Beam Interlocking พิมพ์หลายวัสดุให้แข็งแรงขึ้น

Beam Interlocking พิมพ์หลายวัสดุให้แข็งแรงขึ้น

Beam Interlocking


Beam Interlocking เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมเลเยอร์เข้าไประหว่างการพิมพ์วัสดุสองชนิด หรือมากกว่า เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้มันจะสาน หรือจะเรียกว่าเย็บวัสดุทั้งหมดให้ติดกัน โดยการเพิ่ม bridge หรือ beam ของวัสดุหนึ่งเข้าไปในอีกวัสดุหนึ่ง เป็นการเชื่อมวัตถุเข้าด้วยกัน

ในการพิมพ์วัสดุชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดกัน เช่น TPU กับ PLA แม้ว่าพิมพ์ออกมาแล้วดูสมบูรณ์แบบมาก แต่มันไม่ได้เชื่อมกันได้ดี ทำให้สุดท้ายแล้วมันจะแยกจากกัน แค่ออกแรกเบา ๆ เท่านั้น ก่อนที่จะไปดูวิธีการทำ เรามาดูประโยชน์ของมันก่อน


ประโยชน์ของฟีเจอร์ Beam Interlocking ใน Bambu Studio


  1. เพิ่มความมั่นใจว่ารอยต่อระหว่างวัสดุที่แข็ง และยืดหยุ่นจะแข็งแรงขึ้น

Beam Interlocking จะสร้างตัวเชื่อม เหมือนคานเกี่ยววัสดุสองชนิดเข้าด้วยกัน ระหว่างเนื้องาน จะช่วยให้มีการรวมตัวทั้งในแบบเชิงกล และทางเคมี สร้างรอยต่อที่มีความแข็งแรง ไม่แยกจากกันง่าย ๆ

ภาพนี้แสดงลักษณะวัตถุที่เปิด-ปิดการใช้ Beam Interlocking

สังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามีชิ้นส่วนเพิ่มเติมขึ้นมาในบริเวณที่วัตถุสองชิ้นสัมผัสกัน

ถ้าไม่มี Beam Interlocking แล้ว TPU จะแยกตัวออกในเวลาไม่นานนัก โดยเฉพาะเมื่อพิมพ์เคสโทรศัพท์ และมีการหยิบเข้าออกจากกระเป๋ากางเกงบ่อย ๆ แต่ด้วยการใช้ Beam Interlocking เนื้อ TPU ที่ยืดหยุ่นจะหลอมรวมกับ PETG ทำให้มันแข็งแรง และทนทานมากขึ้น

  1. เสริมความทนทาน และใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ปกติการพิมพ์สองวัสดุ สองสี หรือแม้แต่วัสดุเดียวกันแต่คนละยี่ห้อ มักจะมีจุดอ่อนตรงรอยต่อของวัสดุ Beam Interlocking จะเข้ามาจัดการตรงจุดนี้ ทำให้งานพิมพ์ใช้งานได้นานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชิ้นงานที่ต้องการความยืดหยุ่น รับแรง หรือต้องจับถือบ่อย ๆ เช่น ด้ามจับเครื่องมือช่าง ที่ยึดโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์สวมใส่ร่างกาย

  1. ให้ความอิสระในการออกแบบมากขึ้น

คุณจะมั่นใจในการออกแบบว่าจะสามารถพิมพ์งานดีไซน์ที่มีหลายวัสดุด้วยกันจะเป็นเนื้อเดียวกันโดยไม่หลุดออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่จะนำไปใช้ประกอบจริง เช่นการสแน็ปฟิต หรืองานที่ต้องยึดด้วยกาว หรือตะปูเกลียว ก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะหลุดออกมา

4. มั่นใจได้ว่ารอยต่อจะเนียนสวย

Beam interlocking จะช่วยให้รอยต่อ แน่นหนา พอดี สวยงาม และลดรอย seam เหมาะกับโมเดลที่เอาไว้โชว์ อุปกรณ์คอสเพล หรืองานที่ต้องการให้ดูเป็นมืออาชีพมีความสำคัญ


เปิดใช้งาน Beam Interlocking ใน Bambu Studio อย่างไร


โดยเลือกที่ Global แล้วเลือก Others จะเห็นคำสั่ง “Use Beam Interlocking” ในหัวข้อ Others

เมื่อกดเปิดใช้งาน Use Beam Interlocking จะมีตัวเลือกเปิดตามมาหลายตัว ดังนี้ Interlocking beam width, Interlocking direction, interlocking beam layers, interlocking depth, and interlocking boundary avoidance


การตั้งค่า Beam Interlocking


เราจะอธิบายแต่ละตัวดังต่อไปนี้

  1. Interlocking Beam Width

ตัวเลือกนี้จะเป็นการกำหนดค่าความหนา หรือหน้ากว้างของ beam แต่ละแท่งที่จะวางเข้าไปในเนื้อของอีกวัสดุหนึ่ง ยิ่งกว้างก็จะยิ่งหน้าสัมผัสมาก จะเกาะได้ดีกว่า แต่ถ้ากว้างเกินไปก็อาจจะใช้พื้นที่มากขึ้นจนอาจจะมีผลกระทบกับตัวงานเอง สำหรับงานพิมพ์ขนาดเล็ก ขนาด 0.4-0.8 mm เป็นขนาดที่กำลังเหมาะ ที่มีความแข็งแรง และไม่กระทบกับผิวงานพิมพ์ ตัวอย่างเช่น การพิมพ์ PET กับ PETG ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งทั้งคู่ แต่ก็ให้ตัวได้เล็กน้อย และไม่ละลายติดกัน ส่วน TPU มีความนุ่ม ยืดหยุ่นมาก ต้องปรับค่านี้ให้เหมาะเพื่อให้ยึดเกาะได้ดี และไม่กระทบกับความยืดหยุ่น ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 0.8 mm ซึ่งเหมาะกับงานทั่วไป ถ้าลดขนาดลงเหลือ 0.2 mm รอยต่อจะหลุดง่ายมาก

  1. Interlocking Direction

ค่านี้จะแสดงองศาของแท่ง beam ที่จะเอียงไปมากน้อยเท่าไหร่ ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 22.5 องศา ทำให้แท่ง beam เอียงเล็กน้อย แทนที่จะเป็นเส้นตรง ทำให้เกี่ยวกันแน่นกว่า ค่าตั้งต้นนี้ช่วยเสริมความแข็งแรงของวัสดุ TPU กับวัสดุที่แข็ง แต่ก็ยังทำให้ TPU ยังมีความยืดหยุ่นได้อย่างที่ต้องการด้วย การปรับองศาจะช่วยให้การล็อกของวัสดุแน่นมากขึ้น

  1. Interlocking Beam Layers

เป็นการตั้งค่าความสูงของ beam ว่าจะสูงกี่เลเยอร์ ตัวเลขน้อยจะให้ความแข็งแรงมากกว่า แต่มักจะเกิดปัญหา ตัวเลขมากจะทำให้ความแข็งแรงลดลง แต่ปัญหาอื่นจะน้อยกว่า ดังนั้นจึงแนะนำว่าคงไว้ที่เลข 2 ยกเว้นว่าคุณจะได้ทดสอบแล้วว่าค่าอื่นให้ผลที่ดีกว่า

  1. Interlocking Depth

Interlocking Depth จะวัดว่าการทำ interlock จะลึกเข้าไปในเนื้องานของอีกวัสดุหนึ่งแค่ไหน สามารถเพิ่ม หรือลดได้ตามใจชอบ ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 2 ซึ่งเหมาะกับงานส่วนมาก แต่ก็สามารถทำการทดสอบก่อนเพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุดกับดีไซน์ของคุณ และอย่าลืมว่าการแก้ไข interlocking depth อาจมีผลกับจำนวนครั้งในการเปลี่ยนเส้นพลาสติกด้วย

  1. Interlocking Boundary Avoidance

เป็นการกำหนดว่าตำแหน่ง interlock จะอยู่ห่างจากผิวงานมากแค่ไหน ตัวเลข 1 จะเห็นว่ามันจะอยู่ใกล้กับผิวงานมาก
เมื่อเพิ่มตัวเลขเป็น 10 ตำแหน่ง Beam interlocking จะถูกดันให้ห่างจากผิวงาน เข้าไปในเนื้องาน การปรับแบบนี้จะช่วยให้ผิวงานสวยงามขึ้น แต่ความแข็งแรงใกล้ของจะลดลง


ข้อสำคัญในการเลือกใช้ Beam Interlocking


เมื่อจะเลือกใช้ Beam interlocking มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้

  1. ตรวจสอบความหนาผนัง และรูปร่างภายในของโมเดล ต้องมั่นใจว่ามีพื้นที่ด้านในของโมเดลพอที่จะให้โปรแกรมสร้าง beam ได้อย่างเหมาะสม และผนังด้านนอกควรมีความหนา และแข็งแรงเพียงพอ สำหรับโมเดลที่มีรายละเอียดสูง ควรปรับ Interlocking Beam Layers และ beam depthเพื่อป้องกันความเสียหายของรายละเอียดงาน
  2. ทิศทางของ Beam Interlocking ต้องแน่ใจว่าหันตัวชิ้นงานให้ตั้งฉากกับทิศทางของ Beam Interlocking เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  3. ความเข้ากันได้ของวัสดุแต่ละชนิด เลือกวัสดุที่ติดกันได้ง่าย TPU และ PETG ติดกันได้ง่าย มันสามารถเชื่อมกันได้ระหว่างการพิมพ์ ไม่ควรจับคู่วัสดุที่เชื่อมกันได้ไม่ดี เช่น TPU กับ PLA มาตรฐาน ซึ่งมักจะมีปัญหาการแยกชั้น และยึดติดกันได้ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวมุม และควรทำการทดสอบก่อนการพิมพ์จริง