สวัสดีครับเราได้คำถามจากลูกค้าหลายคนเลยครับ ว่าแผ่นปริ้นท์ ( Build plate ) แต่ละชนิดของเครื่อง Bambu Lab แตกต่างกันแบบไหนบ้าง ตัวไหนเหมาะสำหรับงานแบบไหนบ้างเดี๋ยวเราจะมาอธิบายให้เข้าใจกันเลยครับ
แผ่นปริ้นท์ (Build Plate) แต่ละแบบของ Bambu Lab ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับวัสดุและพื้นผิวชิ้นงานที่ต่างกันครับ
ก่อนอื่น แผ่นที่มักจะ “ติดมากับเครื่อง” ในปัจจุบัน (เช่น P1S, A1, A1 Mini หรือ X1C ล็อตใหม่ๆ) ส่วนใหญ่จะเป็น Textured PEI Plate สีทองหรือดำ ซึ่งมีจุดเด่นคือใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องทากาว และทิ้งผิวสัมผัสแบบ “ขรุขระเป็นเม็ดทราย” ไว้ที่ฐานล่างของชิ้นงาน
นี่คือความแตกต่างของแผ่นแต่ละแบบที่คุณสอบถามมา เมื่อเทียบกับแผ่นมาตรฐานครับ:
1. Bambu Cool Plate SuperTack
-
จุดเด่น: ออกแบบมาให้ชิ้นงานยึดเกาะได้แน่นหนามากเป็นพิเศษ (SuperTack) โดยไม่ต้องใช้อุณหภูมิฐานความร้อนสูง
-
เหมาะสำหรับ: PLA, TPU, PETG
-
ความต่างจากแผ่นแถม: แผ่นแถม (Textured) มักต้องใช้อุณหภูมิเตียงราวๆ 60°C สำหรับ PLA แต่ Cool Plate ใช้อุณหภูมิต่ำกว่ามาก (ประมาณ 35°C) ช่วยลดปัญหาความร้อนสะสมในตู้ (Heat creep) ที่ทำให้เส้นพลาสติกติดขัดในหัวฉีด ผิวชั้นล่างที่ได้จะเรียบเนียน (แต่อาจจะลอกชิ้นงานออกยากกว่าแผ่นอื่นๆ เพราะมันดูดแน่นมาก)
คุณสมบัติแผ่นฐานสำหรับขึ้นรูป
การยึดเกาะพื้นผิวที่เชื่อถือได้
การเคลือบ SuperTack ให้การยึดเกาะที่แข็งแรงเป็นพิเศษกับเส้นใย PLA และ PETG แม้ที่อุณหภูมิฐานความร้อนต่ำ ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการพิมพ์โดยขจัดปัญหาการยึดเกาะ ลดการบิดเบี้ยวเมื่อพิมพ์วัตถุขนาดใหญ่ และทำงานได้ดีกับพื้นผิวที่มีรูปร่างไม่ดี
ประสิทธิภาพที่ทนทานยาวนาน
การเคลือบ SuperTack มีความทนทาน สามารถคงคุณสมบัติการยึดเกาะได้แม้หลังจากการใช้งานเป็นเวลานาน ส่งผลให้อายุการใช้งานของแผ่นพิมพ์ยาวนานขึ้น ลดต้นทุนการพิมพ์ (สูญเสียการยึดเกาะน้อยกว่า 20% หลังจากการพิมพ์ 300 ครั้ง) และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
2. Bambu Smooth PEI Plate
-
จุดเด่น: เป็นแผ่น PEI เหมือนแผ่นที่ติดมากับเครื่อง แต่มี พื้นผิวที่เรียบสนิท
-
เหมาะสำหรับ: PLA, PETG, ABS, TPU
-
ความต่างจากแผ่นแถม: แผ่นแถมจะทิ้งรอยขรุขระไว้ที่ฐานชิ้นงาน แต่ Smooth PEI จะทำให้ฐานล่างของชิ้นงานเรียบเนียนกริบเหมือนกระจกหรือผิวด้านเรียบๆ นิยมใช้เวลาที่ต้องการนำชิ้นงานไปประกบเข้าด้วยกันแล้วต้องการให้รอยต่อแนบสนิท
- ผิวสัมผัสเรียบเนียน:ให้ผิวงานด้านล่างของชิ้นงานพิมพ์เรียบเงาหรือกึ่งด้าน (Smooth/Matte finish) ต่างจากแผ่น Textured PEI ที่มีผิวหยาบ
- ความแม่นยำสูง:ช่วยรักษาความแม่นยำของแกน Z ได้ดี และช่วยป้องกันปัญหางานโก่งงอ (Warping)
- รองรับหลากหลายเส้นพลาสติก:ใช้ได้กับ PLA, TPU, PETG, ABS, Nylon และอื่นๆ (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง)
- การดูแลรักษา:
- ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าและน้ำยาล้างจาน
- ห้ามใช้ Acetone เช็ดทำความสะอาดเพราะจะทำให้ผิว PEI เสียหาย
- ทากาวแท่ง (Glue stick) เป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้ชิ้นงานติดแน่นเกินไปสำหรับพลาสติกบางประเภท หรือป้องกันผิวแผ่นลอ
3. Bambu 3D Effect Plate
-
จุดเด่น: เป็นแผ่นเพื่อความสวยงามโดยเฉพาะ ตัวแผ่นจะมีลวดลายโฮโลแกรม (เช่น ลายเพชร, ลายคาร์บอนไฟเบอร์ หรือลายดาว)
-
เหมาะสำหรับ: PLA, PETG, TPU (เน้นงานตกแต่ง)
-
ความต่างจากแผ่นแถม: ลวดลายโฮโลแกรมบนแผ่นจะถูก “ประทับ” ลงบนชั้นล่างสุดของชิ้นงาน ทำให้เวลาสะท้อนแสง ชิ้นงานของคุณจะมีลวดลายวิบวับติดอยู่ (ดังรูปด้านล่าง) ไม่เหมาะกับงานวิศวกรรมที่ต้องการความแม่นยำของสัดส่วนฐาน
- Galaxy: ลายกากเพชรสีรุ้งเหลือบแสง (เหมาะกับพลาสติก Silk หรือเงา)
- Starry: ลายละอองดาวสะท้อนแสงหลากสี (เหมาะกับพลาสติก Silk หรือเงา)
- Diamond: ลายเพชรผสมผสานระหว่างผิวเงาและผิวด้าน (เหมาะกับพลาสติก Silk หรือเงา)
- Carbon Fiber: ลายคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีพื้นผิวเล็กน้อย (เหมาะกับพลาสติกสีเทาหรือสีคาร์บอน)
- การใช้กาว: จำเป็นต้องทากาว (Glue Stick หรือ Liquid Glue) บนแผ่นก่อนพิมพ์ทุกครั้ง เพื่อช่วยในการยึดเกาะและทำหน้าที่เป็นสารป้องกันไม่ให้ชิ้นงานติดแน่นเกินไป [1]
- การทำความสะอาด: ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ห้ามใช้อะซิโตน (Acetone) เด็ดขาดเพราะจะทำให้พื้นผิวเคลือบเสียหาย [1]
- **การถอดชิ้นงาน:**วรรคให้แผ่นพิมพ์เย็นลงก่อนนำชิ้นงานออก เพื่อป้องกันแผ่นบิดงอ
สรุปสั้นๆ:
-
อยากได้ผิวล่างเรียบๆ แทนผิวขรุขระ: ไป
Smooth PEI -
พิมพ์ PLA ในตู้ปิดไม่อยากเปิดประตู/พัดลม: ไป
Cool Plate SuperTack -
อยากได้ฐานงานวิบวับสวยงาม: ไป
3D Effect Plate -
เน้นพิมพ์พลาสติกแข็งๆ ทนความร้อน (Nylon, PC): ไป
Engineering Plate





