Food safe filament ปลอดภัยจริงหรือ

Food safe filament ปลอดภัยจริงหรือ

คำว่า “Food-Safe Filament” ในโลกของ 3D Printing มักถูกเข้าใจผิด
วัสดุอาจปลอดภัย แต่ “ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมา” อาจไม่ปลอดภัย

เพราะความปลอดภัยของอาหาร ไม่ได้จบแค่ชนิดของเส้นพลาสติก แต่รวมถึง:

  • เครื่องพิมพ์

  • หัวฉีด

  • สารเติมแต่ง

  • โครงสร้างผิวของชิ้นงาน

เส้นพลาสติก ที่เป็น food safe ในทางทฤษฏี

  • PLA บริสุทธิ์

  • PETG เกรดอาหาร

วัสดุเหล่านี้ อาจได้รับการรับรองว่าปลอดภัยต่ออาหารในรูปแบบเม็ดพลาสติก (pellet) โดยผ่านมาตรฐาน

  • FDA (สหรัฐฯ)

  • EU Food Contact Regulation

แต่การรับรองนี้ ไม่ครอบคลุมถึงกระบวนการพิมพ์ 3 มิติ

เมื่อเรานำเส้นเหล่านี้มาพิมพ์ 3D จะเกิดปัญหาดังนี้

ชิ้นงาน FDM มีร่องเล็ก ๆ ระหว่างชั้น

ซื่งร่องเหล่านี้:

  • กักน้ำ

  • กักเศษอาหาร

  • เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย

  • ล้างไม่สะอาด แม้ใช้น้ำร้อนหรือสบู่

หัวฉีด (Nozzle) = ตัวการปนเปื้อนที่คนมองข้าม

หัวฉีดทองเหลือง (Brass Nozzle) ที่เราใช้กันทั่วไป:

  • อาจมีสารตะกั่ว (Lead) ปนอยู่เล็กน้อย

  • ไม่ออกแบบมาเพื่อสัมผัสอาหาร

 แม้เส้นจะ food-safe แต่ถ้าหลอมผ่านหัวฉีดที่ไม่ food-grade ชิ้นงานก็ ไม่ถือว่าปลอดภัย

ชนิดหัวพิมพ์ที่แนะนำ

  • Stainless Steel Nozzle

  • Nozzle ที่ระบุว่า food-grade

สีและสารเติมแต่ง = ความเสี่ยงแฝง

เส้นพลาสติก “สี” ส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยต่ออาหาร

เพราะ สี สารเพิ่มความเงา สารปรับความแข็ง ผู้ผลิตมัก ไม่เปิดเผยสูตรสารเติมแต่ง

ดังนั้น:

  • PLA/PETG ใส / ธรรมชาติ (Natural / Clear) → ปลอดภัยที่สุดในกลุ่ม filament

  • เส้นเรืองแสง / เมทัลลิก / ไม้ผสม →  ไม่เหมาะกับอาหาร

ข้อดีและข้อจำกัดของ PLA

ข้อดี

  • ทำจากพืช

  • ไม่มีสารพิษรุนแรง

  • ไม่ปล่อยควันอันตรายตอนพิมพ์

 ข้อจำกัด

  • ไม่ทนความร้อน (>55–60°C)

  • บิดงอเมื่อโดนน้ำร้อน

  • เสื่อมสภาพเร็วเมื่อสัมผัสอาหาร/ความชื้น

PLA ไม่เหมาะกับ:

  • ภาชนะใส่อาหารร้อน

  • อุปกรณ์ที่ต้องล้างบ่อย

  • การใช้งานระยะยาว

ข้อดีและข้อจำกัดของ PETG

ข้อดี

  • ทนความร้อนกว่า PLA

  • ผิวเรียบกว่า

  • บางเกรดผ่าน FDA

 ข้อจำกัด

  • พื้นผิวยังมีร่องเหมือนกัน

วิธีปริ้นชิ้นงานให้ปลอดภัยที่สุด

สิ่งที่ควรทำ

  • ใช้เส้นที่มีใบรับรอง food contact

  • เปลี่ยนเป็นหัวฉีดสแตนเลส

  • พิมพ์ที่ layer height ต่ำ (ผิวเรียบขึ้น)

  • เคลือบผิวด้วย:

    • Epoxy food-safe

    • Resin food-grade

 สิ่งที่ยังไม่ควรทำ

  • ใช้กับอาหารเปียกเป็นเวลานาน

  • ใช้ซ้ำระยะยาว

  • ใช้กับเด็ก/ผู้ป่วย

สรุปแล้วไม่มีชิ้นงาน FDM ใด “food-safe อย่างแท้จริง” หากไม่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม

ดังนั้น 3D Printing เหมาะกับ:

  • แม่พิมพ์ (แล้วนำไปเคลือบวัสดุ food-safe)

  • อุปกรณ์ชั่วคราว

  • อุปกรณ์ที่ไม่สัมผัสอาหารโดยตรง

 

สำหรับลูกค้าท่านใดสนใจเครื่องพิมพ์ 3มิติ หรืออยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องพิมพ์ 3มิติ สามารถติดต่อเข้ามาทางร้าน 3DD ได้เลย