Worlddidac Asia 2019 at BITEC Bangna

Worlddidac Asia 2019 at BITEC Bangna

Worlddidac Asia 2019 Bangkok

นิทรรศการสื่อการสอนใหม่ Worlddidac Asia คือ งานแสดงนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อการเรียนการสอนจากนานาประเทศ เพื่อผู้บริหารการศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในวงการการศึกษาทุกระดับนิทรรศการสื่อการสอนใหม่ Worlddidac Asia เป็นหนึ่งในซีรี่ส์งาน Worlddidac ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 โดยจุดเด่นของงานเน้นใน 3 ด้าน คือ

1) การจัดแสดงนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน

2) งานประชุมผู้นำทางการศึกษา/ สัมมนาวิชาการ/ เวิร์คชอป

3) การสร้างเครือข่าย เพราะโลกแห่งการศึกษาในปัจจุบัน เป็นโลกที่เปิดกว้าง รูปแบบไร้ขีดจำกัด และการเรียนรู้ไม่ได้มีแต่เฉพาะในห้องเรียน

งานจัดขึ้นวันที่ 9-11 ตุลาคม 2562 เวลาเริ่มงาน 9.00-17.30 น. ซึ่งทาง Print3Dd ได้เข้าร่วมออกงานได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รุ่นต่างๆ ชิ้นงานตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบพลาสติก แบบเรซิ่น เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนของทางนักเรียนนักศึกษาได้ลงมือทำจริง ประดิษฐ์ชิ้นงานหรือออกแบบชิ้นงานออกมาใช้งานจริงได้เลย เห็นถึงระบบการทำงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทางเราไม่ได้แค่จำหน่ายเทคโนโลยีเหล่านี้เท่านั้นยัง มีทางทีมงานที่ค่อยให้คำแนะนำข้อมูลต่างๆ ให้อีกด้วย สำหรับสถานศึกษา คุณครู อาจารย์ท่านใดกำลังมองหาเครื่องพิมพ์และเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ เหล่านี้อยู่สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ Booth K04 หรือถ้าหาไม่เจอโทรมาที่เบอร์ 096-140-0420, 092-552-3026     Line : @Print3dd

 

 

Bangkok Gems and Jewelry Fair 2019 #ครั้งที่ 64 อิมแพคเมืองทองธานี

Bangkok Gems and Jewelry Fair 2019 #ครั้งที่ 64 อิมแพคเมืองทองธานี

เตรียมพบกับเราภายในงาน64th Bangkok Gems and Jewelry Fair 2019ครั้งที่ 64

  • วันที่ 10-14 กันยายน 2562  ณ
  • อิมแพคเมืองทองธานี Challenger Hall 1-3 โดยภายในงานจะนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไปโชว์พร้อมกับข้อเสนอพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราคาย่อมเยาสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือจะเป็นเครื่องราคาสูงที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาที่ชอบงานขนาดใหญ่ และที่สำคัญเราจะนำเครื่องที่ใช้ทำงานทางด้าน Jewelry โดยเฉพาะไปโชว์ที่สามารถทำงานขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ดี โดยใช้เรซิ่นหล่อในการขึ้นรูปชิ้นงาน ส่วนใครที่ยังลังเลอยู่อยากได้เครื่องพิมพ์หรือเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ถูกใจสักเครื่องไว้ใช้งานสามารถเดินเข้ามาฟังข้อเสนอ และสินค้าได้ที่
  • Booth WW56 งานจะเริ่มเวลา 10.00-18.00 น.  ท่านใดมาก่อนได้รับข้อเสนอก่อน ทางเราจะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวเครื่องที่เหมาะสมต่อการใช้งานกับท่าน
  • Highlight เปิดตัว Formlabs Form3 เครื่องแรกในไทย

 

การสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

การสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

การสัมมนาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

        เตรียมพบกับงานสัมนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ที่จัดขึ้นโดยสาขาวิชาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 ณ ศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีการพิมพ์แห่งชาติ มสธ. เทโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการผลิตต้นแบบผลิตภัณฑ์ได้เหมือนจริงในระยะเวลารวดเร็ว มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ และด้านวัสดุให้ใช้งานได้หลากหลาย ง่าย รวดเร็ว ประหยัด นิยมใช้ในการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปทรง 3 มิติ ซึ่งทาง Print3DD ของเราก็ได้เข้าร่วมงานสัมนานี้ด้วย ได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforge Creator Pro(FDM), Form2(SLA) และเรื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro 2x ที่สามารถใช้มือจับเครื่องสแกนแล้วทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

*** เปิดให้ลงทะเบียนโดยรับจำนวนจำกัด สมัครโดยการสแกน QR Code ด้านล่างเลยนะครับ ***

 

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://scitech.stou.ac.th/page/Showdata.aspx?PageId=54420&Datatype=2

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

การทำชิ้นงานเสมือนคนจริงแบบย่อส่วนด้วยสแกนเนอร์ และ Autodesk Meshmixer

        หลายๆ คนที่ไม่ได้มีความสามารถทางด้านการเขียน การปั้น แบบ 3 มิติ แต่อยากที่จะได้ชิ้นงานแบบ 3 มิตินั้นก็สามารถทำได้ ถึงจะไม่ได้เก่งด้านโปรแกรม 3 มิติเลยก็ตามแต่ก็ทำได้เช่านกัน เพียงแค่ต้องมีอุปกรณ์เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ Einscan Pro 2X ที่สามรถใช้สแกนงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่ได้ ที่เด่นๆ เลยคือสามารถสแกนมนุษย์ได้ด้วย แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ประมาณ 3 อย่าง คือ ชิ้นงานสีดำ ชิ้นงานท่มีความมันเงา และชิ้นงานที่มีสีใส แต่ก็มีวิธีแก้ไขโดยการใช้สเปรย์แป้งพ่นลงบนผิวของชิ้นงาน หรือทำให้ชิน้งานมีสีที่สว่างขึ้น ไม่เงา ไม่ใส ก็จะสามารถใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ สแกนได้เเล้ว 

       เมื่อนำไปสแกนคน ส่วนที่ต้องยอมรับเลยว่าจะสแกนไม่ได้จริงๆ คือส่วนที่เป็นเส้นผม ดังนั้นวิธีแก้ไขจะต้องนำไฟล์ที่ได้จากการสแกนไปปรับแต่งแก้ไขเพิ่ม แต่ก่อนที่จะสแกนนั้นแนะนำว่าให้ผู้ที่เป็นแบบใส่หมวกหรือหาสิ่งของมาปิดบังเส้นผมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โปรแกรมที่นำมาใช้ปรับแต่งไฟล์สแกนที่ทางเราใช้นั้น ทุกๆ คนสามารถโหลดมาใช้งานได้คือ Autodesk Meshmixer เป็นโปรแกรมฟรีที่สามารถใช้งานได้ดีมากตัวหนึ่งเลย ด้านโปรแกรมนั้นจะออกเป็นแนวของการปั้นขึ้นรูปงาน จะไม่เหมือนกับโปรแกรม CAD ต่างๆ ที่จะมีการขึ้นรูปเป็นรูปแบบมีขนาด องศา สัดส่วนที่แน่นอนมากๆ 

 

        ขั้นตอนการสแกนงาน Einscan Pro 2X  ก่อนการสแกนงานที่เป็นคน หรือสิ่งมีชีวิตนั้นควรจะจัดแต่งต้นแบบงานให้เรียบร้อยก่อน อย่างที่บอกไปเบื้องต้นคือ ให้แบบใส่หมวกที่ไม่ใช่สีดำ เสื้อที่ใส่ห้ามเป็สีดำ ถ้าใส่แว่นแนะนำให้ถอดออก เป็นต้น เมื่อเราจัดเตรียมแบบเสร็จแล้ว ให้เราเริ่มเปิดโปรแกรม EXScan Pro ได้เลย เปิดเข้ามาให้เลือกโหมดการสแกนที่เป็น Rapid Scan Handheld ในโหมดนี้จะสามารถสแกนงานได้หลายหลากแต่เหมาะกับงานที่มีขนาดใหญ่หน่อย วิธีการยืนของแบบที่จะสแกนควรจะนิ่งที่สุด สามารถลืมตาได้ในระหว่างสแกน เนื่องด้วยไฟของตัวเครื่องสแกนนั้นเป็นแบบ LED ไม่มีผลอะไรต่อดวงตาอยู่แบบเหมือนกับเราถ่ายภาพแล้วเปิดไฟแฟรช การสแกรเราสามารถสแกนได้ทั้งตัวของแบบเลย แต่ทางเราจะสแกนอยู๋ประมาณครึ่งตัวด้านบนเท่านั้นใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที ในการสแกน เมื่อทำการสแกนเสร็จแล้วให้ปิดผิวงานเป็นแบบ Waterlight Models เพื่อนำไปแก้ไขต่อและแนะนำว่าขนาดของไฟล์ควรจะอยู่ประมาณ 150MB แล้วแต่คอมพิวเตอร์ของแต่ละท่านด้วยนะครับ จากนั้น Save ออกมาเป็นไฟล์นามสกุล .stl 

        ขั้นตอนการแก้ไขไฟล์งานสแกนด้วย Autodesk Meshmixer  โหมดการสแกนแบบ Fixed จะมีการแสดงข้อมูลการสแกนทั้งหมดที่เราทำการสแกนมาจะอยู่ด้านซ้ายมือของหน้าต่าง สามารถเปิดปิดเพื่อดูและลบ ข้อมูลได้บางทีชุดข้อมูลสแกนนั้นเกิดความคาดเคลื่อนเมื่อโปรแกรมทำการ Alignment Auto ให้เรา และที่ดีมากๆ เลยของโหมดนี้คือสามารถ Alignment แต่ละชุดข้อมูลได้บางข้อมูลอาจจะสแกนซ้ำจุดเดิมมาแล้วไม่ได้มีผมทำให้งานอะเอียดหรือว่าแม่นยำมากขึ้นก็ลบทิ้งไปได้เลย จะทำให้ Size File ที่ทำการเซฟออกมามีขนาดเล็กกว่าเดิมด้วย เมื่อเรานำไปใช้งานต่อในโปรแกรมต่างๆ จะทำงานได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น สามารถดูรูปภาพด้านล่างได้จะเป็ยไฟล์ที่ได้จากการสแกน ก่อนการปรับแก้ไขไฟล์งาน จะเห็นได้ว่าส่วนที่เป็นเส้นผมจะไม่สามรถสแกนได้ดังนั้นเราจึงควรจะสวมหมวก แต่อันนี้ก่อนที่จะ Save เราได้ทำการตัดหมวกแยกออกไป และจะนำมาประกอบในตอนหลังจะได้ทำงานง่ายยิ่งขึ้น

        เมื่อทำการแก้ไขเร็จแล้วจะได้ตามภาพด้านล่าง โดยหลักๆ จะใช้เครื่องมือในถบด้านซ้ายของหน้าต่างเป็น Sculpt และเลือกปรับที่ Brushes อีกทีว่าเราจะเลือก ดึงนูน ปรับเรียบเนียน กรีดคม และอื่นๆ ตามความต้องการ แต่จะเห็นบางส่วนที่เป็นผิวงานที่เกินออกมานั้นจะใช้เครื่องมือ Select เพื่อเลือกจุดที่เราต้องการจากนั้นลบทิ้งและเลือกอีกครั้งเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไป Fill แต่ที่สำคัญควรพยายามลบส่วนที่เกินออกมานั้นให้หมด อย่าให้มีเป็นเศษเล็กๆ หลงเหลืออยู่เพราะจะมีปัญหาตอนที่นำงานได้ส่งพิมพ์  3 มิติ เนื้อผิวในส่วนนั้นจะเสียหายได้ง่าย เมื่อปิดผิวงานแล้วก็ทำกาปรับให้เรียบอีกครั้งด้วยเครื่องมือ Sculpt อันนี้งานที่เรานำไปใช้ต่อจะเอามาย่อขนาดลงดังนั้นอาจจะไม่ได้ทำให้ผิวของงานคมมากเกินไปเท่าไหร่ เพราะเมื่อย่อขนาดลงแล้วผิวของงาน รายละเอียดต่างๆ จะคมชัดขึ้นเอก แต่เมื่อนำไปขยายอาจจะต้องแก้ไขไฟล์งานให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ 

        พอเราปรับไปเกือบสมบูรณ์แบบแล้วก็นำไฟล์หมวกที่เราตัดออกไปนั้นมาใสให้ชิ้นงาน และใส่ฐานวางงานเพื่อให้ดูดีมากยิ่งขึ้น อาจจะประกอบงานในอีกโปรแกรมที่ชื่อว่า Flashprint ซึ่งเป็นโปรแกรมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Flashforge ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก ตอนที่เราประกอบงานนั้นก็ให้ทำการย่อขนาดของงานลงเหลือตามที่เราต้องการอันนี้เราจะย่อลงอยู่ที่สูง 50 mm. เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็จะได้ไฟล์งานตามภาพด้านล่าง แต่ยังไม่เสร็จเท่านี้นะยังต้องเก็บงานอีกนิดหนึ่ง คือการทำงานให้กลวงเพื่อจะนำไปพิมพ์กับเครื่องพิมพ์แบบเรซิ่น Form2 การทำกลวงนั้นจะช่วยให้พิมพ์งานได้ง่ายขึ้น ประหยัดน้ำยาเรซิ่นด้วย ทำกลวงโดยใช้เครื่องมือ Edit เลือก Hollow เครื่องมือนี้เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำให้ผนังของงานหนาเท่าไหร่ ที่เราใช้ประจำจะอยู่ที่ 2 mm. และอย่าลืมทำรูที่ด้านล่างของชิ้นงานด้วยเพราะจะช่วงให้แก้การเกิด Cup ในการพิมพ์กับเครื่อง Form2 

        การพิมพ์ชิ้นงานด้วย Form2 เครื่องพิมพ์เรซิ่น เปิดไฟล์งานที่แก้ไขเสร็จจาก Autodesk Meshmixer จากนั้นให้เราหมุนงานเอียงเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเเรงดึงระหว่างพิมพ์ชิ้นงาน เพราะการพิมพ์แบบเรซิ่นจะมีดึงผิวของแผ่นฟิล์มที่อยู่ในถาดน้ำยาเรซิ่น พอเอียงงานเสร็จแล้วก็เริ่มทำ Support สามารถใช้ค่าตั้งต้นของโปรแกรมตามน้ำยานั้นๆ ได้เลยนะครับ กด Auto Support โปรแกรมจะทำส่วนนี้ให้อัตโนมัติ และเราก็ค่อยมาแก้จุดสัมผัสที่ชิ้นงานเองบางจุดอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเราก็ลบทิ้ง เมื่อเราทำ Support เสร็จแล้วโปรแกรมไม่ได้แจ้ง Error อะไรเกี่ยวกับงานให้กด Upload เพื่อสั่งพิมพ์งานได้ทันทีเลยนะครับ ส่วนเรื่องเวลาและปริมาณน้ำยาที่ใช้โปรแกรมจะคำนวณมาให้เองครับ 

วีดีโอการทำ

Resin Tank LT: ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มโอกาสการพิมพ์สำเร็จให้งานของคุณ

Resin Tank LT: ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มโอกาสการพิมพ์สำเร็จให้งานของคุณ

Formlabs มีถาดเรซินสำหรับเครื่อง Form 2 (resin tank) ให้เลือก 2 แบบมาตรฐาน (standard resin tank) กับแบบที่ใช้ได้นาน (resin tank LT) ซึ่งใช้งานได้ยาวนานกว่าแบบมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพิมพ์บ่อยๆ และถาดชนิดนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการพิมพ์สำเร็จให้สูงขึ้น

ในบทความนี้จะแสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของ Resin Tank LT และทำไมจึงควรพิจารณาใช้ Resin Tank LT ในการทำงาน

หมายเหตุ อักษร “LT” ใช้สื่อถึงคำว่า long-term use หมายถึงใช้ได้นาน เช่นในเรซิน Dental LT Clear และ Resin Tank LT.

อายุการใช้งานที่นานกว่า และผลงานที่ดีกว่า

ลักษณะการทำงานของ resin tank คือจะแยกตัวออกจากเนื้องานที่ได้รับแสงยูวีแล้ว หลังจากที่ใช้งาน resin พิมพ์งานไปประมาณ 1-2 ลิตรด้วย resin tank แบบมาตรฐาน คุณจะสังเกตได้ว่าที่ก้นถาด จะมีลักษณะเป็นฝ้า ไม่ใสเหมือนตอนเริ่มใช้งาน นั่นเป็นสัญญาณบอกว่า resin tank เริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งจะมีผลกระทบกับคุณภาพของงานพิมพ์ และอาจจะถึงกับพิมพ์ไม่สำเร็จเลยก็ได้ จึงต้องเปลี่ยนอันใหม่ ซึ่ง Resin Tank LT ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อการใช้งาน ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

Formlabs กำหนดอายุของ resin tank จากปริมาณ resin ที่ใช้ไปเป็นจำนวนขวดขนาด 1 ลิตร ซึ่งจะดูจากการที่ไม่สามารถพิมพ์ FormTest ให้สำเร็จได้ โดยผลจากการทดลองพบว่าเมื่อใช้ standard resin อายุของถาดจะอยู่ที่ 1-2 ขวด ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนถาดอันใหม่ ส่วนถาด resin tank LT จะมีอายุนานกว่าถึง 2 เท่าเมื่อใช้กับเรซินแบบ Engineering หรือ Dental Resins แต่ถ้าใช้กับ standard resin จะใช้ได้นานกว่าถึง 5 เท่า

เคล็ดลับของมือโปร- วิธีการยืดอายุการใช้งานของทั้ง Resin Tank LT และ Standard Tank โดยการไม่พิมพ์งานที่จุดเดียวกันซ้ำๆ แนะนำให้กระจายกันไป คุณสามารถตรวจสอบการใช้งานได้ด้วย heat maps ใน Formlabs Dashboard

นอกจากนี้เราได้เก็บข้อมูลการพิมพ์สำเร็จและล้มเหลว จากผู้ใช้งานเครื่องพิมพ์ที่ส่งเข้ามาให้ Formlabs กว่า 600,000 ชิ้นงาน เราพบว่างานที่ใช้ถาด Resin Tank LT ช่วยลดโอกาสการพิมพ์ล้มเหลวลงได้ถึง 57% เมื่อเทียบกับถาดแบบมาตรฐาน ลองดูตารางการเปรียบเทียบการล้มเหลวที่ลดลงในเรซินแต่ละชนิดด้านล่างนี้

ตารางแสดงการลดลงของงานที่ล้มเหลวจากเครื่อง Form 2 เมื่อเทียบ Resin Tank LT vs Standard Tank ในรอบกว่า 6 เดือน

 

 วัสดุ                                                                                             % การลดลงของงานที่ล้มเหลว

Castable Wax 57.14%
Castable Resin 57.14%
Tough Resin 54.17%
High Temp Resin 43.59%
Dental Model Resin 42.11%
Dental SG Resin 40.00%
Grey Resin 38.46%
Durable Resin 37.50%
Dental LT Clear Resin 26.67%
Black Resin 20.00%
Clear Resin 16.67%
White Resin 14.29%
Color Base Resin 10.53%

ขยายความเป็นไปได้ในการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ

Resin Tank LT ช่วยให้การพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ซึ่งอาจจะทำงานได้ไม่ดีนักกับถาดแบบมาตรฐาน มีความเป็นไปได้มากขึ้น ตั้งแต่ที่เราเปิดตัวถาด LT นี้แล้วเราก็ได้พัฒนาวัสดุวิศวกรรมเช่น Rigid Resin, Grey Pro Resin, และ Elastic Resin ซี่งสามารถพิมพ์ได้ดีด้วย Resin Tank LT

Formlabs มีการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตชิ้นงานที่หลากหลายขึ้น เราจึงขอแนะนำให้ใช้ถาด Resin Tank LT เป็นมาตรฐานในการพิมพ์สำหรับวัสดุเรซินทุกชนิด เพื่อประโยชน์ในด้านความทนทาน และอายุการใช้งานที่นานขึ้น เพิ่มโอกาสในการพิมพ์สำเร็จให้มากขึ้น และยังสามารถใช้วัสดุวิศวกรรมต่างๆ ที่มีอยู่ และจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต

การออกแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันเรซินกระเด็น

นอกจากการที่ Resin Tank LT จะช่วยเรื่องการใช้งานที่ยาวนานขึ้นแล้ว Formlabs ยังได้ออกแบบเพิ่มเติมเช่น เพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบถาด มีการป้องกันเรซินกระเด็น และการปลดใบปาดทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เพื่อการทำงานอย่างราบรื่น ทั้งถาด Standard Tank และ Resin Tank LT มาพร้อมกับฝาตรอบและใบปาดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงช่วยให้สะดวกในการเก็บรักษา โดยเมื่อนำถาดออกมาจากเครื่องก็สามารถซ้อนถาดเป็นชั้นๆ ได้

Related image

ระบบที่บูรณาการเพื่อการพิมพ์ที่แม่นยำ และต่อเนื่อง

ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ความสำเร็จในการพิมพ์ที่มากขึ้น และการใช้งานกับวัสดุที่หลากหลายขึ้น เราตื่นเต้นที่เห็นลูกค้าของเราเริ่มเปลี่ยนมาใช้ Resin Tank LT  แล้ว เรายังพัฒนาวัสดุสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อใช้กับถาดเรซิ่นนี้ 

ขอยืนยันว่า Resin Tank LT นี้สามารถใช้กับเรซินของ Formlabs ได้ทุกตัว (ยกเว้น Ceramic Resin) และเหมาะอย่างยิ่งในการผลิตงานจำนวนมากๆ เรซินบางชนิดเช่น Dental Resins, Engineering Resins, และ Castable Wax Resin ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้ถาดมีอายุสั้นลงเร็วขึ้น เราจึงแนะนำให้ใช้ถาด Resin Tank LT กับเรซินเหล่านี้

ตารางความเข้ากันได้ของชนิดเรซิน และถาดเรซิน

MATERIAL RESIN TANK LT (RECOMMENDED) STANDARD RESIN TANK
Standard Resins (Black, White, Grey, Clear) ✔️ 5X lifetime ✔️
Dental Resins (Dental Model, Dental SG, Dental LT Clear, Dentures Resins) ✔️ 2X lifetime ✔️
Draft Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
High Temp Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Durable Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Tough Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Flexible Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Castable Wax Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Castable Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Color Base Resin ✔️ 2X lifetime ✔️
Grey Pro Resin ✔️ required
Rigid Resin ✔️ required
Elastic Resin ✔️ required
Ceramic Resin ✔️

ทดลองใช้ถาด Resin Tank LT

หากการทำงานของคุณจะดีขึ้นจากคุณสมบัติของถาด Resin Tank LT แล้ว คุณสามารถสั่งถาด Resin Tank LT ไปใช้งานได้เรามีพร้อมส่งให้ทันที

 

คุณพ่อช่วยลูกชายที่สมองพิการให้เดินได้ด้วย 3D Printer

คุณพ่อช่วยลูกชายที่สมองพิการให้เดินได้ด้วย 3D Printer

มีเด็กกว่า 17 ล้านคนบนโลกใบนี้ได้รับผลกระทบจากโรคสมองพิการแต่กำเนิด มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับพ่อแม่มือใหม่ ด้วยกลัวว่าลูกของตนจะมีปัญหาจากโรคนี้ซึ่งทำให้ไม่สามารถนั่ง ยืน เดิน ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปรกติ

ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เด็กสามารถเดินได้ คุณหมอจะใช้วิธีจัดกระดูก หรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือซึ่งเริ่มผลิตมาตั้งแต่ช่วงปี 1950 ซึ่งจะทำเป็นรูปร่างมาตรฐาน สวมใส่ไม่พอดี ใส่แล้วไม่สบายตัว ส่วนที่ทำแบบเข้ารูปก็มีราคาแพง อีกทั้งยังใช้เวลานับเดือนในการผลิต

Orthoses on the market today are generally uncomfortable to wear and only high-end, expensive models offer a custom-fit. Custom devices can cost thousands of dollars and take weeks for patients to receive.

เมื่อ 7 ปีที่แล้ว Nik บุตรชายของ Matej คลอดก่อนกำหนด 1 เดือน และเกิดปัญหาระหว่างคลอด ทำให้สมองของ Nik ถูกทำลายบางส่วน ทำให้กลายเป็นสมองพิการ เขาไม่สามารถยืนหรือเดินได้

With Matej’s workflow, the patient’s feet are placed on a vacuum bag in the corrected position and 3D scanned.

Matej ตั้งปณิธานว่าจะช่วยให้ลูกชายของเขาเดินได้ หลังจากค้นคว้าอยู่นานหลายเดือน เขาใช้เครื่องพิมพ์สามมิติมาช่วยผลิตอุปกรณ์ในการช่วยเดิน ในที่สุด Nik ก็สามารถเดินก้าวแรกได้ด้วยตัวเอง

Nik’s orthosis is barely visible from the outside and fits inside his regular shoes.

หลังจากที่มีคนเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Nik บรรดาผู้ปกครองต่างก็รวมตัวกันเพื่อช่วยกันปรับปรุงคุณภาพของอุปกรณ์ช่วยเหลือนั้น เพื่อให้เด็กคนอื่นๆ ได้ประโยชน์ด้วย

Custom-made orthoses for multiple patients. 3D printing offers the design freedom to create orthotics with different thicknesses in different areas to more appropriately support each unique patient.

Matej ลาออกจากงานและตั้งบริษัทชื่อ aNImaKe ตามชื่อ Nik ลูกชายของเขา ในอนาคตเขาจะขยายไยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย โดยที่เริ่มทดสอบไปแล้วก็มีอุปกรณ์ประคองแขน และตัวช่วยให้ขยับนิ้วมือได้ เพื่อให้เด็กๆ สามารถหยิบจับสิ่งของได้

อ่านรายละเอียดการทำงานของ Matej ได้ที่ https://formlabs.com/blog/father-helps-son-with-cerebral-palsy-walk-with-custom-3d-printed-orthosis

เปรียบเทียบ 3D printing ระบบ FFF vs. SLA vs. SLS

เปรียบเทียบ 3D printing ระบบ FFF vs. SLA vs. SLS

Additive manufacturing (AM) หรือที่เรียกว่าการพิมพ์สามมิติ ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน และตัดปัญหาเรื่องขอจำกัดในการผลิตในกระบวนการพัฒนาสินค้าได้ เริ่มตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ การทำต้นแบบที่ใช้งานได้ ไปจนถึงการทำอุปกรณ์นำเจาะและจับงาน หรือแม้แต่สินค้าที่จำหน่ายแก่ผู้บริโภค การพิมพ์สามมิติสามารถนำไปใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์

ช่วงหลายปีหลังมานี้ เครื่องพิมพ์สามมิติชนิดความละเอียดสูงเริ่มมีราคาถูกลง ใช้งานง่ายขึ้น และมีความเชื่อถือได้สูงขึ้น เครื่องพิมพ์สามมิติจึงเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มธุรกิจมากขึ้น แต่การเลือกใช้เครื่องพิมพ์สามมิติแบบต่างๆ ก็อาจจะเป็นเรื่องปวดหัวว่าจะใช้การพิมพ์สามมิติระบบไหนดีที่เหมาะกับงานของคุณ วัสดุที่ใช้ต้องเป็นอย่างไร เครื่องที่จะใช้รวมถึงการอบรมการใช้งาน รวมถึงราคาและความคุ้มทุน บทความนี้จะเราจะนำคุณไปดูเครื่องพิมพ์สามมิติที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก คือแบบ Fused Filament Fabrication (FFF), stereolithography (SLA), และ selective laser sintering (SLS).

Fused Filament Fabrication (FFF)

Fused Filament Fabrication เป็นระบบที่ใช้โดยทั่วไปอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้ทำงานอดิเรก การทำงานของเครื่องเป็นการให้ความร้อนกับเส้นพลาสติกแล้วฉีดออกมาเป็นเส้นเล็กๆ ทางหัวพิมพ์โดยซ้อนกันเป็นชั้นๆตามรูปร่างของชิ้นงาน

FFF สามารถพิมพ์โดยใช้วัสดุได้หลากหลาย เช่น ABS, PLA, และอื่นๆ วิธีการนี้เหมาะกับงานที่ไม่ซับซ้อนมาก ทำงานได้เร็ว ใช้ทดแทนการกัดโลหะได้เป็นอย่างดี มีต้นทุนต่ำที่สุดในบรรดาการพิมพ์สามมิติทั้งหมด

ชิ้นส่วนที่พิมพ์จากระบบ FFF มักจะมีเส้นของชั้นพลาสติกที่มองเห็นได้ และมีความละเอียดต่ำกว่าเครื่องประเภท SLA และ SLS อาจจะทำให้ไม่เหมาะกับการพิมพ์งานที่ต้องการความละเอียดสูง หรือมีรายละเอียดย่อยๆ จำนวนมาก การตกแต่งผิวงานอาจจะทำได้โดยการขัด หรือการใช้สารเคมี เครื่องพิมพ์แบบ FFF ยังสามารถใช้เส้นพลาสติกแบบละลายได้ในการทำ support ทำให้สามารถพิมพ์งานที่มีความซับซ้อนได้ นอกจากนี้ยังมีพลาสติกให้เลือกใช้หลากหลายชนิด

Stereolithography (SLA)

Stereolithography เป็นเทคโนโลยีสามมิติแบบแรกที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1980 และปัจจุบันยังเป็นที่นิยมอย่างมาก SLA ใช้แสงเลเซอร์ในการทำให้เรซินเหลวแข็งตัวเป็นชิ้นงาน ซึ่งเรียกว่า photopolymerization

มาดูกันว่า stereolithography ทำงานอย่างไร

ผลงานจากเครื่อง SLA จะมีความละเอียดสูงสุด และความเที่ยงตรงสูง แสดงรายละเอียดเล็กๆ ได้ดี ผิวสัมผัสจะเรียบเนียนกว่าเมื่อเทียบกับระบบการพิมพ์อื่นๆ แต่ที่เป็นจุดเด่นจริงๆ คือการใช้งานได้หลากหลาย มีวัสดุเรซินที่ผลิตขึ้นมาให้มีคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และพื้นผิวที่มองเห็นได้ ให้เหมือนกับวัสดุมาตรฐานในงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไป

ผลงานจากเครื่อง SLA จะมีขอบมุมที่คม ผิวเรียบ และแทบจะไม่เห็นเส้นเลเยอร์ ภาพด้านบนแสดงให้เห็นผลงานจากเครื่อง SLA Form2 เครื่อง SLA เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องมีรายละเอียดสูง เน้นความคลาดเคลื่อนต่ำ และมีผิวที่เรียบ ใช้ในงานอุตสาหกรรม ทันตกรรม เครื่องประดับ การทำแม่พิมพ์ และในวงการการศึกษา

Selective Laser Sintering (SLS)

Selective laser sintering เป็นระบบการพิมพ์สามมิติที่ใช้กันทั่วไปในงานอุตสาหกรรม SLS จะใช้แสงเลเซอร์กำลังสูงในการหลอมรวมผงพลาสติก ผงพลาสติกส่วนที่ไม่ถูกหลอมจะทำหน้าที่เป็น support ให้ตัวงานในระหว่างที่พิมพ์ ทำให้ไม่ต้องสร้าง support ขึ้นมาอีก ทำให้ระบบนี้เหมาะกับงานที่มีรูปร่างซับซ้อน งานที่มีโครงสร้างอยู่ภายใน งานที่มีส่วนเว้า และงานที่มีผนังบาง งานที่ผลิตจากเครื่อง SLS จะมีคุณสมบัติเทียบเท่างานที่ผลิตจากเครื่องฉีดพลาสติกในโรงงานอุตสาหกรรม

งานพิมพ์จากเครื่อง SLS จะมีผิวที่หยาบเล็กน้อย แต่แทบจะไม่เห็นเส้นเลเยอร์เลย ภาพด้านบนพิมพ์จากเครื่อง Formlabs Fuse 1 วัสดุที่ใช้กับเครื่อง SLS มักจะเป็นไนลอน ซึ่งเป็นที่นิยมในงานวิศวกรรม มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีเยี่ยม ไนลอนมีน้ำหนักเบา แข็งแรง ให้ตัวได้ แต่มีความคงตัวต่อแรงกระแทก สารเคมี ความร้อน แสงยูวี น้ำ และฝุ่น ด้วยราคาต่อชิ้นที่ถูกมาก ผลผลิตที่สูง และวัสดุพิมพ์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ทำให้เครื่อง SLS เป็นที่นิยมของวิศวกรในการผลิตต้นแบบ และเป็นทางเลือกแทนการฉีดพลาสติก ในจำนวนน้อยๆ หรือช่วงสั้นๆ ก่อนการผลิตจริง

เปรียบเทียบระหว่างการพิมพ์ระบบ FFF, SLA, และ SLS

ต้นทุน และความคุ้มทุน

ท้ายที่สุดคุณควรเลือกเครื่องพิมพ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด ราคาของเครื่องพิมพ์ลดลงตลอดเวลา แต่ก็มีเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นออกวางตลาดอยู่เสมอ เครื่องพิมพ์สามมิติทั้งสามระบบนี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในราคาที่จับต้องได้

การคำนวณต้นทุนไม่ได้จบที่ราคาเครื่องเท่านั้น ค่าวัสดุพิมพ์ และค่าแรงงานก็เป็นส่วนสำคัญของต้นทุนต่อชิ้นเช่นกัน ตารางต่อไปนี้เป็นแยกรายละเอียดตามเทคโนโลยีของเครื่องพิมพ์

Architect Expo 2019 (สถาปนิก 62) ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพคเมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3

Architect Expo 2019 (สถาปนิก 62) ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพคเมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3

     

 

       สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จับมือพันธมิตรใหม่ “บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด”จัดงานสถาปนิก’62 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ดี: Living Green” ดันสถาปนิกชุมชนและเมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมั่นใจได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายไทยและอาเซียนไม่ต ่ากว่า 5 แสนราย ขยายพื้นที่เพิ่ม 50% รองรับสินค้าทั่วโลก 850 แบรนด์ดังเข้าร่วมแสดงในงาน

       การจัดงานสถาปนิก’62 น้ัน มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้งานนี้เป็นเวทีสู่อาเซียน รวมถึงการส่งออกสินค้าไทย และ made in Asean ซึ่งงานสถาปนิกในอนาคตจะเป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญในแวดวงวัสดุก่อสร้าง เพื่อสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นใหเ้กิดการซื้อขายและทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ สำคัญที่สุดคือการที่ประชาสัมพันธ์ความเป็นตัวตนการเป็นสถาปนิกและการเป็นสถาปนิกมีประโยชน์อย่างไรกับสังคม ซี่งเป็นหัวใจสำคัญของสมาคมวิชาชีพ หรือการเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้แก่รัฐในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาเป็นหน้าที่ของสมาคมที่จะเข้าไปมีบทบาทเพื่อสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม สังคม ประเทศชาติ โดยทาง Print3dd ก็ได้เข้าไปร่วมงานด้วยซึ่งจะอยู่ที่ Booth E706 งานจะจัดขึ้นวันที่ 30 เม.ย – 5 พ.ค. 2562 งานเริ่มเวลา 10.00-20.00 น. แล้วมาพบกันนะครับ!!

 

ลูกค้า: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ลูกค้า: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ขอขอบคุณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2, XYZ, และ  เครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro+ ไปใช้ทำการวิจัย และสอนนักศึกษาต่อไป

3D Printer : Form2

3D Printer : Einscan Pro+

ลูกค้า: บริษัท สวารอฟสกี้ เจมสโตนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ลูกค้า: บริษัท สวารอฟสกี้ เจมสโตนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท วารอกี้ เจมโตน์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2Form CureForm Wash