เปิด 5 เหตุผลทำไม? P2S ถึงเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นขายดี!!

เปิด 5 เหตุผลทำไม? P2S ถึงเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นขายดี!!

ช่วงนี้ถ้าใครเห็นคลิปการพิมพ์งานโมเดลเท่ๆ อาร์ตทอยน่ารักๆ หรือโมเดลของใช้ Gadget ต่างๆที่น่าใช้ ก็อาจจะมีไอเดียหรือแรงจูงใจที่อยากจจะลองพิมพ์โมเดล 3 มิติเองบ้าง และจุดเริ่มต้นแบบนี้นี่เอง
ที่ทำให้หลายคนเริ่มอยากที่จะเข้าวงการเครื่องพิมพ์ 3 มิติ แต่จะเข้าวงการพิมพ์ 3 มิติได้ก็ต้องเจอกับปราการด่านแรกก่อน ด่านนี้และที่มักจะทำให้หลายๆคนมึนตื้บไม่น้อย นั่นก็คือ
“การเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ” ซึ่งความยากและความสับสนก็เกิดจากความไม่รู้เนี่ยแหละ หลายคนที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการ ก็ไม่แปลก ที่จะไม่รู้เยอะเลยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ข้อสงสัยก็จะเต็มไปหมด
เครื่องพิมพ์ 3 มิติมันแบ่งเป็นกี่ประเภท? งานที่เราอยากพิมพ์จะเหมาะกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบไหน? แล้วเครื่องพิมพ์พวกนี้มันทำงานยังไงกัน? คำถามเหล่านี้เองที่ทำให้มึนตื้บ! ตั้งแต่แรก

แต่นี่อาจยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรครับ เพราะที่จริงเราแค่เซิจในกูเกิ้ลแปปเดียวก็ได้คำตอบล่ะ หรือใครขี้เกียจค้น ก็สรุปให้ฟังง่ายๆว่าเครื่องพิมพ์หลักๆก็จะมี 2 ระบบแบบพิมพ์ด้วยเรซิ่น กับการพิมพ์
ด้วยเส้นพลาสติก สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มใช้งานจากเครื่องพิมพ์ระบบพิมพ์เส้นพลาสติกที่ใช้ง่ายมากกว่า โดยเครื่องจะทำงานโดยละลายเส้นพลาสติกด้วยความร้อนและเคลื่อนที่หัวพิมพ์วาดเป็นรูป
ทีละชั้นซ้อนกันไปเรื่อยๆจนเป็นโมเดล 3 มิติ แค่รู้ข้อมูลทั้งหมดนี่น่าจะก็เริ่มเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้แล้วใช่มั้ยครับแต่ที่จริงยังมีอีกคำถามที่ชวนสับสนอีกคำถามนึงก็คือ “เลือกซื้อรุ่นไหนดี”

จะเห็นว่าเครื่องพิมพ์ของ Bambu เองก็แบ่งเป็น Segments หลักและเป็นรุ่นย่อยอีก

พอเป็นเรื่องของการเลือกรุ่นเครื่องพิมพ์แล้ว คราวนี้อาจจะไม่ง่ายเหมือนคำถามที่แล้วละ เพราะว่าเรื่องของการเลือกรุ่น ที่จริงก็ไม่มีผิด หรือถูกที่สุด เพราะแต่ละรุ่นก็ออกแบบมาสำหรับกลุ่มเป้าหมาย
ที่ต่างกับ วัตถุประสงค์การใช้งานอาจต่างกัน ทุกรุ่นสามารถพิมพ์โมเดลได้หมด แต่รุ่นไหนจะเหมาะกับเราล่ะ การหาคำตอบอาจต้องดูเหตุผลปัจจัยหลายอยางควบคู่กัน เช่น ขนาดการพิมพ์ ความเร็ว
โครงสร้าง รวมถึงระบบเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้ก็มีเครื่องพิมพ์ให้เลือกหลายรุ่น ระรานตาไปหมด แถมแต่ละปัจจัยที่ต้องใช้ในการพิจารณาซื้อเครื่องก็ดูจะต้องศึกษาประมาณนึงเลยทีเดียว
ถึงจะเข้าใจว่าเราจะซื้อรุ่นไหนดี?

P2S Combo หนึ่งในรุ่นยอดฮิตของ Bambu Lab

แต่รู้มั้ยครับว่าวิธีไหนง่ายสุดสำหรับมือใหม่ในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ?……ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดที่ไม่ต้องคิดเยอะเลยก็คือเลือกซื้อตามรุ่นยอดฮิตที่คนซื้อกันเยอะๆไปเลย เพราะคิดง่ายๆ รุ่นที่ฮิต
ย่อมเป็นรุ่นที่ต้องมีของดีอยู่แล้ว หรือเป็นรุ่นที่คนส่วนมากเค้าศึกษาและเลือกมาแล้ว เป็นเครื่องที่มือเก่า-มือใหม่เห็นตรงกันว่าคุ้มค่าที่จะซื้อ ยกตัวอย่างก็เหมือนเวลาเราจะซื้อมือถือใหม่ หลายๆคน
ก็เลือกซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ที่มีราคาสูง ทั้งที่เรายังไม่ได้ดูเลยว่ามีฟังก์ชั่น ระบบอะไรใหม่ ระบบอะไรที่เหมาะกับเราบ้าง เราแค่ซื้อตามๆกันเพราะคนใช้เยอะนั่นเอง แต่แน่นอนว่าคนใช้เยอะก็ต้องมีเหตุผลของมัน
เหมือนกับเครื่องพิมพ์รุ่นยอดฮิตอย่าง Bambu Lab P2S ที่เราจะพามาแนะนำวันนี้ ถ้าอยากรู้ว่ามันมีดียังไงบ้าง และทำไมเค้าถึงฮิตกันไปดูพร้อมๆกันเลยครับกับเหตุผล 5 ข้อ ว่าทำไม P2S ถึงเป็น
เครื่องพิมพ์รุ่นขายดียอดฮิต

เหตุผลที่ 1 : เป็นเครื่องโครงปิด
มาเริ่มกันที่เหตุผลแรกกันเลยนั่นก็คือ ” เป็นเครื่องโครงปิด “ ถ้าเพื่อนๆได้ลองดูเครื่อพิมพ์หลายๆรุ่นมาแล้วก็จะเห็นว่ามีทั้งเครื่องพิมพ์แบบที่ลักษณะเป็นตู้ที่เปิดบานกระจกได้ กับเครื่องพิมพ์ที่เป็น
โครงเป็นเสาสำหรับให้หัวพิมพ์วิ่งไปมา และมีถาดพิมพ์ด้านยล่างแบบนี้เรียกว่าเครื่องพิมพ์แบบโครงเปิด แล้วสองแบบนี้มันต่างกันยังไง? ถ้าสรุปง่ายๆ หลักก็จะเป็นเรื่องของราคาและกลุ่มเป้าหมาย
ของผู้ใช้งาน เครื่องแบบโครงเปิดก็จะเป็นเครื่องที่มีราคาถูกกว่า เพราะเป็นระบบ เครื่องพิมพ์ระดับเริ่มต้น สามารถพิมพ์วัสดุ Basic ทั่วไปได้ แต่เวลาพิมพ์เนี่ย เค้าก็จะมีการเคลื่อนที่ของทั้งถาด
และหัวพิมพ์ หรือเรียกว่าจะมีการเคลื่อนที่ของอุปกรณ์หลายส่วนร่วมกัน เครื่องแบบบนี้จะออกแบบมาให้ผู้ใช้งานมือใหม่ที่ใช้พิมพ์งานอดิเรกของเล่นทั่วไป หรือเพื่อการศึกษาเรียนรู้


แต่พอมาเป็นเครื่องพิมพ์แบบโครงปิดแล้วเนี่ย อย่างแรกที่ทำได้ดีกว่าที่เห็นได้ชัดเลยคือในเรื่องของการควมคุมอุณหภูมิ ที่เครื่องแบบโครงปิดจะสามารถกักเก็บ ควบคุมอุณหภูมิในตู้ได้ดีกว่าซึ่งทำให้
รองรับการพิมพ์วัสดุได้มากกว่าเช่น วัสดุที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงในการพิมพ์ วัสดุที่ไวต่อการหดตัวหรือบิดรูป อย่างพวก ABS,ASA หรือ Nylon และข้อดีกว่าอีกอย่างของเครื่องโครงปิดคือความนิ่ง
และความเสถียร ด้วยระบบการทำงานที่ต่างกัน เครื่องโครงปิดจะเคลื่อนหัวพิมพ์เป็นหลัก จะขยับถาดแค่เคลื่อนที่ลงเวลาเปลี่ยนเลเยอร์การพิมพ์ ทำให้คนที่เคยใช้เครื่องแบบโครงเปิดมาแล้ว
พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเครื่องโครงปิดพิมพ์นิ่งกว่ามาก หรือถ้าเราลองเทียบง่ายๆ ถ้าเราพิมพ์โมเดลที่มีส่วนสัมผัสกับถาดน้อยมีโอกาสหลุดจากถาดได้ง่าย ถ้าพิมพ์เครื่องโครงเปิดที่ต้องเคลื่อนที่ถาด
ขณะพิมพ์ ก็อาจจะมีโอกาสหลุดได้มากกว่า กลับกันถ้าเราปิดเครื่องโครงปิดโอกาสพิมพ์สำเร็จก็มากกว่าเพราะฉะนั้นแล้วถ้าใช้งานในระยะยาวแล้วเนี่ย เครื่องแบบโครงปิดคุ้มค่ากว่าแน่นนอนครับ
ถ้าคิดในแง่ที่เราอาจใช้พิมพ์จิงจังเชิงธุรกิจเป็นจำนวนมากเพราะอัตราการเสียของงานน้อยกว่า หรืออาจมีการพิมพ์วัสดุอื่นๆในอนาคตก็สามารถรองรับการผลิตชิ้นงานได้มากกว่า

เหตุผลข้อที่ 2 : เป็นเครื่องระดับกลาง แต่ได้เทคโนโลยีระดับโปร
ผมว่าเหตุผลข้อนี้แทบจะเป็นเหตุผลหลักๆที่คนส่วนใหญ่เลือกรุ่นนี้เลยเพราะมันทำให้รู้สึกว่าเราได้เครื่องพิมพ์ที่คุ้มค่ามากๆ ในการเลือก P2S เพราะว่า P2S เนี่ยก็เป็นเครื่องพิมพ์ในซีรี่ส์ P หรือกลุ่ม
เครื่องพิมพ์ระดับกลางของ Bambu นะครับ แต่กลับใช้ระบบเดียวกับเครื่องพิมพ์ระดับโปรในกลุ่มซีรี่ส์ H


ซึ่งส่วนที่เหมือนกันส่วนแรกก็จะเป็นส่วนของหน้าจอทัชกรีนขนาด 5 นิ้วที่มี UI แบบเดียวกันกับตัวโปรมีความเป็น User Friendly (รุ่นก่อนหรือรุ่นต่ำลงมาหน้าจอจะเป็นอีกแบบและ UI ก็เป็นแบบเก่า)


หัวพิมพ์รุ่นใหม่แบบเหล็กกล้าชุบแข็งแถมเป็นระบบการเปลี่ยนหัวแบบถอดด้วยมือได้


รวมถึงมีระบบ Smart AI ต่างๆที่สามารถตรวจจับงานพิมพ์ได้ เรียกได้ว่าเหมือนเป็นเอาเครื่องพิมพ์ระดับโปร มาย่อขนาดให้เป็นไซส์กลางเฉยๆก็ว่าได้ จึงไม่แปลกผู้ใช้ทั่วไปหรือมือใหม่ ที่จะเอาไปพิมพ์งาน
ผลิตธุรกิจจริงจังมากขึ้นเลือกซื้อรุ่นนี้เยอะ เพราะสามารถใช้ในระยะยาวได้เพราะเป็นระบบเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่

เหตุผลข้อที่ 3 : ใช้งานร่วมกับ AMS 2 Pro ได้เลย
สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่น่าจะงงใช่มั้ยครับว่า AMS คืออะไร? เจ้าตัว AMS เนี่ยก็คือเครื่อสลับเส้น เอาไว้ใช้สำหรับพิมพ์โมเดลหลายสีซึ่งไม่ใช่โมเดลหลายสีแบบไล่สีได้เหมือนการระบายสีนะครับ แต่เป็น
การพิมพ์สีต่างแยกตามส่วนต่างๆ เช่น ผมสีดำ ผิวสีเนื้อ เสื้อสีแดง กางเกงสีน้ำเงินแบบนี้ ซึ่งแต่ละสีที่จะพิมพ์ได้ก็จะมาจากเส้นที่เราต้องเลือกซื้อสีที่ต้องการมาแต่แรก แล้วเอามาใส่ในเครื่อง AMS
โดยปกติแล้วหัวพิมพ์จะฉีดเส้นได้ทีละสีเท่านั้น ถ้าเราพิมพ์โมเดลหลายสี พอต้องมีการเปลี่ยนสี เครื่อง AMS ก็จะดึงเส้นสีที่พิมพ์อยู่กลับมาที่เครื่อง และจ่ายเส้นอีกสีเข้าไปแทน นี่คือหน้าที่ของ AMS

ตัวอย่างงานพิมพ์ โมเดลหลายสี

ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จะมีตัว AMS ธรรมดา และตัว AMS Lite ที่ใช้กับกลุ่มเครื่องพิมพ์ซี่รี่ A ระดับเริ่มต้น แต่กับ P2S จะใช้เป็นรุ่น AMS 2 Pro ซึ่งความพิเศษของ AMS 2 Pro เนี่ยก็คือเค้าจะสามารถอบเส้น
ได้ด้วย ผู้ใช้งานมือใหม่คงจะสงสัยใช่มั้ยครับว่าทำไมต้องอบเส้นด้วยล่ะ นั่นก็เพราะว่าเส้นพลาสติกที่เราใช้พิมพ์เนี่ย บางคร้งถ้าอากาศมีความชื้นสูงอย่างเช่นหน้าฝน ความชื้นในอากาศก็จะเข้ามาในเส้น
และพอเส้นชื้นเนี่ย ก็ส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ที่ออกมาโดยตรง เช่นงานพิมพ์อาจไม่เนียน มีจุดมีรอย มีเส้นไยฉะนั้นแล้วถ้าเราใช้ AMS 2 Pro ก็จะสามารถอบเส้นได้ด้วย และเส้นที่ผ่านการอบมาเนี่ย
ก็จะพิมพ์ได้ดีกว่าเนียนกว่า

AMS 2 Pro เครื่องสลับเส้นรุ่นใหม่ สามารถอบเส้นได้
เปรียบเทียบงานพิมพ์จากเส้นชื้น กับเส้นแห้งที่ผ่านการอบ

แต่ถ้าคนที่ไม่ได้ใช้ P2S ( รุ่นเก่าหรือซีรี่ต่ำกว่า ) อยากใช้ AMS 2 Pro บ้างล่ะจะทำไง? ขอบอกว่าจะต้องต่อตัวแปลงถึงจะใช้ได้นะ แต่กลับกันตัว P2S เนี่ยสามารถทำงานกับ AMS 2 Pro ได้เลยตั้งแต่แรก
ไม่ต้องแปลงให้ยุ่งยาก แถม AMS 2 Pro ยังมีอะไรหลายอย่าที่อัพเกรดขึ้นจากรุ่นก่อน เช่น การกันความชื้นดีขี้น ความเร็วการป้อนเส้นมากขึ้น ระบบมอเตอร์ที่พัฒนาใหม่ ระบบต่างๆฉลาดเป็นอัตโนมัติ
มากขึ้น เรียกได้ว่านอกจากเทคโนโลยีของเครื่องหลักจะใหม่แล้ว ตัวสลับ/อบเส้นก็เป็นตัวใหม่ด้วย

เหตุผลข้อที่ 4 : ราคาดี
ผู้ใช้งานมือใหม่อาจจะสงสัยว่าทำไมราคาดีทั้งๆที่ราคาก็ไม่ได้ถูกขนาดนั้น แต่เดียวก่อนครับ ลองเทียบกับสิ่งที่ได้กันก่อน คืออย่างแรกเนี่ยก็คือเราได้เครื่องโครงปิดที่พิมพ์นิ่ง เสถียรปลอดภัย
และอย่างที่ 2 คือเราได้เทคโนโลยีแบบเดียวกับเครื่อระดับโปร ซึ่งถ้าเป็นช่วงก่อนหน้านี้ เครื่องพิมพ์ระดับนี้เนี่ยอาจมีราคาสูงกว่านี้มาก ถ้าวัดกันแล้วราคาปัจจุบันของเครื่องเทียบกับสิ่งที่ได้
แล้วเนี่ย ถือว่าราคาค่อนข้างดีเลย หากถ้าเราจะซื้อเครื่องไปใช้พิมพ์ผลิตงานเชิงธุรกิจแล้วเนี่ย ด้วยขนาดงานที่พิมพ์ได้กำลังดี จะพิมพ์งานชิ้นเล็กใหญ่หรือพิมพ์งานจำนวนมากอย่างต่อเนื่องก็เอาอยู่
ใช้งานได้ยาวๆแน่นอน แล้วด้วยว่าราคาของเครื่องถือว่าอยู่ในแรงค์กลางๆ ทำให้ที่คนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ใช้งานระดับอุตสาหกรรมที่มีทุนสูง ก็สามารถซื้อได้ เพระฉะนั้นถ้าอยากลงทุนกับเครื่องที่คุ้มค่า
สำหรับใช้งานระยะยาวแล้วเนี่ยรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์เลย

เหตุผลข้อที่ 5 : ความเป็น Bambu Lab
เหตุผลข้อนี้อาจไม่ได้หมายถึงแค่ P2S นะครับ แต่จะรวมถึงรุ่นอื่นๆในแบรนด์ด้วย ต้องบอกว่าจุดเด่นของ Bambu Lab นั่นก็คือ การที่ออกแบบระบบเครื่องพิมพ์มาให้ค่อนข้างใช้งานง่าย ต่อให้เป็น
มือใหม่ที่ไม่มีความรู้เลยเนี่ยก็สามารถใช้งานได้แน่นนอน เริ่มตั้งแต่มี Community ขนาดใหญ่อย่าง Maker Word ที่มีไฟล์ 3 มิติให้ดาวน์โลดฟรีกว่าแสนไฟล์และกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ สมมุติว่าเรายังเป็น
มือใหม่ที่ทำไฟล์ไม่เป็นก็ยังสามารถโหลดไปพิมพ์ได้ฟรี และยังสามารถซื้อ License ได้สำหรับการพิมพ์ขายเชิงธุรกิจที่จริงจังมากขึ้น


ซึ่งใน Maker World ที่นอกจากโหลดไฟล์ได้ฟรีก็ยังมีเครื่องมือ Ai อื่นที่น่าเล่น น่าสนใจอีกด้วยอยู่ในแท็บของ Maker Lab เช่น เปลี่ยนรูปภ่ายเป็นโมเดลได้ สร้างงานนนูนต่ำจากภาพ เปลี่ยนภาพถ่าย
เป็นไฟล์พิมพ์สีหลายเลเยอร์(Chroma Canva) และยังมีเครื่องมือที่น่าสนุกอื่นๆอีกหลายตัวให้ลองเล่น รับรองว่าต่อให้เป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการพิมพ์ก็ต้องสนุกกับการสร้าง/พิมพ์โมเดลของตัวเอง
แน่นนอนครับ

การควบคุมเครื่องพิมพ์ที่เราสามารถทำได้ทั้งใน Pc และในมือถือ ทำให้ใครที่ไม่ได้ใช้คอมก็ยังใช้เครื่องพิมพ์ได้สบาย แถมยังติดตามผลการพิมพ์ได้แบบ Real-time ผ่านกล้องในตัวเครื่องพิมพ์อีกด้วย
แถมหน้าตาซอฟแวร์ทั้งในมือถือและในคอมก็ดูเป็น Friendly User เข้าใจได้ง่าย (มักจะมีไอคอนบอกว่าแต่ละตัวเป็นเครื่องมือเกี่ยวกับอะไร แถมถ้าเราเอาเมาส์ไปชี้ก็จะรู้ว่าตรงไหนคือเครื่องมืออะไร
ใช้ทำอะไร)

โปรแกรม Bambu Studio สำหรับทำงานใน PC
แอพ Bambu Handy สำหรับทำงานในมือถือ

แต่ถ้าเราเริ่มใช้งานจนเก่งขึ้นระดับ Advance แล้วเนี่ย ก็ไม่ต้องกลัวว่าระบบเค้าจะมีแค่พื้นฐานอย่างเดียว ระบบ Software ของ Bambu Lab ยังสามารถปรับแต่งตั้งค่าการพิมพ์ได้อีกเยอะเลย มีระบบ
ที่รองรับครบในตัวเลย และด้วยความที่ Bambu Lab เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างใหญ่เป็นแบรนด์หลัก ทำให้มีผู้ใช้จำนวนมาก เรามีข้อสงสัยคำถามอะไรสามารถไปแลกเปลี่ยนได้ทั้ง Community ในไทย
และต่างประเทศ

สามารถตั้งค่าระดับ Advance ได้ครอบคลุมทุกฟังก์ชันเกี่ยวกับการพิมพ์

และ Bambu Lab นี่เองถือว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของเครื่องพิมพ์ประเภทเครื่องพิมพ์เส้นก็ว่าได้ ซึ่งเครื่องพิมพ์เส้นนั้นถือว่าเหมาะกับมือใหม่มากที่สุด เพราะว่าเป็นระบบที่เราจัดการโมเดลหลังพิมพ์
ได้ง่าย พิมพ์เสร็จแค่ออกจากถาดแกะซัพพอร์ตก็พร้อมใช้เลย แถมระหว่างการพิมพ์ก็แทบไม่มีกลิ่น ตั้งไว้ในบ้านได้ ถือเป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้ได้ทุกคนทุกเพศทุกวัยเลยจริงๆ

สรุป
จากทั้ง 5 ข้อที่บอกมาก็น่าจะเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่า ” ทำไม P2S ถึงเป็นเครื่องพิมพ์รุ่นขายดี ” สรุปง่ายๆเลยถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานมือใหม่ กำลังมองหาเครื่องพิมพ์สำหรับไปพิมพ์งานระยะยาว ไม่ว่าคิดว่า
จะเอาไปพิมพ์โมเดลงานอดิเรกเล่นๆ โมเดลเพื่อการศึกษาแต่ใครจะรู้ในอนาคตคุณอาจมีการขยับขยายเป็นการพิมพ์โมเดลขายเชิงธุรกิจก็ได้ ถ้าอยากจะได้เครื่องพิมพ์ที่คุ้มค่า มีเทคโนโลยีใหม่
ไม่ตกรุ่นง่ายๆ เลือก P2S เลยรับรองว่าไม่ผิดหวัง