เทคนิคการตัด-ต่อโมเดลใน Bambu Studio

You are currently viewing เทคนิคการตัด-ต่อโมเดลใน Bambu Studio

คำสั่งหนึ่งในโปรแกรม Slicer เช่น Bambu Studio หรือ Orca Slicer คือคำสั่งตัดโมเดล (Cut) มักจะถูกใช้ในกรณีที่โมเดลที่จะพิมพ์มีขนาดใหญ่กว่าแท่นพิมพ์ แต่จริง ๆ แล้วมันก็มีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือลดการใช้ support ซึ่งก็หมายถึงการลดเวลา และการใช้พลาสติกลงด้วย

คำสั่งนี้มีความสามารถมากกว่าการตัดโมเดลเฉย ๆ เราสามารถตัดแบบระนาบได้หลายระนาบ และตัดแบบหางเหยี่ยว (Dovetail) ได้ด้วย และยังสามารถใส่ข้อต่อ เดือย และเดือยล็อก และในเวอร์ชั่นล่าสุดของ Bambu Studio ก็สามารถทำเกลียวได้ด้วย

การตัดช่วยประหยัดเวลา และพลาสติกได้อย่างไร?

ในบางโมเดลที่มี overhang ในตำแหน่งที่สูงจากฐานมาก ทำให้การสร้าง support ต้องเริ่มสร้างจากฐานแท่นพิมพ์ขึ้นไป ซึ่งเสียเวลา และสิ้นเปลืองพลาสติกในการสร้างมาก การที่เราตัดส่วนบนลงมาพิมพ์ที่ฐานทำให้ลดเวลา และพลาสติกได้มาก ดังตัวอย่าง

[ezcol_1half]

[/ezcol_1half] [ezcol_1half_end]

[/ezcol_1half_end]

จะเห็นว่าหลังจากตัดแล้วเวลาการพิมพ์ลดลงได้ถึง 42 นาที และลดพลาสติกลง 20.47 กรัม นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงที่ support จะล้ม หรือหลุดจากแท่นพิมพ์ก่อนที่จะพิมพ์เสร็จได้ด้วย

แต่เคยไหมที่บางครั้งอยากจะตัดส่วนที่ต้องการแต่มันติดส่วนอื่นที่อยากให้อยู่ที่เดิมมาด้วย เรามีเทคนิคง่าย ๆ มาบอกด้วย โดยใช้เม้าส์ปุ่มขวาคลิกส่วนที่ไม่ต้องการให้ตัด มันก็จะไม่ถูกตัดเท่านั้นเอง จากรูปด้านล่าง เราต้องการตัดหอคอยตรงกลางออก แต่มันจะติดหอคอยส่วนอื่นมาด้วย แค่คลิกขวาตรงส่วนที่ไม่ต้องการให้ตัด มันก็จะย้ายไปอยู่ด้านล่างโดยเปลี่ยนเป็นสีชมพู แล้วจะใส่เดือยเอาไว้ต่อเพิ่มก็ได้ แล้วก็กดปุ่ม Perform Cut ก็เรียบร้อย

[ezcol_1half]

[/ezcol_1half] [ezcol_1half_end]

[/ezcol_1half_end]

[ezcol_1half]

[/ezcol_1half] [ezcol_1half_end]

[/ezcol_1half_end]


เมื่อตัดแล้วก็ต้องต่อ

หลังจากพิมพ์เสร็จแล้วเราก็ต้องนำสองส่วนนั้นมาต่อกัน ถ้าเราตัดแบบเรียบ ๆ ก็อาจจะทำการต่อให้ตรงมีความลำบาก และไม่แข็งแรง ดังนั้นในโปรแกรมจะมีตัวช่วยให้เลือกว่าจะใช้ตัวช่วยลักษณะแบบไหนในการต่อ ซึ่งจะมีให้เลือกหลายแบบดังนี้

  1. การตัดตรง (Planar)

เป็นการตัดเป็นแนวตรง รอยตัดจะเป็นแผ่นเรียบ ๆ ซึ่งง่ายที่สุด แต่ก็อาจจะเอากลับไปต่อยากหน่อย มักใช้ในกรณีที่พื้นที่หน้าตัดไม่ใหญ่มาก สามารถปรับองศา และตำแหน่งของการตัดได้โดยลากเมาส์ หรือกำหนดตัวเลขในตารางได้เลย

[ezcol_1half]

[/ezcol_1half] [ezcol_1half_end]

[/ezcol_1half_end]

  1. ตัดเป็นหางเหยี่ยว (Dovetail)

รอยตัดจะมีลักษณะเป็นรอยหยัก แบบเดียวกับการเข้าไม้แบบหางเหยี่ยวของช่างไม้จะมีความแข็งแรง รับแรงดึงได้สูงมาก เราสามารถปรับองศา ความลึก ขนาดของหางเหยี่ยวได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งมีระยะเผื่อให้สวมได้ง่าย ซึ่ง 0.1 ก็เพียงพอแล้ว

[ezcol_1half]

[/ezcol_1half] [ezcol_1half_end]

[/ezcol_1half_end]

อย่างที่บอกข้างต้นว่าการตัดตรง ๆ แบบ Planar การต่อกลับไปอาจจะยาก และไม่แข็งแรง จึงมีคำสั่งสร้างข้อต่อ (Add connectors) ซึ่งมีลักษณะเป็นเดือย และเกลียวโดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. เดือยยึดด้านเดียว (Plug) โดยด้านหนึ่งจะติดกับชิ้นงานฝั่งหนึ่ง ชิ้นงานอีกด้านจะเป็นรู สามารถกำหนดขนาด และความยาวของเดือยได้ พร้อมทั้งกำหนดระยะเผื่อให้รูใหญ่กว่าเดือยเล็กน้อย เพื่อให้ใส่ได้พอดี ปรกติ 0.1 มม. ถือว่าพอดีสำหรับงานทั่วไปใส่แล้วจะถอดไม่ค่อยออก แต่ถ้าจะให้ถอดและใส่กลับได้บ่อย ๆ ก็แนะนำให้เผื่อหลวมอีกนิด

  1. เดือยแยกต่างหาก (Dowel) โปรแกรมจะแยกเดือยออกมาพิมพ์เป็นชิ้นต่างหาก โดยทั้งสองชิ้นงานจะมีรูทั้งคู่ แล้วเวลาประกอบก็เสียบเดือยเข้าไปมั้งสองข้างของชิ้นงาน

3. เดือยแบบสแนป (Snap) จะยึดได้แข็งแรง มีแรงสปริงของขาทั้งสองช่วยให้แน่น สามารถปรับขนาด ความเอียง และระยะห่างของขา

4. ทำเกลียว (Thread) เรากำหนดความยาวเกลียว และเส้นผ่าศูนย์กลางของเกลียวได้ แต่จำนวนรอบของเกลียวจะเท่าเดิมเสมอ

เราสามารถใส่เดือยกี่อันก็ได้ แต่จะมีคำสั่ง (Middle of geometry) ที่จะสร้างเดือยตรงกลางของตัวงาน และรูปแบบของเดือย (Style / Shape) จะมีรูปร่างต่าง ๆ ให้เลือกตามนี้

เมื่อเลือกรูปแบบของการใส่เดือยเรียบร้อยแล้ว ให้กด Confirm connectors แล้วจะกลับมาที่หน้าจอแรก จากนั้นกดปุ่ม Perform cut หรือ Reset เพื่อเริ่มต้นทำใหม่ และหากต้องการให้โมเดลเมื่อถูกตัดแล้วยังอยู่ในตำแหน่งเดิม และมีคุณสมบัติเป็น part คือยังถือเป็นงานชิ้นเดียวกันก็สามารถติ๊กเลือก Cut to part ได้

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้การทำงานของเพื่อน ๆ ง่ายขึ้นนะครับ