Bambu lab รุ่น A1 กับ P2S แตกต่างกันอย่างไร | 3D Printer

Bambu lab รุ่น A1 กับ P2S แตกต่างกันอย่างไร | 3D Printer

ถ้าหากเราไม่เคยใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ มาก่อนเลย จะเกิดคำถามนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอนว่า ควรเลือกซื้อเครื่องไหน รุ่นไหนดี บทความนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นกับเครื่องพิมพ์  3มิติ สักเครื่อง และสองรุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ A1 และ P2S ซึ่งหลายคนเข้าใจว่า “มันก็คล้ายๆ กัน” แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองรุ่นนี้มีความเหมือน และความแตกต่างกันอยู่ โดยเรามาเริ่มต้นกันที่ประเภทของงานพิมพ์กันก่อนเลย

ประเภทของงานพิมพ์

  • เริ่มกันที่การใช้งานพื้นฐานที่สุดกันก่อนเลย เช่น การนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติไปใช้ “พิมพ์เล่น” หรือสร้างของใช้งานง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโมเดลน่ารักๆ พวกกล่องใส่ปากกา ที่วางดินสอ ของตกแต่งโต๊ะ หรือของแต่งบ้านต่างๆ งานประเภทนี้จะเน้นไปที่ความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกในการใช้งาน ซึ่งงานในประเภทนี้ถือว่าเหมาะมากกับ Bambu Lab A1 ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย และระบบที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก สามารถพิมพ์ชิ้นงานประเภทนี้ ได้แบบสบายๆ แต่อย่างไรก็ตามตัวเครื่องก็ยังมี “ข้อจำกัด” ของมันอยู่ในเรื่องของวัสดุที่ใช้พิมพ์ซึ่ง Bambu Lab A1 จะเหมาะกับเส้นพลาสติกประเภท PLA, PETG  ที่เน้นพิมพ์ง่าย  ไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิความร้อนให้คงที่ เดี๋ยวเราจะอธิบายชนิดของเส้นพลาสติกในหัวข้อถัดไป

 

  • ส่วนคนไหนที่มองเครื่องพิมพ์ที่เหมาะกับการเริ่มต้น และนำไปใช้งานได้ในระยะยาว ขอบอกก่อนไม่ใช่ว่าเครื่องจะพังง่าย แต่เป็นเรื่องของความหลากหลาย ที่เครื่องสามารถพิมพ์ออกมาได้ เช่น ในตอนแรกเราอาจจะเริ่มต้นด้วยการพิมพ์ โมเดลเล่น แต่เมื่อเริ่มใช้งานไปสักพักจากที่เคยพิมพ์เล่นๆ อาจเริ่มรู้สึกว่าอยากลองพิมพ์อะไรที่ใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่  อุปกรณ์ที่ต้องรับแรง หรือแม้แต่งานที่ต้องวางกลางแจ้ง ตรงนี้เองที่ข้อจำกัดของเครื่องเริ่มมีผล  ถ้ารู้ตัวว่าเดี๋ยวต้องอยากพิมพ์สิ่งของพวกนี้อย่างแน่นอน การเริ่มต้นด้วยเครื่อง P2S อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้รองรับวัสดุพลาสติกที่หลากหลายกว่า เช่น ABS, ASA, Carbon Fiber

ชนิดของเส้นพลาสติก

 

  • PLA  เป็นเส้นพลาสติกที่เหมาะกับมือใหม่มากที่สุด เพราะ พิมพ์ง่ายแถมไม่ต้องตั้งค่าอะไรเยอะ ได้ผิวชิ้นงานสวย แถมมีสีให้เลือกเยอะมาก เหมาะมากกับงานประเภทโมเดล ของตกแต่งต่างๆ หรือชิ้นงานทั่วไป และ มีข้อจำกัดคือ ไม่ทนต่อความร้อน และแสงแดด ไม่เหมาะกับงานที่รับแรง
  • PETG  เป็นพลาสติกที่มีความเหนียว และยืดหยุ่นเล็กน้อย สามารถทนแรงกระแทกได้ดี ไม่เปราะหักง่าย มีความสามารถทนต่อความชื้น และสารเคมีบางชนิดได้ ผิวชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาจะมีความเงา ไม่ดูด้านแบบ PLA เหมาะสำหรับพิมพ์ชิ้นงานที่นำไปใช้งานจริง เช่น โคมไฟตกแต่งห้อง ชิ้นส่วนรถบังคับ ชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งแรงมากกว่า PLA
  • ABS  เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงสูงทนต่อแรงกระแทก ทนความร้อนและแสงUV มีคุณสมบัติที่ทนต่อการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับการพิมพ์ชิ้นงานที่ต้องรับแรง หรืออยู่ในที่ร้อน เช่น ชิ้นส่วนของเครื่องจักร, อะไหล่ทดแทนในรถยนต์, และจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องใช้เครื่องพิมพ์แบบโครงปิดเช่น P2S เพราะต้องควบคุมอุณหภูมิในการพิมพ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งในจุดนี้ เครื่อง A1 จะไม่สามารถพิมพ์ชิ้นงานออกมาได้
  • ASA  เป็นพลาสติกที่คุณสมบัติแบบABS ทุกประการ แต่โดดเด่นในเรื่องการทนต่อแสง UV และสภาพอากาศได้มากได้มากกว่า  ทำให้ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาไม่ซีด ไม่กรอบง่ายเมื่อโดนแดดเป็นเวลานาน เหมาะกับงานที่ต้องใช้งานกลางแจ้ง เช่น ชิ้นส่วนที่ต้องการทนความร้อนสูง, ชิ้นส่วนที่ต้องโดนแดดอยู่บ่อยๆ, หรือชิ้นส่วนอะไหล่รถต่างๆ สำหรับวัสดุนี้ ก็จำเป็นต้องใช้ เครื่อง P2S ขึ้นไปในการพิมพ์ชิ้นงาน
  • TPU  เป็นพลาสติกแบบยืดหยุ่น มีความนิ่ม สามารถบิดงอได้โดยไม่เสียรูปทรง ทนต่อแรงกระแทก และช่วยซับแรงได้ดี เหมาะสำหรับการพิมพ์ เคสมือถือ, ยางกันกระแทก, พื้นรองเท้า, ชิ้นส่วนล้อเล็กๆ, หรือ ชิ้นส่วนที่ต้องการความนุ่มและยืดหยุ่น พลาสติกชนิดนี้สามารถพิมพ์ด้วยเครื่อง A1 ได้ แต่แนะนำเป็น เบอร์ 80 ขึ้นไป และต้องไม่ต่อเข้ากับระบบ AMS เพราะเส้นชนิดนี้จะนิ่มมาก ทำให้ติดค้างในระบบ AMS ได้
  • PC  เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงสูงมาก ทนแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม มีความสามารถด้านทนความร้อนสูง และรับน้ำหนักแรงกดได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานระดับสูง เหมาะสำหรับพิมพ์ ชิ้นส่วนทางวิศวกรรม, อุปกรณ์ที่ต้องรับแรงหนัก, ขายึดต่างๆ, หรือ งานที่ต้องทนความร้อนสูงมาก

 

เปรียบเทียบสเปคเครื่อง

Bambu Lab Build Volume Nozzle Max Hot End Flow  Heatbed  Max Speed Filament Software Price
A1  256 x 256 x 256 mm Stainless Steel 28 mm³/s Max 100 ℃ 500 mm/s PLA, PETG, TPU, PVA Bambu Studio 10,900.-
P2S  256 x 256 x 256 mm Hardened Steel 40 mm³/s Max 110 ℃  600 mm/s PLA, PETG, ABS, ASA, TPU Bambu Studio 23,900.-

 

แล้ว Combo คืออะไร ?

ในเครื่องพิมพ์ 3 มิติของ Bambu Lab อย่างรุ่น Bambu Lab A1 และ Bambu Lab P2S จะมีตัวเลือกย่อยที่เรียกว่า “Combo” เช่น A1 Combo, P2S Combo  ซึ่งหลายคนที่เพิ่งเริ่ม อาจสงสัยว่ามันต่างจากรุ่นปกติยังไง จำเป็นต้องใช้ไหม เราจะมาอธิบายแบบง่ายๆให้เข้าใจกัน คำว่า Combo หรือที่เรียกกันว่า AMS จะเป็นระบบการพิมพ์ 4 สี ของเครื่องพิมพ์ Bambu lab แบบอัตโนมัติ ซึ่งถ้าไม่มีตัว AMS นี้ก็จะพิมพ์หลายสีไม่ได้ สำหรับใครที่อยากนำไปพิมพ์ชิ้นงานโมเดล ที่มีหลายๆสีแบบที่เห็นกันใน Tiktok หรือช่องทางต่างๆ ก็แนะนำให้ซื้อเป็นตัว Combo ไปด้วยเลย ทำให้เครื่องพิมพ์ของเราสามารถใส่เส้นพลาสติกได้หลายม้วน (สูงสุด 4 สี) หรือใครที่ชอบพิมพ์ชิ้นงานใหญ่ๆ แล้วไม่อยากมานั่งเปลี่ยนม้วนเส้นบ่อยๆ ก็ขอแนะนำเลย ประหยัดทั้งเรื่องของเวลา แต่สามารถทำให้ชิ้นงานพิมพ์ต่อเวลาเส้นหมดม้วนได้อย่างลื่นไหล

 

AMS Lite กับ AMS 2 Pro

  • AMS Lite  เป็นตัวCombo ที่อยู่ในซีรีย์ A1 เป็นระบบ multi-color ทำให้เครื่องพิมพ์ของเรา พิมพ์เส้นพลาสติกได้สูงสุดที่ 4 สี ใช้กับวัสดุ PLA, PETG ในส่วนที่ไม่มีคือ ระบบอบความชื้น และไม่สามารถต่อ AMS เพิ่มเป็น 2 เครื่องได้
  • AMS 2 Pro  ระบบ multi-color พิมพ์ได้ 4สี ในซีรีย์ P2S ขึ้นไป เช่น H2S, H2D, H2C รวมไปถึงระบบอบไล่ความชื้นของเส้น และยังสามารถอบเส้นไปด้วย พิมพ์ชิ้นงานไปด้วยได้ เหมาะกับใช้พิมพ์วัสดุที่หลากหลาย เช่น PLA, PETG, ABS, ASA, PC เป็นต้น และ AMS 2 Pro สามารถเชื่อมต่อกันได้หลายเครื่อง ทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นงานออกมาได้สูงสุดถึง 24สี

 

สรุปใครเหมาะกับเครื่องพิมพ์รุ่นไหน

  • A1, A1Combo  เหมาะกับมือใหม่ที่มีงบจำกัด แต่อยากได้เครื่องที่มีคุณภาพ ใช้งานง่าย และไม่ยุ่งยาก สามารถนำไปพิมพ์ชิ้นงานทั่วไปได้ เช่น งานโมเดล โคมไฟ ของเล่นต่างๆ หรือ กล่องใส่ปากกาดินสอ เน้นไปที่วัสดุ PLA, PETG ส่วนใครที่อยากได้ออกมาให้ได้หลายๆสีจะเลือกตัว Combo ไปได้เลย ด้วยราคาแล้วคุ้มค่ามากๆ
  • P2S, P2S Combo  เหมาะกับมือใหม่เช่นเดียวกัน ใช้งานง่าย และไม่ยุ่งยาก ตัวเครื่องจะมีความเสถียรที่มากกว่า สามารถนำไปพิมพ์วัสดุทางวิศวกรรมได้ เช่น ABS, ASA, PC  เหมาะกับนำไปต่อยอดการใช้งาน ไม่ใช่เพียงแค่พิมพ์ชิ้นงานโมเดลเล่นๆ ส่วนใครที่อยากได้ประสิทธิภาพแบบเต็ม 100% แนะนำตัว Combo ไปเลยจะได้ระบบอบความชื้นเส้นมาด้วย ซึ่งจำเป็นอย่างมากในเรื่องของคุณภาพการพิมพ์