฟ้า
แต่ครั้งนี้เราจะพูดถึงPLAที่มีปรับปรุงคุณสมบัติเช่น PLA+,PLA Pro ซึ่งเป็นPLAชนิดพ์้นฐานที่สามารถซื้อไปใช้ได้เลยแต่ก็มีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเลยที่สงสัยจนทำให้สับสนกันเลยเพราะถ้าหากดูด้วยตาเปล่าแล้วจะแยกไม่ออกเลยว่าตัวไหนเป็นPLAทั่วไป จะต่างกันแค่สีเท่านั้นแต่ก็แยกชนิดได้ยาก

PLA วัสดุที่ปลอดภัย
PLA ย่อมาจาก Polylactic acid ถ้าแปลตรงตัวคือพลาสติกที่ทำมาจากกรดแลกติกนั่นเอง PLAนั้นจะถูกผลิตมาจากแป้งข้าวโพดหรืออ้อย

วัฎจักรของPLA ตัววัสดุุสามารถย่อยสลายได้เกือบหมด

ในการผลิตPLAนั้นจะนำอ้อยหรือข้าวโพดข้างต้นมาปั่นรวมกับเรซิ่นและเติมสารเติมแต่งหรือเข้าไปแล้วทำให้แห้งที่อุณหภูมิ60-80องศาเซลเซียส หลังจากนั้นก็นำมาหลอมละลายและทำการอัดให้เป็นเส้นละพันกับม้วนพลาสติกตามที่เราเห็นทั่วไป
PLAนั้นมีลักษณะที่ลื่นไหลจึงทำให้ปัญหาหัวฉีดตันมีน้อยมาก พิมพ์งานในมุมเอียงได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ และใช้อุณหภูมิที่ไม่สูงมากจึงสะดวต่อการพิมพ์
PLAบริสุทธ์ที่ไม่ถูกเติมสีนั้นจริงไแล้วจะมีสีใสๆขุ่นๆ(หรือสีNatural)

PLA กับ PLA+/PLA Pro ต่างกันตรงไหน?

คุณสมบัติของPLA
-แข็งแต่เปราะ
-ย่อยสลายง่ายจึงไม่เหมาะเอาไปตากแดดหรือใช้งานกลางแจ้งนานๆ
-ชิ้นงานสวย พิมพ์ง่าย
-ทนความร้อนได้น้อยเนื่องจากจุดหลอมเหลวต่ำ
-กลิ่นอ่อนๆจนแทบไม่มีกลิ่น

ถ้าว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติแล้วจะมีทุกข้อที่หมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือประสิทธิภาพของตัวเส้นพลาสติกเองซึ่งสิ่งที่พิมพ์เข้ามาในPLA+/PLA Pro ซึ่งมีจุดเด่นจุดด้อยดังนี้

จุดเด่นของPLA+/PLA Pro
-มีความเหนียวของเส้นมากกว่าจึงทำให้หักทำได้ยากกว่า
-ความแข็งแรงที่มากขึ้น
-การดูดความชื้นจากอากาศลดลง
-สีสันที่เป็นสีกึ่งด้านเนื่องจากการเติมสารต่างๆเข้ามา(หากเป็นPLAปกติจะมีสีออกใสๆเล็กน้อย)
-การหดตัวที่ลดลง(ปกติในPLAก็มีน้อยอยู่แล้ว)

จุดด้อยของPLA+/PLA Pro
-ไม่มีสีสีใส(Natural)เนื่องจากการเติมสารต่างๆเข้ามาจึงทำให้มีสารเคมีมากขึ้น
-มีความหนืดมากกว่าเล็กน้อยจึงใช้อุณหภูมิสูงกว่าPLAปกติเล็กน้อย(ประมาณ5องศาเซลเซียส)
-ราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย

***ถึงแม้ว่าข้อดีของPLA+/PLA Pro จะมีเยอะแต่ก็ใช่ว่าPLAทั่วไปจะไม่ดีเลย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าชอบแบบไหน ใช้แบบไหนสะดวกกว่ากัน

หากสนใจPLA Pro ทางเรามีสีให้เลือกมากมาย
เส้น3DD เส้นแบรนด์คนไทย เส้นพลาสติกคุณภาพสูง มีสีหลากหลายให้เลือก

เครื่องพิมพ์ของเราพร้อมรองรับPLAและพลาสติกทุกเกรด