fbpx

ลูกค้า: บริษัท ฟูรูกาวา ไฟเทล (ประเทศไทย) จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ฟูรูกาวา ไฟเทล (ประเทศไทย) จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ฟูรูกาวา ไฟเทล (ประเทศไทย) จำกัด

ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Formlabs Form 3 พร้อมด้วย Form Wash และ Form Cure ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น

3D Printer :   Formlabs Form 3, Form Wash และ Form Cure

ลูกค้า: วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ลูกค้า: วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ขอขอบคุณ วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator 3, Formlabs Form 3 พร้อมด้วย Form Wash และ Form Cure และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan-Pro 2X เพื่อใช้ในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

3D Printer : Flashforge Creator 3,  Formlabs Form 2, Form Wash และ Form Cure

    3D Scanner: Einscan-Pro 2X    

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ซีเคซี จิวเวลรี่ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form3 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

3D Printer: Form3Form CureForm Wash

Using Form Cure

การใช้งานเครื่อง Form Cuer

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B**

        Form Cure จะให้แสง และความร้อนที่จำเป็นสำหรับอบชิ้นงานให้แห้งสนิท ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่งเพราะเรซิ่นแต่ละชนิดนั้นมีการเลือกใช้ค่าแสงและอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเรซิ่นชนิดนั้นๆ ได้รับการอบแห้งอย่างเหมาะสมจะทำให้ชิ้นงานนั้นๆ มีคุณสมบัติตรงตามชนิดของรูปแบบเรซิ่นชนิดนั้น

การตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่อง Form Cureการใช้งานเบื้องต้นการตั้งค่าเวลาและอุณหภูมิ

การตั้งค่าหลังจากได้รับเครื่อง Form Cure

         จัดวางตัวเาครื่อง Form Cure ไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานของตัวเครื่องให้เรียบร้อย ตัวเครื่อง Form Wash มีขนาด : 26.2 × 26.2 × 34.0 ซม. (10.3 × 10.3 × 13.4 นิ้ว) ซึ่ง Form Cure จะมีการเปิดฝาของตัวเครื่องที่ด้านหน้า เพื่อนำชิ้นงานเข้ามาอบ โดยชิ้นงานที่จะอบนั้นจะถูกวางไว้บนถาดหมุน โดยพื้นที่ในการวางเครื่องนั้นจะใช้ความกว้างความยาวประมาณ 30 ซม. (12 นิ้ว) ส่วนความสูงเมื่อเปิดฝาเครื่องแล้วไม่ชนควรมีสูงประมาณ 64 ซม. (25.2 นิ้ว) การจักเก็บแพ็คมาอยู่ในกล่องกระดาษแข็งโดยภายในกล่องจะมีโฟมทั้งด้านบนและด้านล่าง ที่โฟมด้านบนจะมีอะแดปเตอร์และสายไฟมาให้ด้วย เมื่อนำโมฟที่ด้านบนออกให้เอื้อมมือเข้าไปจับที่ด้านล่างของตัวเครื่องทั้ง 2 ด้านแล้วยกขึ้นมาตรงๆ และที่โหมด้านล่างจะมีถาดจานหมุนที่จะใส่อยู่ด้านในของเครื่อง Form Cure อยู่ด้วย 1 แผ่น

**ควรเก็บกล่องบรรจุภัณฑ์ และโฟมทั้งหมดไว้เพื่อบรรจุตัวเครื่องเมื่อมีการเคลื่อนย้ายหรือส่งซ่อม

ควรตั้งเครื่องไว้ภายในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกและมีอุณหภูมิห้องระหว่าง 18 และ 28 ° C (64–82 ° F)

  1. Cover : มีการป้องกันอย่างดีหนา 2 ชิ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิและการสะท้อนของแสง
  2. Heater : มีกำลังไฟ 100 วัตต์ สามารถให้ความร้อนให้สูงได้ถึง 176 ° F / 80 ° C
  3. LEDs : มีหลอดไฟ LED 13 ดวง (3) มีความยาวแสง 405 นาโนเมตร ช่วยให้ความร้อนและค่าแสงสำหรับอบชิ้นงาน
  4. Turntable : ถาดหมุนได้ช่วยให้เกิดความสมดุลของแสงและความร้อนจะได้อบแห้งทั่วทั้งชิ้นงาน
  5. Display : แสดงสถานะเวลา อุณหภูมิ และตัวเลือกสำหรับการกำหนดค่าต่างๆ ของ Form Cure
  6. Knob : หมุนหรือดัน เพื่อปรับการตั้งค่าเวลา อุณหภูมิ เริ่ม หยุดชั่วคราว และหยุดการใช้งาน
  7. Power Supply : ให้พลังงานกับเครื่อง Form Cure : 24 V, 6 A

อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการตัดแต่งชิ้นงานหลังจากการอบเสร็จแล้ว 

  • Powder-free disposable gloves
  • Sandpaper
  • Mineral oil
  • Primer and paints

 

Serial name

          เครื่อง Formlabs ทั้งหมดจะมีชื่อแทนหมายเลขประจำเครื่องซึ่งใช้เพื่อติดตามการผลิตการขาย ประวัติการซ่อมและเพื่อแยกความแตกต่างจากการใช้งานเมื่อมีการเชื่อมต่อกับเครือข่าย สามารถดูเวอร์ชั่น Firmware บนหน้าจอแสดงผลของเครื่อง Form Wash หรือ Form Cure ได้ดังนี้ :

  1. ปลดสายไฟออกจากตัวเครื่อง
  2. เชื่อมต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่อง
  3. เมื่อหน้าจอแสดง คำว่า “Formlabs” ให้กดปุ่มค้างไว้ทันที จากนั้นหน้าจอจะแสดงชื่อและเฟิร์มแวร์ของตัวเครื่องนั้นๆ 

 

การตั้งค่าเครื่อง Form Cure

  1. หาพื้นที่เป็นระนาบเรียบและใกล้แหล่งจ่ายไฟหลัก
  2. นำพลาสติกรอบๆ ด้านข้างตัวเครื่อง Form Cure ออก
  3. เปิดฝาเครื่องและนำถาดหมุนวางไว้ด้านในตัวเครื่องโดยจะมีขายึดจับอยู่ควรใส่ให้ลงล็อคของขาจับ
  4. เชื่อมต่อสายไฟหลักเข้ากับ Power supply จากนั้นนำปลายสายจาก Power supply เสียบเข้าที่เครื่อง Form Cure

 

 

         เครื่อง Form Cure สามารถทำการอัพเดท Firmware ได้โดยการเชื่อมต่อสาย USB ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เครื่อง Form Cure พร้อมใช้งานหลังจากที่ใส่ถาดหมุน และเชื่อมต่อไฟเลี้ยงเข้ากับเครื่อง ซึ่งเวลาและอุณภูมิที่จะใช้อบชิ้นงานนั้นจะขึ้นอยู่กับเรซิ่นแต่ละชิ้น โดยความยาวของคลื่นแสงจะอยู่ที่ 405 นาโนเมตร 

ความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่อง Form Cure

       Form Cure ใช้ความยาวแสงที่ 405 นาโนเมตร และมี Heater สำหรับทำอุณหภูมิอยู่ภายในตัวเครื่อง การใช้งานควรอ่านคู่มือให้ครบถ้วนก่อนการใช้งาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น

 

ห้ามทำการแก้ไข และดัดแปลง

        ข้อกำหนดนี้มีไว้เพื่อความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้งาน ถ้ามีการดัดแปลงเครื่องโดยไม่ได้รับการอนุมัติอย่างชัดเจน หรือได้รับคำแนะนำจาก Formlabs จะทำให้การรับประกันทั้งหมดถือเป็นโมฆะทันที ซึ่งอาจทำให้ตัวเครื่องเสียหายและทำให้ผู้ใช้งานรับบาดเจ็บได้

**ห้ามถอดแผงด้านล่างของเครื่องออกเด็ดขาด**

 

ด้านพื้นผิวร้อน

      Form Cure จะมีตัวทำความร้อนที่มีกำลังไฟ 100 วัตต์ เพื่อช่วยให้ผิวของชิ้นงาน และส่วนอื่นของชิ้นงาน เมื่อชิ้นงานหลังเสร็จสิ้นจากการอบแล้วอาจจะมีความร้อนที่ตัวงาน ซึ่งคสรจะระมัดระวังจากการนำชิ้นงานออกจากตัวเครื่อง Form Cure ซึ่งควรจะปฏิบัติตามข้อกำหนดดังนี้ :

  • ระวังจากการนำชิ้นงานออกจาก Form Cure
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ถาดหมุนเมื่อมีความอยู่ ควรปล่อยให้เย็นตัวลงก่อนแล้วค่อยสัมผัส
  • การตั้งเครื่อง Form Cure ควรตั้งห่างจากผนังห้องและผ้าม่านเพื่อป้องกันไฟไหม้
  • รักษาความสะอาดถาดหมุนให้สะอาดที่สุดพยายามอย่าให้มีชิ้นงานติดที่ถาด

 

แสงและอุณหภูมิ

      Form Cure ใช้ความอุณหภูมิ และใช้ความยาวคลื่นแสงที่ 405 นาโนเมตร เพื่อใช้สำหรับอบชิ้นงาน ส่งฝาครอบจะมีระบบที่ค่อยช่วยหยุดการทำงานแบบอัตโนมัติทันทีที่มีการเปิดฝาครอบด้านหน้าเครื่องขึ้น นี้มีระบบดังนั้นควรจะหลีกเลี่ยงการเปิดฝาในขณะที่ Form Cure กำลังทำงานอยู่

 

เรซิ่น (Resin)

  ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยทางเคมีมาตรฐานและคำแนะนำในการจัดการเรซินของ Formlabs ควรจะสวมถุงมือทุกครั้งที่มีการใช้งานเรซิ่น (Resin) หรือไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ในกรณีที่เรซินสัมผัสกับผิวหนังให้ล้างด้วยสบู่และน้ำ 

ควรจะศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ก่อนการใช้งานทุกครั้งเสมอเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและการจัดการวัสดุของ Formlabs การผสมกันของเรซิ่นและ IPA ควรได้รับการจัดการตามข้อ กำหนดที่ถูกต้องของสารทั้ง 2 อย่าง

คำเตือนเพิ่มเติม

        Form Wash เป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆ ไป ดังนั้นควรจะมีการใช้งานอย่างระมัดระวัง

-อย่าใช้งาน Form Wash เมื่อสายไฟหรือปลั๊กเสียหาย
-ควรจะถอดปลั๊กไฟก่อนทำความสะอาดัวเครื่อง Form Wash ทุกครั้ง
-ใช้อุปกรณ์ในบำรุงรักษาตัวเครื่องให้เหมาะสม ต่อการทำความสะอาด
-เมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่อง Form Wash ควรจะตั้งตัวเครื่องลงบนพื้นที่มีความเรียบและได้ระดับเท่านั้น *ห้ามใช้งานบนพื้นที่เอียง

การใช้งานเบื้องต้น

  เครื่อง Form Cure จะใช้ในการอบชิ้นงานให้แห้งได้เร็วขึ้น ซึ่งจะมีแสงและอุณหภูมิที่ใช้อบชิ้นงานอยู่ภายในตัวเครื่องจากนั้นตัวเครื่องจะหมุ่นถาดเพื่อให้แสงนั้นโดนที่ชิ้นงานอย่างทั่วถึง แม้แต่ภายใต้ถามหมุนก็ยังมแสง  การใช้งานจะต้องมีการตั้งค่าเวลา และอุณหภูมิในการอบชิ้นงานโดยสามารถเปิดดูข้อมูลการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิ ค่าแสงที่ใช้นั้นมีความอยู่ที่ 405 นาโนเมตร ในการอบชิ้นงาน สามารถดูการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิที่นี่   

 

การควบคุม Form Cure

        ใช้หน้าจอและปุ่มในการควบคุมการใช้งานตัวเครื่อง ให้หมุ่นปุ่นไปทางซ้ายขวา หรือกดปุ่มเพื่อเลื่อนต่ำแหน่งเมนูและเลือกเมนู

ตัวเลือกต่อไปนี้สามรถดูได้จาหหน้าเมนูหลักบนจอแสดงผล Form Cure:

  • “Start” เริ่มทำงานไฟ และตัวทำความร้อนจะเริ่มทำงาน ซึ่งเมื่อไฟติดขึ้นความอุณหภูมิจะเริ่มทำตามที่ได้ตั้งไว้
  • Time : ให้ใช้ปุ่มในการเลือกและปรับเวลาในการอบชิ้นงาน หน่วยเวลาที่ใช้เป็นนาที
  • “Time” ปรับเวลาใช้เป็นนาที ให้ใช้ปุ่มหมุ่นเลือกเวลาที่เหมาะสมต่อเรซิ่นนั้นๆ , “Temperature” ปรับอุณใชเป็นองศาเซลเซียส

ขณะทำความร้อนที่หน้าจอจะแสดงสถานะค่าของอุณหภูมิที่ตั้งค่าไว้และรวมถึงอุณหภูมิปัจจุบันด้วย หลังจากเริ่มทำงานหน้าจอจะแสดงเวลาที่เหลือ และตัวเลือกเมนูเพิ่มเติม:

  • “Pause” หยุดการทำงานชั่วขณะ ซึ่งตัวเครื่องจะยังแสดงเวลาที่เหลืออยู่สำหรับการอบชิ้นงาน การเปิดฝาครอบจะเป็นการหยุดการทำงานชั่วขณะโดยอัตโนมัติ
  • “End” ยกเลิกการทำความร้อนและแสงไฟ เวลาที่เหลืออยู่ในการอบชิ้นงานจะถูกยกเลิกทันที

Removing support marks

Removing support marks

การลบรอย support ออกจากชิ้นงาน

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B

ส่วนสร้างเสริมหรือที่เรารู้จักกันว่า Support สำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แบบ PLA นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยที่จะทำให้งานที่เราสั่งพิมพ์นั้น ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ตามแบบที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งการตักแต่งส่วน support นี้เหลือจากการตัดทิ้งนี้ถือว่าเป็นสิ่ที่ทำให้งานสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นถือว่าขั้นตอนนี้เป็นขึ้นตอนสุดท้านในการสร้างชิ้นงานของเราเอง

เคล็ดลับ : เพื่อลดระยะเวลาในการพิมพ์และง่ายต่อการเพื่อลดเวลาหลังการประมวลผลให้ปรับทิศทางโมเดลใน PreForm เพื่อรองรับเฉพาะพื้นผิวแบบสัมผัสเรียบหรือพื้นที่สัมผัสของแบบจำลองที่พื้นผิวมีความสำคัญน้อยกว่า

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้

-อุปกรณ์จาก Formlabs (Finish kit)

  1. คีมตัด
  2. แหนบคีบ
  3. ขวดฉีดน้ำยา (เพื่อชะล้างภายในรู และล้างชิ้นงานในขณะที่ทำการขัดผิว)

-อุปกรณ์อื่นๆ ที่หามาเอง

  1. ถุงมือ
  2. หน้ากากอนามัย
  3. แว่นตานิรภัย
  4. คีมตัด
  5. กระดาษทราย (หลากหลายความละเอียด 250, 400, 1000 อย่างน้อย)
  6. ผ้าไมโครไฟเบอร์
  7. มีดผ่าตัด หรือมีดปลายแหลม
  8. น้ำมันหล่อลื่น
  9. อุปกรณ์ทำเล็บ
  10. แปรงปลายอ่อน

ข้อควรระวัง : ในขระที่เราทำการตัดแต่ง ขัด รอยที่ผิวชิ้นงานอาจจะมีเศษเรซิ่นกระเด็นหรือบาดขาดที่ผิวหนังของเราได้ควรจะสวมแว่นและใส่ถุงมือเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นทุกครั้ง

การตัดแต่ง ขัด ส่วนที่เป็นเสา support ออกจากงานที่มีขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงควรจะใช้แหนบปลายแหลมในการจับชิ้นงานเพื่อให้การขัดแต่งเราสะดวกมากยิ่งขึ้น และไม่ส่งผลเสียต่อผิวชิ้นงานของเรา

การขัดผิวชิ้นงานแบบแห้ง

การลบรอยจุดสัมผัสที่เเกิดจากเสา support นั้นบางที่อาจจะเกิดเป็นรอยจุดๆ บนผิวของชิ้นงาน บางที่อาจจะเกิดลึกเข้าไปในเนื้อของชิ้นงานได้ ดังวนั้นเราควรจะใช้กระดาษทราบในการขัดแต่งผิวของชิ้นงานเพราะลบรอยเหล่านี้ออกเพื่อให้ผิวของชิ้นงานในจุดนั้นๆ เรียบสวย

ข้อควรระวัง : ควรปฏิบัติตามข้อควรระวังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากการขัดพลาสติก ดังนั้นควรจจะสวนหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปภายในร่างกาย และใส่ถุงมือเพื่อป้องกันเศษพลาสติกติดที่ซอกเล็บและนิ้วมือ หรือหลังจากการขัดแต่งชิ้นงานแล้วควรล้างมือให้สะอาดทุกควร แต่อยากจะแนะนำให้ขัดด้วยกระดาษทรายน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการฟุ้งกระจายของฝุ่นได้

การเริ่มต้นขัดแต่งชิ้นงานนั้น ควรจะเริ่มด้วยกระดาษทราบที่มีความหยาบมากที่สุดก่อน และค่อยๆ ไล่ไปหาละเอียดสุด อย่างเช่น กระดาษทรายเบอร์ ย 150, 220, 400, 800, 1000 และ 2000 ซึ่งถ้าใครที่หน้าเบอร์ตามนี้ไม่ได้ก็ให้เลือกใกล้เคียงซัก 3-4 ขนาด เช่น 220, 400, 1000 ก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ความต้องการของแต่ละท่านจากนั้นให้ใช้แปลงปัดฝั่นที่เกาะอยู่บนชิ้นงานออก แต่ถ้าท่านใดใช้แบบกระดาษทราบน้ำก็จะไม่ต้องใช้แปลงมาคอยปัดฝุ่น อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน

 

การขัดผิวชิ้นงานแบบเปียก

การขัดแบบเปียกจะช่วยลดฝุ่น และทำให้ขณะที่เราขัดอยู่นั้นสามารถเห็นส่วนที่ได้ขัดไปแล้วได้ชัดเจนมากกว่าการขัดแบบแห้งเพราะน้ำจะช่วยชะล้างเศษพลาสติกออกไปให้ทันที และไม่ทำให้เกิดฝั่นด้วย แต่ก็แนะนำให้ส่วมใส่หน้าจากอนามัยและถุงมือด้วยทุกครั้งที่ทำการขัดแต่งชิ้นงาน

ตัวเลือกหลังจาก Post-Processing

ในขั้นตอนนี้จะต้องพิจารณาว่าชิ้นงานที่จะใช้นั้นมีวัตถุประสงค์แบบใด จะเน้นให้ผิวเรียบธรรมดาหรือจะให้ผิวเรียบแบบมันเงา เพื่อเน้นความสวยงามของชิ้นงงาน ซึ่งในขัดตอนการขัดนั้นก็ต้องเลือกใช้กระดาษทราบที่มีความละเอียดสูง หรือจะใช้วิธีการพ่นสเปรย์สีใสที่ใช่ในการเคลือบพลาสติก รถยนต์ ก็จะสามาถช่วยให้ผิวของชิ้นงานเรียบเงาสวยได้เช่นกัน

การเสร็จสิ้นงานด้วยน้ำมัน

หลังจากที่เราได้ทำการขัดด้วยกระดาษทราบเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ และน้ำมันเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมันเงาที่ชิ้นงานและจะทำให้รอยด่างขาวที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นหายไป

การเคลือบด้วยเรซิ่น

การเคลือบด้วยการทาน้ำยาเรซิ่นบาง ๆ บนพื้นผิวของชิ้นงาน แต่ไม่ควรจะทาให้หนาจนมากเกินไปเพราะจะทำให้ลายละเอียดของชิ้นงานไม่คมชัด จากนั้นให้นำชิ้นงานไปอบแห้งจากจะใช้เป็นเครื่อง Form Cure หรือด้วยแสง UV ตามปกตอก็ได้เช่นกัน

Guide SLA basic finishing steps

Guide SLA basic finishing steps

SLA basic finishing steps

**บทความนี้ใช้กับ Finishing, Form 1+, Form 2, Form 3, Form 3B

สำหรับเครื่องพิมพ์ Formlabs SLA จะมีการตัดแต่งชิ้นงานตามขั้นตอนต่อไปนี้ :

  1. การนำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ (Build Platform)
    2) การล้างชิ้นงาน ด้วย Finish Kit หรือ Form wash
    3) การอบชิ้นงาน
    4) Post-cutting (Form Cure หรือวิธี Cure แบบอื่นๆ)
    5) การถอดรองรับ

หากใช้ชุด Finish Kit ให้ทำตามขั้นตอนพื้นฐานของการล้างและการอบแห้งชิ้นงานตามน้ำยาเรซิ่นแต่ละชนิดให้ดีก่อน เพราะเรซิ่นแต่ละชนิดนั้นใช้เวลาในการล้างและอบแห้งต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

หลังจากพิมพ์งานเสร็จ

  1. นำชิ้นงานที่ติดกับแท่นพิมพ์ออกจากตัวเครื่องพิมพ์

    *วิธีการล้างกระจกของเครื่อง Form 2

    *วิธีการล้างกระจกของเครื่อง Form 3 / Form 3B

    เมื่อนำชิ้นงานออกมาแล้วให้ปิดฝาครอบสีส้มทันทีหลังจากถอดแท่นออก

    เพื่อป้องกันไม่ให้แสงจากภายนอกตัวเครื่องเข้าไปโดนที่เรซินภายในถัง ซึ่งถ้ามีแสงจากภายนอกไปโดนเรซิ่นจะทำให้เรซิ่นแข็งได้ ถ้าหากล้างด้วยตนเองให้ทำการแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์ก่อนทำการล้างด้วยชุด Finish Kit  แต่ถ้าล้างด้ายเครื่อง Form Wash ไม่จำเป็นจะต้องแกะชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์และให้อ่าน คู่มือการใช้งานตัวเครื่อง Form Wash 

  2. การนำแท่นพิมพ์ติดกับขาจับ
  3. การนำชิ้นงานออกจากแท่นพิมพ์

    นำเครื่องมือที่อยู๋ในกล่องของ Finish Kit มาสอดที่ข้างใต้ Raft ของชอิ้นงานตามมุมฐานขึ้นอยู่กับรูปร่างของชิ้นงานจากนั้นให้นำฝาที่อยู่ด้านบนของกล่อง Finish Kit มารองชิ้นงานที่จะหลุดออกจากแท่นพิมพ์เมื่อเราแกะออกเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดขึ้นบนชิ้นงาน

    การทำความสะอาดแท่นพิมพ์ Build Platform

    ทำการเช็ดเรซินที่แข็งตัวแล้วหรือที่ติดอยู่บนแท่นพิมพ์ให้หลุดออกจากแท่นก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ถ้าหากการพิมพ์ครั้งต่อไปใช้เรซินชนิดเดียวกันไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเอาเรซิ่นเหลวออก ให้แกะชิ้นงานออกและสั่งเกตุดูว่ามีเศษที่แข็งตัวแล้วติดอยู่หรือเปล่าถ้าไม่มีให้นำกลับไปเสียบไว้ที่ตัวเครื่องพิมพ์ และสั่งการพิมพ์ต่อเนื่องได้เลยทันที แต่เมื่อไหร่ที่คุณไม่ใช้เรซิ่นชนิดเดิมหรือต้องการจะนำไปเก็บให้ทำความสะอาดโดยใช้ IPA ในการทำความสะอาดและใช้ผ้าขนหนูหรือกระดาษในการเช็ดแท่นพิมพ์ 

     

     

     

     

     

การล้างชิ้นงานด้วยตัวเอง

การล้างชิ้นงานจะต้องใช้ Isopropyl alcohol (IPA)  หรือ tripropylene glycol monomethyl ether (TPM) จะละลายเรซิ่นเหลวทำให้มีประสิทธิภาพการเกาะตัวกันน้อยลง สำหรับการล้างชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ SLA ของ Formlabs จะมีปัจจัยในการล้างให้ชิ้นงานออกมาดีที่สุดอยู่ประมาณ 2 ปัจจัยที่จะทำให้ชิ้นงานสะอาด คือ การละลาย และการกวน ซึ่งควจจะกวนให้น้ำยา IPA เข้าไปละลายเรซิ่นเหลวที่ติดอยู่ที่ชิ้นงานออกให้หมด จาดนั้นให้ทำการแช่ชิ้นงานโดยจะต้องใช้เวลาในการแช่ล้างชิ้นงานใน IPA ให้เหมาะสมกับเรซิ่นแต่ละชนิด  ถ้าขนาดของชิ้นงานเล็กลงก็ให้ลดระยะเวลาในการล้างน้อยลงเช่นเดียวกันด้วยตามความเหมาะสมเช่นกัน

  1. กวนชิ้นงานในตัวทำละลาย IPA

    เมื่อเปิดถังล้างแรกแล้วให้นำชิ้นงานมาวางลงบนตะแกรงที่ใช้วางชิ้นงานเพื่อเขย่าให้เรซิ่นละลายออกเป็นเวลา 30 วินาทีเป็นอย่างน้อย การกวนช่วยขจัดเรซิ่นเหลวออกจากพื้นผิวด้านนอกของชิ้นงาน

  2. แช่ชิ้นงานในตัวทำละลาย IPAปิดฝาถังล้างและปล่อยให้ชิ้นส่วนนั้นแช่ประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่แนะนำทั้งหมด
  3. นำชิ้นงานมาแช่ในถังล้างที่ 2

ย้ายชิ้นงานในถังล้างที่ 1 ไปยังถังล้างที่ 2 จากนั้นทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 และ 2 เพื่อกวนและแช่ชิ้นส่วนในเวลาที่เหลือเพิ่มเติม

 

การอบแห้ง

ในกรณีที่ใช้ IPA ในการล้างชิ้นงานเรซิ่นควรปล่อยทิ้งไว้ให้ชิ้นงานแห้งสนิทก่อนหลังจากการล้างเป็นเวลาประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าหากใช้ TPM ให้ปล่อยชิ้นงานทิ้งไว้ให้แห้งและล้างต่อด้วยน้ำเปล่าจากนั้นค่อยนำชิ้นงานไปอบให้แห้งสนิทการจะอบด้วยวิธีของตนเอง หรือใช้เครื่อง Form Cure ก็ได้เช่นกัน แต่ควรจะศึกษาวิธีการอบชิ้นงานให้เหมาะสมกับเรซิ่นแต่ละชนิด

 

Post-Curing

การอบชิ้นงานจะมีปัจจัยที่สำคัญอยู่ 2 อย่าง คือ การเลือกใช้ระยะเวลาในการอบและอุณหภูมิ เพราะเรซิ่นของ Formlabs มีหลากลายชนิดแต่ละชนิดจะใช้ความยาวของค่าแสงในการอบอยู่ที่ 405 นาโนเมตร ซึ่งสามารถเลือกใช้ค่าต่างๆ นี้ได้ตามข้อมูลเอกสารของการเลือกใช้เวลาและอุณหภูมิในการอบชิ้นงาน และการใช้งานเครื่อง Form Cure ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้มีเครื่อง Form Cure ก็สามารถอบด้วยวิธีของตัวเองได้

เคล็ดลับ : แนะนำให้แกะซัพพลอตออกหลังจากการอบชิ้นงานให้แห้งแล้วเท่านั้นเพราะ ชิ้นงานจะได้ไม่เสียรูปทรงเดิมเนื่อวจากถ้าแกะซัพพลอตออกก่อนการอบ ชิ้นงานนั้นจะยังมีเนื้อผิวที่อ่อนตัวอยู่ขณะที่ตัดซัพพลอตอาจจะสงผลให้ชอ้นงานเสียรูปได้

 

การแกะซัพพลอต

การแกะ ตัดซัพพลอตออกจากชิ้นงานให้ใช้คีมตัดที่มีไปให้ในชุดล้าง Finish Kit เพื่อช่วยตัดส่วนซัพพลอตออก การตัดนั้นให้ตัดห่างจากชิ้นงานเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้โดนผิวของชิ้นงานเข้าไปนอกจากนี้คุณยังสามารถใช้มีดคัตเตอร์ตัดแต่งรอยซัพพลอตได้เพื่อลบรอยซัพพลอตที่เหลือจากการตัด หรืออาจจะใช้กระดาษทราบก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง : สวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันดวงตาจากชิ้นส่วนเรซิ่นที่หลุดออกมา

 

ลูกค้า: บริษัท สวารอฟสกี้ เจมสโตนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ลูกค้า: บริษัท สวารอฟสกี้ เจมสโตนส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท วารอกี้ เจมโตน์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2Form CureForm Wash

Bangkok Gems&Jewelry Fair 2019 at Impact Challenger Hall 1-3

Bangkok Gems&Jewelry Fair 2019 at Impact Challenger Hall 1-3

     เตรียมพบกับเราภายในงาน ” Bangkok Gems&Jewelry Fair 2019 ”  ในวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2562  ณ อิมแพคเมืองทองธานี Challenger Hall 1-3 โดยภายในงานจะนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไปโชว์พร้อมกับข้อเสนอพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราคาย่อมเยาสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือจะเป็นเครื่องราคาสูงที่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาที่ชอบงานขนาดใหญ่ และที่สำคัญเราจะนำเครื่องที่ใช้ทำงานทางด้าน Jewelry โดยเฉพาะไปโชว์ที่สามารถทำงานขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ดี โดยใช้เรซิ่นหล่อในการขึ้นรูปชิ้นงาน ส่วนใครที่ยังลังเลอยู่อยากได้เครื่องพิมพ์หรือเครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ที่ถูกใจสักเครื่องไว้ใช้งานสามารถเดินเข้ามาฟังข้อเสนอ และสินค้าได้ที่ Booth WW56 งานจะเริ่มเวลา 10.00-18.00 น. ส่วนวันสุดท้านวันที่ 24 จะเริ่มเวลา 10.00-17.00 น. ท่านใดมาก่อนได้รับข้อเสนอก่อน ทางเราจะมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวเครื่องที่เหมาะสมต่อการใช้งานกับท่าน 

 

 

แผนผังภายในงานครับ!!

 

ลูกค้า: บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน)

ลูกค้า: บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน)

ขอขอบคุณ บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด(มหาชน)
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุดไปใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคให้มีคุณภาพดียิ่่งขึ้น

3D Printer: Form2, Form Cure, Form Wash

ลูกค้า: กรมวิทยาศาสตร์บริการ

ลูกค้า: กรมวิทยาศาสตร์บริการ

ขอขอบคุณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Form2 ครบชุด และเครื่องสแกนสามมิติ Einscan Pro ไปใช้ในการกิจการของหน่วยงาน

3D Printer: Form2Form CureForm Wash

3D Scanner : Einscan Pro