ปี 2026 กระแสเครื่องพิมพ์ 3มิติแบบ Tool Changers มาแรงมาก มีคนเคยบอกกันว่าต่อไปอาจเป็นมาตรฐานเครื่อง 3D Printer ต่อไป ประกอบกับ Flashforge ที่เคยเป็นแชมป์เก่า 3D Printer เมื่อสิบปีก่อน (ถ้าคนเคยใช้ 3D Printer มานานจะรู้จักกัน) อยากกลับหวนเข้าชิงตลาดนี้ด้วย โดย FF คาดหวังกับ Creator 5 / 5Pro นี้มาก เพราะเน้นว่ามีถึง 4Tools ในราคาถูก พิมพ์งานดี อย่างไงคนก็ซื้อ เรามาดูรีวิวนี้กันว่า เครื่อง Flashforge Creator 5 / 5Pro เหมาะกับคุณไหม?
เกริ่นนำให้รูปจัก Flashforge ก่อน Flashforge ก่อตั้งมานานประมาณ 15ปีแล้ว โดยธุรกิจแบ่งเป็น 2ส่วน คือทำเครื่อง 3D Printer ในแบรนด์ตัวเอง และ รับจ้างผลิต OEM ให้แบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง MakerBot, Dremel, Monoprice. จุดที่ดีสุดทำยอดขายเป็น No.1 ใน USA (Platform Amozon)
เกริ่นนำให้รู้จัก Tool Changers ก่อนมันคืออะไร (หากใครอยากรู้ลึก >>เราแยกบทความไว้แล้วที่นี่ Tool Changer ดีอย่างไง?<< )
- Unbox และ ลักษณะภายนอก
- ความแตกต่างระหว่าง Creator 5 และ 5Pro
- Software และ การสั่งงาน
- ความแตกต่างระหว่าง Creator 5 และ 5Pro
- ลองทดสอบพิมพ์
- การใช้งานผ่าน App
- ข้อดี
- ข้อด้อย
- สรุป เหมาะกับใคร
- เพิ่มเติม
Unbox และ ลักษณะภายนอก
ก่อนอื่นถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอก กล่องทั้งสองเหมือนกันเลย (แสดงกว่าส่วนที่เป็นหลังคา ต้องมาประกอบทีหลัง) การบุกันกระแทกทำมาได้ดี โดยเป็นการใช้โฟมกันกระแทกตัดเข้ารูปกับตัวเครื่อง) หัวฉีดทั้ง 4อยู่ในกล่องกระดาษบุมาอย่างดี ไม่มีข้อติเรื่องการแพคสินค้ามา โดย 3D Printer ที่ให้มาเป็นแบบกึ่งประกอบมาแล้ว Pre-Assembly (ประกอบเสร็จมาแล้ว 90% มาไขน็อตเองอีก 10%) ผู้หญิง ผู้ชายหรือน้องๆนักเรียนก็ทำได้
เมื่อแกะกล่องก็จะเห็นคู่มือ เครื่องมือในการประกอบจำพวก ประแจหกเหลี่ยม น๊อตไซต์ต่างๆ เส้นตัวอย่างให้มาเทสอย่างน้อย(แต่ก็ดีกว่าไม่มี) โดยไม่จำเป็นว่าที่บ้านที่ต้องมีเครื่องมือ (ซื้อมาประกอบได้เลย เครื่องมือทุกอย่างอยู่ในกล่อง) น้ำหนักผู้ชายคนเดียวยกได้ ผู้หญิงต้องช่วยกันยกนะครับ (ประมาณ 20Kg) ขั้นตอนในการประกอบจะใช้เวลาประมาณ 10-25นาที แล้วแต่ความถนัด 🙂
- ประกอบหน้าจอ
- ประกอบหัวฉีด
- ประกอบหลังคา (เฉพาะรุ่น Creator 5Pro เป็นพลาสติก PolyCarbonate ใช้วิธี Snap fit ไม่ใช้น๊อต
- ประกอบหัวฉีด, สาย Cable และ ที่ปาดเส้น
- ถอดน็อตที่ยึดฐานพิมพ์ทั้ง 3ตัว (มีแจ้งเตือนอีกครั้งตอนทำ Auto Calibrate)
- ใส่ที่แขวน Filament
ข่าวดีที่ตอนนี้ มีระบบ Self Calibrate แบบเต็มขั้นเมื่อประกอบเครื่องเสร็จ เราสามารถระบบ Self Automate ได้เลย ทำมาได้ดี-ดีมาก โดยใช้เวลาประมาณ 30นาที
- เสียปลั๊ก เปิดเครื่องระบบจะทำการ Test / self check / Calibrate อัตโนมัติ
- เตือนอีกครั้งให้ถอด น๊อต 3ตัวที่ยึดฐานได้ สำคัญ!!! ไม่งั้นเครื่องเสียได้ — ให้เราถอดให้เรียบร้อย
- ทำของมันเองอัตโนมัติ เช่น ทำความร้อน ทำให้เครื่องสั่นหลายระดับเพื่อชดเชยการสั่นและเสียง ลองฉีดเส้นพลาสติก เป็นต้น
- ขั้นตอนท้ายๆจะเป็นการ Offset หัวฉีดทั้ง 4 (อย่าลืมว่ามี 4หัว ซึ่งแต่ละหัวอาจจะมีระยะคลาดเคลื่อนกันเป็นหน่วยไมครอน) ขั้นตอนนี้ให้เราถอดฐานพิมพ์ออก ตรงส่วนฐานพิมพ์จะมีลักษณะคล้ายอ่างโลหะ (อันนี้แปลกดีเพิ่งเคยเห็น) หัวจะเคลื่อนที่ชนก้นและขอบของอ่างนี้ เพื่อหาค่า Offset
โดยภาพรวมแล้วทั้งสองรุ่น Creator 5 และ 5Pro เหมือนกันทุกส่วนแชร์ กล่อง Package เดียวกัน, โครงสร้างแชร์เหมือนกัน, หน้าจอ และ ส่วนประกอบต่างๆเป็น SKU เดียวกัน ซึ่งจุดนี้เป็นข้อดี เพราะจะหาอะไหล่เปลี่ยนง่าย เครื่องจะมีช่องไฟ Power Cord ต่อเข้า, สวิชฟ์เปิดเครื่อง, ช่องเสียบ USB type A ไว้ใส่ USB Drive ถ่ายข้อมูลไฟล์พิมพ์, และ มีช่อง 4Pin ปริศนา ผมเองเข้าใจว่าในอนาคตน่าจะสามารถต่อพ่วงระบบจัดการเส้นให้พิมพ์ได้ หลายสีมากขึ้น
Connection สามารถเชื่อมต่อ USB Drive ได้ตามที่กล่าวมาแล้ว จะมี Wireless Connection เป็น Wifi สามารถส่งไฟล์พิมพ์ ดูกล้อง Video Live และ Real time ได้ (ตอนนี้เป็นปกติของ 3D Printer ไปแล้ว)





ความแตกต่างระหว่าง Creator 5 และ 5Pro
คราวนี้เรามาดูเรื่องความแตกต่างของเครื่อง Creator 5 และ Creator 5Pro กันบ้างครับ ส่วนที่แตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ หลังคา และ หน้าต่างครับ โดยวัสดุที่ใช้ทำหน้าต่างหลังคาคือ PolyCarbonate คือใส่มาก แต่ไม่แตกดูเหมือนกระจก ส่วนตัวชอบมากกว่ากระจก แม้อาจจะไม่หรูเท่ากระจก ข้อดีคือกันหุ่น กันเสียง เพิ่มความเรียบร้อยในการเก็บรักษา (ใครมีงบก็แนะนำครับเพราะแพงกว่ากันนิดหน่อย) ส่วนต่อมาคือ Heat Chamber ในห้องพิมพ์สามารถรักษาอุณหภูมิ ทำความร้อนได้ สำหรับการพิมพ์วัสดุทางวิศวะต่างๆ เช่น ABS, ASA, Carbon Fiber และอื่นๆ ส่วน Creator 5 เครื่องไม่มีอะไรปิดดูโล่ง พิมพ์ PLA และ PETG และเส้นทั่วๆไป
- รุ่น Pro มีหน้าตา และหลังคา กันฝุ่น กลิ่น เสียง และดูสวยงามกกว่า
- รุ่น Pro มี Heat Chamber เหมือนเตาอบ รักษาความร้อน ทำความร้อนในห้องพิมพ์ได้ ทำให้พิมพ์วัสดุ Engineer ต่างๆได้มากกว่า เช่น ABS, PC, Nylon และอื่นๆ
- Pro แพงกว่าประมาณ 5000บ. ถ้าเรื่องงบไม่ใช้ปัญหาแนะ นำโปรครับ ภาษีดีกว่า
- หากงบเป็นอุปสรรค Creator 5 โล่งๆก็ดูน่าใช้



Software และ การสั่งงาน
ส่วน Slicer ของ Flashforge Creator 5 นั้นเป็น Orca Slicer เหมือน Bambu โดยคุณภาพ-ฟังก์ชั้น-UX-UI เกือบจะเหมือนกันเลยครับ แต่ผมว่ายังมีส่วน อ๋อง และ Bug อยู่ในระดับหนึ่งเลย เช่น บางครั้งดูกล้องได้, บางครั้งก็ดูไม่ได้, หลุดบ้าง ไม่หลุดบ้าง มองว่าจุดนี้การ Update Software ในอนาคตอาจจะแก้ส่วนนี้ได้ (ขณะที่วิธีนี้การใช้งานได้ แต่ก็อ๋องๆบ้างครั้ง)
ส่วนของ App ในมือถือ ทำออกมาได้ดูสวย เรียบ (เรียบไปไหม) ยังอ๋องเหมือนกัน ต้องรอพัฒนาต่อไป เหมือนกันบ้างครั้งดูกล้องออนไลน์ได้ บางครั้งก็ไม่ได้ – Timelapse บางครั้งก็ได้ บางครั้งต้องเอา USB ไปเสียบที่เครื่องเพื่อ Copy ไฟล์
เรื่อง Community ก็อาจจะเป็นอีกจุดที่น่าคิด ตลาดตอนนี้คงไม่มีสามารถเทียบได้ใกล้เคียงกับ Makerworld ของ Bambu Lab ตอนนี้ Flashforge ก็พยายามกลับมาสร้าง Community ของตนเอง
แต่ที่น่าชมในหมวดของ Software และ Community นี่คือเรื่องของ Wiki เวบไซต์แก้ปัญหาเบื้องต้นเครื่องทำได้ออกมาได้ดีเกินคาดไปมาก



ลองทดสอบพิมพ์
การทดลองพิมพ์ ในที่นี้ผมจะไม่ลองพิมพ์แบบสีเดียวนะครับ เพราะทำได้ปกติอยู่แล้วเครื่องไหนก็ทำได้ เลยข้ามทดสอบแบบสีเดียวไปเลยครับ ผมลองทดลองจากง่ายๆสุดเลยคือ แผ่นบางๆ โลโก้ของ 3DD, โมเดล 4สีของ Spiderman โดยให้มีขนาดแตกต่างกันอีก แต่โมเดลนี้ไม่มี Support เลย และ สุดท้ายคือโดราเอม่อน 4สี ไล่ขนาดและมี Support ยากสุดๆ ผลการทดสอบออกมาตามข้อมูลด้านล่าง
แผ่นโลโก้ 3DD
ใช้เวลาพิมพ์ 2ชม. จำนวน 15แผ่น แผ่นบาง 2.5mm ใช้ 3สี แถบไม่มีเศษพลาสติก คือน้อยมากไม่ได้มาชั่ง (หากเทียบกับระบบ AMS ของ Bambu จะพิมพ์อยู่ที่ 3.5ชม.) ทำผลงานออกมาได้สวย สังเกตุว่าเวลาจะเปลี่ยนหัวฉีด(เปลี่ยนสี) เครื่องจะ Pre-Heat หัวที่กำลังจะไปใช้ล่วงหน้า ลดเวลาได้ระดับหนึ่งเลย แต่โมเดลนี้ไม่ได้เห็นความแตกต่างมาก

โมเดล Spider Man 4สี 3ขนาด โดยขนาดใหญ่สุดสูงเต็มเครื่องคือ 256mm (โมเดลไม่มี Support)
ใช้เวลาในการพิมพ์ 20ชม. โดยใช้เต็มศักยภาพเครื่อง เอาให้สุด รวมแล้วโมเดลนี้ทั้ง 3ตัว 1Kg (หากเทียบกับ ระบบ AMS ของ Bambu ตัวนี้จะพิมพ์อยู่ 3วันกว่า) เร็วกว่า Bambu P2S ถึง 300%!!! งานพิมพ์ออกมาดีเก็บรายละเอียดได้ดี แทบไม่มีสีเลอะกัน ไม่มีจุดเสีย


โมเดล Doraemon 4สี 3ขนาด 6ตัว โดยโมเดลนี้มี Support ด้วย
ตัวนี้จัดว่าสุด เพราะมีหลายขนาดมีการเปลี่ยนหัวหลายพันครั้ง และ มี Support อยู่ทุกตัว ใช้เวลาในการพิมพ์ 34ชม. (เทียบกับ P2S จะอยู่ที่เกือบ 4วัน) งานไม่มีปัญหา



การใช้งานผ่าน App
สามารถลง App ในมือถือ เพื่อดูสถานะการพิมพ์ สามารถหยุดเครื่องได้ และ ดู Live ผ่านกล้องของเครื่องได้ แต่ส่วนตัวคิดว่า ต้องมีการพัฒนาให้เสถียรต่อไป

ข้อดี
สรุปได้เป็นข้อๆดังนี้ เน้นชื่นชมด้าน Hardware และ ราคาเกินคุ้ม
- Hardware ดีเลย และหากเทียบกับราคาคือดีมากๆ Tool Changer 4หัวราคาดีงดงาม
- Tool Changer พิมพ์หลายสีได้เร็วมาก 300% กรณีหลายสี และ แทบไม่ทิ้งเส้นพลาสติกเหมือนระบบ AMS
- ราคาดีจัด เทียบกับ Snapmaker U1 ที่เป็น 4Tool ก็ถูกกว่า หรือ Bambu Lab H2C ก็ถูกกว่า 3เท่า
- ทดสอบการพิมพ์แล้วเสถียร ไม่งอแง เวลาพิมพ์
- รองรับทาง กล้อง, App และ 5Pro เป็นตู้ปิดเลย กันฝุ่น, กลิ่น และ เสียง
ข้อด้อย
สรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้ เน้นหนักไปทาง Software อ๋อง? และ Community มาช้าไปไหม? << แก้ได้ด้วยรีบแก้ Bug แล้วรีบ Update นะจ๊ะ
- ไม่มีข้อติเรื่อง Slicer เพราะทุกเจ้าใช้พื้นฐาน Orca Slicer เหมือนกัน แต่ยังอ๋องเรื่อง Conection, การดูกล้อง และการส่งข้อมูล บางครั้งต้องเสียบ USB แทน
- App ดูเรียบๆก็ดีนะ แต่ค่อยไม่มี Community, ไม่ค่อยมีฟังก์ชั่น อ๋องเรื่องกล้องเหมือนกัน
- อันนี้แปลก แผ่นรองพิมพ์ เคลือบอะไรมาไม่รู้ติดแนนเกิน (แนบ ชิ้นงานติดฐานเป็นเรื่องดี แต่ส่วนตัวมองว่า เคลือบสารมากไปหน่อย) งานที่พิมพ์แรกจะแทบจะแกะไม่ออกเลย
มองว่าข้อด้อย เป็นจุดที่แก้ไขได้ด้วยการ Update Firmware ครับ
สรุป เหมาะกับใคร?
Flashforge Creator 5 / 5Pro เป็นเครื่องที่มี Hardware ดีมากๆ มาพร้อม Wiki ที่ไว้ดูวิธีการใช้งาน แก้ปัญหาเบื้องต้น Flashforge ทำได้ดีเรื่องราคา คือเกินคุ้ม งานพิมพ์ทำได้ดีไม่งอแง แม้จะทดสอบแบบโหดที่สุด ก็ผ่านไม่มีเสีย แต่อาจจะด้อยที่ Softwear และ App การ Connect กับเครื่องยังอ๋องๆอยู่ ดูกล้องได้บ้างไม่ได้บาง หลุดบ่อย แต่คิดว่าเค้าน่าจะ Update Firmware มาแก้ครับ
- ใครตั้งใจจะพิมพ์หลายสี แนะนำครับ
- ใครเคยใช้ Flashforge เชียร์ให้ซื้อ เพราะส่วนตัวใช้มา 10รุ่นแล้ว ตัวนี้ดีมาก ถึงดีที่สุด
- ใครไม่เคยใช้ Tool Changer แนะนำให้ซื้อ
- ใครเป็นมือใหม่อันนี้ อย่างไงก็เชียร์ไป Bambu ครับ Community เยอะ สอบถามใครก็ได้
เพิ่มเติม
แล้วจะเอาอะไรดีระหว่าง Creator 5 และ Creator 5Pro
- ดูงบถ้าติดเรื่องงบจริงๆ ไป Creator 5 จริงเครื่องโล่งก็สวยอีกแบบ แต่ถ้าไม่ใช้อาจจะหาผ้าคลุมเอาครับ
- ถ้าจะพิมพ์วัสุดหลากหลาย เลือก Creator 5Pro เพราะมีห้องทำความร้อน
- ถ้าไว้ในบ้าน Office มีลูก แนะนำเป็น Creator 5Pro โครงปิด จะลดกลิ่น ลดเสียง และ กันฝุ่นครับ
ส่วนตัวอาจจะมี Bias กับ Flashforge เพราะเป็นตัวแรกที่เคยใช้เมื่อ 12ปีที่แล้ว เห็นการเปลี่ยนแปลงมาเยอะ และเคยใช้ Brand อื่นในตลาดมาเกือบครบ พยายามสะท้อนความจริงมากที่สุด ถ้าชอบก็สนับสนุนเรา ซื้อของเราครับ www.print3dd.com
Showing all 2 results
-
HotWifiCamTool ChangerFlashforge Creator 5 / 5 Pro | Multi Head 3D Printer พิมพ์หลายสี Tool Changer 256x256x256 มม.
Price range: 25,900.00 ฿ through 30,900.00 ฿ Select options This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page -

Dry X กล่องเก็บเส้น Filament กันชื้น กันฝุ่น วางซ้อนได้ ใส่ได้กับ Bambu A1 และเครื่อง 3D Printer ทั่วไป (ไม่รวม Silica gel)
399.00 ฿ Add to cart
