fbpx

Review Flashforge : FOTO 3D Printer ระบบ LCD น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในขณะนี้

Review Flashforge : FOTO 3D Printer ระบบ LCD น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในขณะนี้

โดยไม่นานมานี้มีการคิดค้นระบบ LCD / MSLA
เป็นระบบที่มีการพัฒนาต่อมาจาก DLP โดยเปลี่ยนจากการฉาย Projector มาเป็นการเปิด-ปิดให้แสง UV ลอดผ่านโดยใช้หน้าจอ LCD เป้นแหล่งกำเนิดแสงแทนที่Projector เริ่มแรกที่ใช้กันจะใช้ LCD ธรรมดา RGB ที่ใช้กันในวงการหน้าจอสี ที่มีปัญหาคือการแสดงสีดำ/ขาวจะไม่สนิททำให้อายุการใช้งานน้อยหน้าจอเสื่อมเร็ว ต่อมาพัฒนามาใช้ LCD แบบ Mono ขาว-ดำ ที่จะแสดงสองสีนี้แบบเจาะจงซึง่จะส่งให้อายุการใช้งานยาวนานและการพิมพ์เร็วขี้นเพราะการควบคุมแสงที่แม่นยำ

โดยเครื่องทั่วไปที่ใช้ปกติจะเป็นระบบ FDM ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการใช้งานอยู่หลากหลายและปกติ แต่ถ้าหากเทียบตัวงานระหว่าง ระบบ FDM และ SLA นั้นจะแต่งต่างกันอย่างมาก

คทางด้านซ้ายคือระบบ FDM และทางด้านขวา ระบบ SLA จากเครื่อง FOTO

จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เนื่องจากระบบ FDM เป็นระบบที่เป็นการฉีดเส้นพลาสติกทับกันเป็นชั้นๆขึ้นไปเรื่อยๆจนกลายเป็นชิ้นงาน เลยทำให้มีชั้นเลเยอร์ที่เห็นชัดเจน และการวางซัพพอร์ตของงานประเภทนี้จะใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก บางครั้งอาจกินเนื้อชิ้นงานเข้าไปด้วยทำให้งานที่ได้นั้นไม่เรียบเนียนนักแม้ว่าจะใช้ความละเอียดสูงสุดแล้วก็ตาม(อ่านรานละเอียดได้ที่นี่=>> FDM/FFF 3D Printer คืออะไร?)

สังเกตุ ระบบ SLA ตัวงานจะเรียบและเนียน ซัพพอร์ทที่ีขนาดเล็กทำให้แผลหลังจากการแกะก็จะน้อยไปด้วย ทำให้ระบบ SLA เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดตอนนี้

ด้วยการทำงานโดยการฉายแสงUVขึ้นไปกระทบกับเรซิ่นในถาด เมื่อเรซิ่นกระทบกับน้ำยาเรซิ่นก็จะเกืดการแข็งตัว ด้วยการขึ้นรูปด้วยแสงจะทำให้งานที่ได้มีความเรียบเนียนกว่าอย่างเห็นได้ชัด(อ่านรายละเอียดได้ที่นี่=>>SLA 3D Printer ระบบเรซิ่น คืออะไร มีกี่ชนิด?? )

วิธีการทำงานของ ระบบ LCD เป็นการฉายแสงขึ้นไปข้างบนทำให้เรซิ่นแข็งตัว
และนี่คือ Flashforge FOTO 13.3 , 8.9 , 6

Flashforge ได้ปล่อยเครื่องพิมพ์SLA ในราคาประหยัดเข้าสู่วงการ3D Printerหลังจากที่ได้ซุ่มพัฒนามาอย่างยาวนาน โดยจะมีทั้งหมด3รุ่น3ขนาดให้เลือกใช้ตามความต้องการกันเลย โดยทั้ง3รุ่นจะใช้ระบบLCDในการทำงานโดยใช้ LCD แบบ MONO Chrome โดยมีความชัดอยู่ที่ 2K ใน FOTO 6.0 และ 4K ใน FOTO 8.9 และ FOTO 13.3

Flashforge FOTO 6.0 ใช้หน้าจอLCDขนาด 6นิ้ว 2K มาพร้อมกับขนาดการพิมพ์อยู๋ที่ 130x82x155mm ที่พิมพ์ได้ด้วยความละเอียดในแกน XY ที่ 50um และแกน Z ที่ 20-150um จะใช้แกนZแบบLinearรางเดียว ถาดน้ำยาที่มีความจุที่ 250ml
จุดเด่นของ FOTO 6.0 คือ ราคาและถูกเครื่องที่มีขนาดเล็กซึ่งจะประหยัดไฟมากด้วยกำลังเพียงแค่60วัตต์เท่านั้น อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

Flashforge FOTO 8.9 ใช้หน้าจอLCDขนาด 8.9นิ้ว 4K มาพร้อมกับขนาดการพิมพ์อยู๋ที่ 192x120x200mm ที่พิมพ์ได้ด้วยความละเอียดในแกน XY ที่ 50um และแกน Z ที่ 20-150um จะใช้แกนZแบบLinearรางคู่ ถาดน้ำยาที่มีความจุที่ 500ml
จุดเด่นของ FOTO 8.9 เครื่องมีขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปจะทำให้ทำงานได้หลากหลายมากและยังให้ความคมชัดของหน้าจอมาถึง4K ทำให้ได้งานที่มีความละเอียดสูงแน่นอน แล้วยังสามารถต่อสายLAN เพื่อต่ออินเตอร์เน็ตได้

Flashforge FOTO 13.33 ใช้หน้าจอLCDขนาด 13.3นิ้ว 4K มาพร้อมกับขนาดการพิมพ์อยู๋ที่ 292x165x400mm ที่พิมพ์ได้ด้วยความละเอียดในแกน XY ที่ 76um และแกน Z ที่ 20-150um จะใช้แกนZแบบLinearรางคู่ ถาดน้ำยาที่มีความจุที่ 2L
จุดเด่นของFOTO 13.3 คือ เครื่องที่รองรับการพิมพ์งานที่ขนาดใหญ่มากได้ ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการพิมพ์งานหลายชิ้นหรืองานที่ใหญ่มากๆ แล้วยังมีฟังก์ชั่นการต่อLANและWIFIได้ด้วย

โปรแกรมที่ใช้ในการสั่งพิมพ์จะเป็นหลักๆอยู๋2โปรแกรมด้วยกันก็คือ
FlashDLPrint ซึ่งเป้นโปรแกรมของทางFlashforge ที่นำมาใช้กับเครื่องSLA ของ Flashforgeโดยตรง
Chitubox เป็นโปรแกรมกึ่งFreeware ที่ให้เราสามารถใช้งานกับเครื่องSLA ได้เกือบทุกเครื่องในโลกและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก หากเครื่องพิมพ์ของเราไม่มีในโปรแกรมนี้ก็ยังสามารถเพิ่มเครื่องของเราเข้าไปได้เลย

1 FlashDLPrint 

       

2 Chitubox

การเลือกใช้โปรแกรมนั้นก็จะขึ้นอยุ่กับตัวผู้ใช้เองว่าชอบโปรแกรมไหนมากกว่ากัน หากคนที่คุ้นเคยกับโปรแกรมFlashprint ก็อาจจะชอบโปรแกรมFlashDLPrint ก็ได้นะ แต่ถ้าสายExpertนิดหน่อยหรือชอบการปรับแต่งที่มากหน่อยก็จะชอบChitubox
แต่สำหรับคนที่ไม่เคยใช้Chituboxมาก่อนแต่อยากหัดใช้สามารถอ่านต่อได้ที่นี่เลย ==> 7ขั้นง่ายๆใช้ Chitubox พิมพ์3มิติเรซิ่น MSLA printer

การใช้งาน

การเติมเรซิ่นของเครื่องจะใช้วิธีManual คือผู้ใช้จะต้องเทเติมด้วยตัวเองดังนั้นหากงานที่มีขนาดใหญ่ผู้ใช้ต้องเติมเรซิ่นให้เพียงพอแต่ก็สามารถมาเติมหลังจากที่เริ่มพิมพ์แล้วได้

FOTO 6.0 และ FOTO 8.9 จะเป็นฝาครอบครอบเมื่อต้องการดูข้างในจะต้องยกฝาขึ้น

FOTO 13.3 จะใช้เป็นประตูทำให้เปิดใช้งานได้ง่ายขึ้น

คุณภาพงานที่พิมพ์ได้จากเครื่องFOTO นั้นก็ถือว่าสวยงามมากตามมาฐานระบบ MSLA เลย เก็บได้ครบทุกรายละเอียดอย่างสวยงาม





สรุป

Flashforge FOTO เป็นเครื่องพิมพ์เรซิ่นระบบ LCD ที่มีราคาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับขนาดที่ได้มาและคุณภาพงานที่ได้นั้นก็ถือว่าสมกับราคา ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะไม่ได้มีฟังก์ชั่นพิเศษใดๆ แต่การที่จะใช้งานเครื่องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรแต่ก็จะยุ่งยากนิดหน่อยสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเนื่องจากการใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นระบบManual ซึ่งจะทำให้เกืดการเลอะเทอะอยู่บ้างเวลาที่ต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำยา ทำความสะอาดถาดน้ำยา หรือการซ่อมบำรุงต่างๆ แต่ก็ไม่ไช่เรื่องยากจนเกินไป ซึ่งการซ่อมบำรุงส่วนต่างๆนั้นทางเราก็ได้ทำเอาไว้ที่ Youtube=>> Print3dd