PrintDry กล่องป้องกันความชื้นสำหรับเส้นพลาสติกพิมพ์ 3D

PrintDry กล่องป้องกันความชื้นสำหรับเส้นพลาสติกพิมพ์ 3D

PrintDry เป็นกล่องที่มีไว้เก็บเส้นลาสติกที่ใช้ในการพิมพ์งาน 3D เพื่อป้องกันความชื้นภายในเส้นพลาสติกที่เกิดมาจากความชื้นในอากาศเข้าไปสะสมภายในเส้นใย จะทำให้การพิมพ์ชิ้นงานเกิดการเสียหายได้ คนที่เคยใช้เครื่องพิมพ์ 3D อยู่แล้วจะรู้ว่าเมื่อเส้นพลาสติกนั้นมีความชื้นมาก  จะทำให้การพิมพ์ชิ้นงานออกมาคุณภาพของผิวชิ้นงานจะไม่สวยงาม เกิดฟองอากาศ และเกิดอาการย้วยของชั้นผิวชิ้นงานได้

 

8

 

ดังนั้นการทางบริษัท PrintDry ที่แคนาดา ได้มีแนวคิดในการเก็บรักษาให้เส้นพลาสติกที่เราใช้นั้นให้ปราศจากความชื้น สามารถใช้ได้กับ PLA  ABS และเส้นพลาสติกชนอดอื่นๆ ซึ่งได้ทำการระดมทุนผ่านทาง Kickstarter   โดยแนวคิดการสร้าง PrintDry นี้จะประกอบไปด้วยกล่องใส่เส้นพลาสติก และเครื่องเป่าเส้นพาสติก หลักการของเรื่องเป่าจะใช้ความร้อนเข้ามาช่วย พร้อมทั้งช่วยระบายความชื้นออกจากเส้นพลาสติกไปพร้อมกัน ส่วนการใช้เครื่องเป่านั้นให้นำเส้นพลาสติกใส่เข้าไปที่ตัวเครื่องได้เลย ถ้าต้องการจะเป่าหลายม้วนให้ว่างซ้อนกันได้ตามปกติภายฝนเครื่องเป่าได้เลย ซึ่งจะทำให้สะดวกและประหยัดเวลาในการใช้งานกับเส้นพลาสติกหลายๆ ม้วน

2

3

กล่องใส่เส้นพาสติก PrintDry นั้นจะมีลักษณะคล้ายๆ กับ Tupperware ที่เราจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว นำมาใส่อาหารหรือเก็บสิ่งของเล็กๆ แต่สิ่งทที่กล่องของ PrintDry นั้นแตกต่างออกไปคือได้รับการออกแบบมาให้พอดีกับหลอดใส่เส้นพลาสติก ซึ่งมีความหนาของผนังกล่อง ประมาณ 15 เท่าของความหนาถุงซิปล็อค ผนังกล่อมีสีที่ใสสามารถมองเห็นเส้นพลาสติกด้านในได้ง่าย นอกจากนี้ยังผนึกแบบสุญญากาศด้วยขอบยางซิลิโคน และมีตัวล็อคระหว่างฝากับตัวกล่องที่แข็งแรงไว้ทั้ง 4 มุมของกล่อง และข้อแนะนำที่ทาง PrintDry บอกมาว่า เราสามารถใส่ถุงป้องกันความชื้นไว้ได้ภายในกล่องพร้อมกับเส้นพลาสติกเลยได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธภาพในการป้องกันความชื่นอีกทาง
4

5

7

1l

จากด้านล่างจะเป็นกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของความชื้นสัมพัทธ์ โดย เส้นสีเทาเป็นความชื้นของเส้นพลาสติกภายในกล่อง และเส้นสีแดงความเป็นความชื้นโดยรอบของกล่อง จะเห็นได้ว่ากล่อง PrintDry ช่วยเพิ่มเวลาในการเก็บรักษาเส้นพลาสติกให้ใช้งานได้นานขึ้นเพราะเส้นพลาสติกมีความชื้นที่น้อย

6

 

ที่มา : www.kickstarter.com/projects/

3D Print Turbo Jet Engine

GE Turbo Jet 3D Printing 04

โมเดลนี้ได้มาจาก GE ส่วนประกอบต่างๆสามารถเคลื่อนที่ได้ แสดงให้เห็นส่วนประกอบของเครื่องยนต์ เป็นตัวอย่างให้เห็นการทำงานของเครื่องยนต์ อาจจะใช้ประกอบการศึกษาในโรงเรียน หรือ ใช้ในการออกแบบการทำงานจริงๆ น่าสนใจนะครับ ดูจากยอดการ Download โมเดลได้ Popular มากทีเดียว

3D Printer Model : Flashforge 3D Printer
Photo Credit : FlashForge SG Distributor Facebook Page
Model Link : http://www.thingiverse.com/thing:392115 

GE Turbo Jet 3D Printing 03

GE Turbo Jet 3D Printing 01

GE Turbo Jet 3D Printing 02

3D Print แบริ่งรอบทิศ

Bearing 3D printing 02หลายคนอาจจะสงสัยว่าเครื่อง 3D Printer สามารถพิมพ์งานแบบกลไกได้หรือไม่ โมเดลแบริ่งรอบทิศนี้เป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งครับ เครื่องจากเกิดจากการพิมพ์ครั้งเดียว สามารถสร้างชิ้นงาน โครงสร้างที่ไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องมือทั่วไป หรือสร้างโครงสร้าง/กลไกที่มีความซับซ่อนได้

ทุกคนสามารถพิมพ์ได้เองง่ายๆ จาก Link ข้างล่างนี้
3D Printer Model : Flashforge
Photo Credit : FlashForge SG Distributor Facebook Page
Model Link : http://www.thingiverse.com/thing:51806

Bearing 3D printing 01

Bearing 3D printing 03

3D Print นาฬิกาทอง (สองหัวฉีด)

Golden Watch 3D Printing 02

โมเดลนี้เป็นตัวอย่างที่นี่สำหรับนักออกแบบ เป็นการพิมพ์นาฬิกาที่สามารถสวมใส่ได้ สายนาฬิกาเป็นข้อๆมาประกอบกันภายหลัง โดยตัวอย่างนี้เป็นการพิมพ์แบบสองหัวฉีด หรือ Dual Extruders ของเครื่อง Flashforge

ทุกคนสามารถพิมพ์ได้เองง่ายๆ จาก Link ข้างล่างนี้
3D Printer Model : Flashforge Creator Pro
Photo Credit : FlashForge SG Distributor Facebook Page
Model Link : http://www.thingiverse.com/thing:260944

Golden Watch 3D Printing 04

Golden Watch 3D Printing 01

Golden Watch 3D Printing 03

ธุรกิจใหม่ เครื่องประดับจาก 3D Printing

Kabuku-3d-printed-jewelry-1

ที่ย่านธุรกิจชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการเปิดตัวร้านเครื่องประดับแนวใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์สินค้า “โมเมนท์” หรือ “mOment” ในวันที่ 29 กค. 57 ที่ผ่านมา ซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าแฟชั่นที่โดยเด่นในการออกแบบประยุกต์ระหว่าง ศิลปะดั่งเดิมญี่ปุ่น กับ ศิลปะร่วมสมัย โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติเข้ามาช่วย!!!

Collection ทั้งหมดนั้นใช้กระบวนการผลิตงานโดยมือแบบดั่งเดิมญี่ปุ่น และพิมพ์ส่วนประกอบจาก 3D printer สินค้านั้นประกอบด้วย แหวน, สร้อยคอ, ต่างหู ทั้งนี้บริษัทยังได้ร่วมมือกับ Urakami-Senryten โรงงานผลิตและย้อมสีกางเกงยีนชื่อดังของญี่ปุ่นในจังหวัด โอคายาม่า โดยนำวิธีการย้อมสี และวัสดุชนิดพิเศษ มาประกอบการทำเครื่องประดับของตนอีกด้วย ทำให้สินค้าไม่ซ้ำใคร

pierce_A

การย้อมสีเฉพาะตัวนี้ จะทำทีละชิ้น ทำให้สีที่ได้นั้นเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีชิ้นไหนที่เหมือนกัน เหมือนการผลิตถ้วย ฉาม สไตล์ญี่ปุ่น โดยการผลิตนั้นเป็นการสั่งแบบ Made-to-Order โดยสั่งพิมพ์จาก 3D Printer เลยโดยตรง จึงทำให้ลูกค้าสร้างปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าของตนได้ตามความพอใจ

นอกจากนี้บริษัท ยังได้เปิดบริการขายสินค้า Online ในเดือน มิย.ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ศิลปะทั่วไป ออกแบบชิ้นงานและนำมาว่างจำหน่าย Online โดยทางบริษัทจะพิมพ์โดยเครือง 3D Printer และส่งให้ลูกค้า

necklace_B

pierce_B ring_A ring_B tray_C tray_lB tray_mB bracelet_A bracelet_B

button_B necklace_A button_C

กองทัพเรืออเมริกาเตรียมนำเครื่องพิมพ์3มิติไปใช้ที่ทะเล

กองทัพเรืออเมริกาเตรียมนำเครื่องพิมพ์3มิติไปใช้ที่ทะเล

 USS_ESSEX_LHD-2-Navy-3d-printer-1

กองทัพเรืออเมริกากำลังศึกษาว่าจะนำการพิมพ์สามมิติมาใช้เป็นเทคโนโลยีการผลิตทางทะเลได้อย่างไร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. กองทัพเรืออเมริกาได้จัดงาน Maker Faire เพื่อจัดอบรมเพื่อแนะนำให้กะลาสีและผู้ที่เกี่ยวข้องในCDSAได้รู้จักกับการพิมพ์และการผลิตด้วยเทคโนโลยีสามมิติ

ในเบื้องต้นนี้พวกเขาสนใจจะนำเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติมาใช้แก้ปัญหาโลจิสติกส์ทางทะเล  ฟิล คัลลอม รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการทางทะเลกล่าวว่า “หากเราคิดถึงค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการขนส่งทางทะเลที่พบในปัจจุบัน มันยิ่งชัดเจนเลยว่าเราต้องกลับมาคิดใหม่ว่าเราจะดำเนินธุรกิจของเราไปได้อย่างไร”

 navy-3d-printing-2

“เมื่อระบบการผลิตขั้นสูงและการพิมพ์สามมิติเริ่มแพร่หลายมากขึ้น เราก็มองเห็นภาพเครือข่ายการผลิตขั้นสูงที่ดำเนินการโดยเหล่ากะลาสีผู้ซึ่งมีทักษะในการระบุปัญหาและสร้างผลิตภัณฑ์”

navy-3d-printing-1

ในอนาคตกองทัพเรือวางแผนที่จะฝึกกะลาสีให้มีความเชี่ยวชาญ หากมีชิ้นส่วนที่ขาดหายไปและไม่มีสินค้าในคลัง กะลาสีสามารถออกแบบและพิมพ์ชิ้นส่วนที่ต้องการภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ทำให้เกิดการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการส่งชิ้นส่วนไปทั่วโลก

ในช่วงต้นปีนี้ กองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์สามมิติขนาดกะทัดรัดบนเรือรบจู่โจมสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก USS Essex เพื่อทดสอบ พวกเขาประสบความสำเร็จในการฝึกให้กะลาสีใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบและพิมพ์สามมิติ เครื่องพิมพ์สามมิติถูกนำมาใช้ทำชิ้นส่วนทางการแพทย์แบบใช้แล้วทิ้ง เช่น สายยางแบบหนา ฝาน้ำมัน และ เครื่องบินต้นแบบ อย่างไรก็ดี กองทัพเรือยังคงต้องดูก่อนว่าชิ้นส่วนจากเครื่องพิมพ์สามมิติเหล่านี้จะสามารถทนต่อการสั่นของเครื่องและคลื่นทะเลได้หรือไม่

กัปตันจิม โลเปอร์กล่าวว่า “มันเป็นสิ่งแปลกใหม่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนดาดฟ้าเรือ เรานำเครื่องพิมพ์สามมิติขึ้นมาไว้บนเรือเอสเซกส์เพื่อให้เหล่ากะลาสีทำความคุ้นเคยกับมันและเรียนรู้ที่จะใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“อนาคตของโลจิสติกส์อยู่ที่การพิมพ์สามมิติ ปริมาณของของที่เราต้องนำขึ้นเรือสามารถลดลงได้อย่างมากหากเราสามารถพิมพ์ได้เองบนเรือลำนี้ และสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อจำกัด”

นักศึกษา ม.อริโซน่าประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดที่มีชิ้นส่วนพิมพ์จาก 3D Printer

นักศึกษา มหาวิทยาลัย อริโซน่า (University of Arizona) ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดที่มีชิ้นส่วนพิมพ์จาก 3D Printer

โดยส่วนที่พิมพ์ชิ้นส่วนต่างๆของจรวดดังต่อไปนี้ ส่วนข้อต่อของวงจรไฟฟ้า กล่องใส่แผงวงจร หางเสือของจรวดเผื่อใช้ในการควบคุมทิศทาง ส่วนลำตัวของจรวด (ตามในภาพ แล้วหุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์อีกที)

3d-printed-rocket-launch-4

โดยในตอนแรกทีมผู้สร้างวิตกกังวลกันมากเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการผลิตชิ้นส่วนสามมิติเพราะพวกเขามีงบจำกัด พวกเขาจึงถูกแนะนำให้รู้จักกับบริษัทพิมพ์ 3 มิติ Solid Concepts ผู้ซึ่งบอกพวกเขาว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการพิมพ์ชิ้นส่วนงานสามมิติต่ำกว่าที่พวกเขาคาดคิด นอกจากนี้ชิ้นส่วนสามมิติที่พวกเขาออกแบบจะช่วยประหยัดเวลาในการผลิตเป็นอย่างมาก

3d-printed-rocket-launch-2

ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ คุณสามารถผลิตชิ้นส่วนหลายชิ้นได้ในคราวเดียว แมธธิว ดูซาร์ด กล่าวว่าการผลิตส่วนหางด้วยระบบ Fused Deposition Modeling (FDM) จะต้องผลิตชิ้นส่วนแยกกัน 7 ชิ้น และใช้เวลาประกอบอีก 3 วัน ด้วยความที่แบบของพวกเขามีช่องโพรงภายในและส่วนหางที่บางเฉียบทำให้การพิมพ์สามมิติเป็นหนทางเดียวที่จะสร้างชิ้นส่วนต่างๆขึ้นมาในคราวเดียว เราห่อชิ้นส่วนสามมิติที่พิมพ์ขึ้นมาด้วยคาร์บอนไฟเบอร์อีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน จากนั้นเลื่อนชิ้นส่วนนี้ไปที่ท้ายจรวด เท่านี้จรวดก็พร้อมใช้งานแทบจะทันที

3d-printed-rocket-launch-5

ส่วนหางที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติได้ช่วยประหยัดเวลาสร้างไปทั้งหมด 2 วันเต็มๆ ยิ่งไปกว่านั้น แบบที่พวกเขาพิมพ์ขึ้นจากเครื่องพิมพ์สามมิตินี้ยังช่วยลดแรงกระชากและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับวิธีผลิตแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังช่วยให้ผลิตส่วนหางได้บางขึ้น ความโค้งที่เนี้ยบก็ทำให้จรวดทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งไม่สามารถเป็นไปได้เลยด้วยวิธีการผลิตแบบอื่น

 

รีวิว FullScale Max 3D Printer

**ขณะเครื่องพิมพ์ FullScale มีหลายขนาด เช่น 30*25*30 ถึง 40*30*52cm ซึ่งแตกต่างกันเพียงขนาด จึงขออนุญาติ ใช้ Review เดียวกันครับ**

คราวนี้มาถึงคราวของเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่กันดูบ้างนะครับ FullScale Max ขนาดที่พิมพ์ได้อยู่ที่ 250*250*300mm (กว้าง*ยาว*สูง)

เครื่องพิมพ์ FullScale Max300 จัดอยู่ในเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่คือ ประมาณ 1 ฟุต เป็นระบบ FDM หรือ Fused Deposition Modeling เช่นเดี่ยวกับเครื่อง Size เล็กทั่วๆไป ของ MakerBot, Cube, Ultimaker หรือ RepRap

โดยทั่วไปแล้วเครื่องพิมพ์สามมิติมีข้อจำกัดอย่างมากในการสร้างเครื่องให้ใหญ่ เนื่องจากหากสร้างเครื่องให้มีขนาดใหญ่แล้วผลงานที่พิมพ์ออกมานั้นจะไม่ละเอียด, ได้ Resolution ต่ำเนื่องจาก(สังเกตุได้จาก 3D printer ขนาดใหญ่ที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด) หากสายพานต้องเคลื่อนที่ในระยะที่ไกลขึ้นจะมีปัญหาการคลาดเคลื่อนที่มากขึ้น(สายพานมีความยีดหยุ่นในตัว) แต่เครื่อง FullScale Max300 ออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อแก้ปัญหานี้โดยใช้สองหลักการ9407522

7142392_orig

  • ย้ายมอเตอร์ขับเส้นพลาสติกทั้งสองไปที่ด้านหลังของตัวเครื่อง หัวฉีดของ FullScale Max300 ไม่มีมอเตอร์ขับเส้นพลาสติก จึงเบา และวิ่งได้เสถียรกว่ากรณีที่มีมอเตอร์ขับเส้นพลาสติกที่หัวฉีด
  • แกนระนาบ XY ใช้แกนเหล็กทั้งหมด 6 แกน(X 3 แกน, Y 3 แกน) แทนที่จะเป็นอย่างละสองแกนแบบเครื่องพิมพ์ทั้งไปที่หาได้ตาท้องตลาด

ตัวเครื่อง FullScale Max300 มีขนาดค่อนข้างมากคือมากกว่า 40 Kg(อาจต้องใช้สองคนยก) ทำจากเหล็กสีดำด้านหนาพิเศษ เครื่องจึงแทบจะไม่สั่งไหวเลยขณะพิมพ์
Mankati FullScale XT

ส่วนประกอบ

1. Frame โครงสร้างจากเหล็กสีดำหนา 100% โครงสร้างแข็งแรงมาก
2. Cover อะคริลิกใส สามด้านของตัวเครื่อง ด้านหน้า และด้านข้างทั้ง
3. Moving Axis เครื่องนี้เคลื่อนที่ของหัวฉีดในแนวระนาบ XY โดยมีแกนเหล็ก 8 แท่ง(แกนX Y อย่างละ 3, Z แกน 2 แท่ง) การที่หัวฉีดวิ่งอยู่ในระนาบ XY และฐานเคลื่อนที่ลงในแกน Z นั้นทำให้พิมพ์ได้แม่นยำกว่าเครื่องพิมพ์ ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ในทุกแกน หรือ เครื่องที่ฐานพิมพ์เคลื่อนที่ 2 แกน
มอเตอร์จะมีทั้งหมด 3 ตัวในการขับเคลื่อนหมุนแต่ละแกน
4. Headed Bed หรือฐานรองพิมพ์ เป็นกระจกหนาสีแดง (ลักษณะเดียวกับกระจกที่ใช้ทำเตาไฟฟ้า) ใต้ฐานรองพิมพ์มีน็อตเพื่อปรับระดับฐานพิมพ์

Mankati FullScale XT Heated Bed

5. Dual Extruders หัวพิมพ์ Mankati FullScale XT มีหัวฉีดสองหัว ประกอบด้วยด้วยส่วนประกอบหลายส่วนดังนี้

  • หัวฉีดทองเหลือง 0.4mm 2 หัว
  • Heater ทำความร้อน พร้อม Thermocouple วัดอุณหภูมิ 2 ชุด
  • Cooling Fan 2 ตัว หรือ พัดลมเป่าชิ้นงานโดยตรง สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้

6. Feeding Motor หรือมอเตอร์ส่งเส้นพลาสติก ออกแบบมาให้อยู่ในตำแหน่งด้านหลังของเครื่องมีทั้งหมดสองตัว โดยเส้นพลาสติกที่ใช้นั้นเป็น Filament ขนาด 3.0mm
7. LCD and Controller จอ LCD สีเขียวแสดงสถานะและเมนูของเครื่อง ปุ่มบังคับใช้งานโดยการหมุน และกดลง (หลักการเดียวกับ iPod)
8. LED ส่องสว่าง
9. Power Switch อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง
10. SD Card Slot อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง
11. MainBorad Power Supply อยู่ด้านล่างของตัวเครื่อง

หลักการทำงาน การใช้งาน

หลักการทำงานของเครื่องFullScale Max300 นั้นเหมือนกับ Creator Pro, Dreamer ต่างกันเพียงว่าเครื่อง FullScale XT นั้นจะ Feed เส้นพลาสติกมาจากด้านหลังของตัวเครื่อง

เครื่องทำงานสัมผัสกันทั้ง 3 แกนคือ ระนาบ XY ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ และ ในแนวแกนตั้ง Z ทำงานเคลื่อนที่ Heated bed ให้เคลื่อนที่ลง ชิ้นงานจะวางอยู่บน Heated bed จะถูกพิมพ์จากล่างสุดจนถึงส่วนยอดสุด การฉีดเส้นพลาสติกนั้นจะวาดที่ละชั้น จนเสร็จหนึ่งชั้น จึ่งจะเริ่มทำให้ชั้นต่อไป จนครบ Layer ทั้งหมด จำนวนเลเยอร์นั้นสัมพันธ์ กับการตั้งค่าความสูงของ layer หากเลือก 0.1mm จะได้ชิ้นงานที่มีความสวยกว่า 0.2mm แต่ใช้เวลานานกว่านั้นเอง ตัวอย่าง เช่นหากชิ้นงานมีกว่าสูง 100mm(10cm) และพิมพ์ด้วย Layer Height 0.2mm ก็จะมีจำนวนเลเยอร์ทั้งหมด 500 ชั้น เป็นต้น

การจะพิมพ์ชิ้นงานนั้นเราต้องมี Model 3D มาก่อนซึ่งไฟล์มาตราฐานที่เครื่อง 3D Printer ทุกเครื่องใช้คือ .STL หรือ .OBJ ซึ่งสามารถ Export จากโปรแกรมสร้าง 3D แทบทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Rhino, SolidWork, 3D Max, SketchUp(+Plugin), AutoCAD, Maya เป็นต้น การจะได้ไฟล์มานั้นอาจจะมาได้จากหลายวิธี เช่น เราสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง, หรือโหลดเอาได้จาก website เช่น www.thingiverse.com , หรืออาจจะได้มาจากการแสกนผ่านเครื่อง 3D Scanner เช่น Sense เป็นต้น

เมื่อได้ไฟล์มาแล้ว สามารถเปิดไฟล์นี้ผ่านโปรแกรม MankatiUM (CURA นั้นเอง) เราสามารถกำหนดคุณภาพการพิมพ์ชิ้นงาน และสั่งพิมพ์เป็นอันจบ โปรแกรม MankatiUM นั้นใช้งานเหมือน Program CURA เลยเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย, เร็ว, และกำหนดค่าต่างๆได้ดีที่สุดในขณะนี้ (แนะนำให้พิมพ์จาก SD Card มากกว่าครับเนื่องจากหากพิมพ์ผ่านเครื่องคอม อาจจะมีปัญหาได้เนื่องจาก เครื่องนี้รับสัญญาณแบบ Real Time หากเครื่องคอมแฮงค์ หรือ Sleep ขึ้นมาเป็นอันจบครับ เนื่องจาก Mankati FullScale XT ไม่มี Memory BuildIn ชิ้นงานที่พิมพ์จะหยุดและเสียเลย)

ปล.เราไม่ได้แถมโปรแกรมสร้างไฟล์ 3D Model มาให้นะครับ(เป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ทางลูกค้าต้องหามาใช้เองครับ มีโปรแกรมหลายตัวให้โหลดใช้ฟรี ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของลูกค้า) เราให้แต่ Program ที่ใช้สำหรับพิมพ์ชิ้นงาน 3D Model

โปรแกรม

MankatiUM (Based on CURA)

โปรแกรมที่พัฒนาต่อมาจาก CURA ของ Ultimaker ซึ่งจัดเป็นโปรแกรมพิมพ์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากทำงานได้เร็ว มีลูกเล่นหลากหลาย ปรับแต่ง Function การพิมพ์ได้มาก (มากกว่า MakerBot และ FlashPrint) ตัวอย่างบางส่วนจาก Function ที่น่าสนใจเช่น

  • สามารถกำหนดเวลาหรือตำแหน่งล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องหยุดเพื่อเปลี่ยนเส้น, เปลี่ยนความเร็วในการพิมพ์ หรือเปลี่ยนอุณภูมิได้ เช่น กำหนดว่าเมื่อพิมพ์ไปสูง 20mm ให้เปลี่ยนความเร็วในการพิมพ์ให้สูงขึ้น และอุณภูมิที่พิมพ์มากขึ้น เป็นต้น
  • การแสดงชิ้นงานในช่วง Over Hang หรือ ส่วนที่อาจจะต้องการ Support
  • Preview ชิ้นงานแบบ Model กึ่งโปร่งแสง
  • Preview เวลาที่ใช้, น้ำหนักพลาสติกที่ใช้, หรือความยาวของเส้นพลาสติก ให้ดูแบบ Real Time
  • Function ในการดึงเส้นพลาสติกกลับ หากมีการวิ่งของหัวฉีดในหลายๆจุด (ลดปัญหาเส้นพลาสติกส่วนเกินไหลออกมา)

ฟังชั่นปกติ ก็มีมาครบ

  • Object Infill คือการเลือกว่าจะพิมพ์ชิ้นงานแบบกลวง(0%), กึ่งกลวง, แบบตัน(100%)
  • Layer Height คือการเลือกความสูงของ Layer ในการพิมพ์ หากค่านี้น้อยจะพิมพ์ออกมาจะละเอียดกว่า แต่ใช้เวลามากกว่า
  • Number of Shells คือการเพิ่มจำนวนของเปลือกคลุมชิ้นงาน สร้างความแข็งแรงและขึ้นรูปได้ดีกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์นานขึ้น เช่นถ้าเลือกค่านี้เป็น 1 เวลาพิมพ์จะมีเปลือกคลุมอีก 1 ชั้นเพิ่มขึ้นมา
  • Temperature สามารถกำหนดค่า ได้ทั้งหัวฉีดขวา, ซ้าย และ ฐานพิมพ์
  • Speed สามารถกำหนด Speed ได้หลายจุดมาก เช่นความเร็วในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์ 3 เลเยอร์แรก, ความเร็วในการพิมพ์ Support, ความเร็วในการพิมพ์ Infill เป็นต้น

จุดเด่น

  • พิมพ์ชิ้นงานได้ขนาดใหญ่ 250*250*300mm (จนบางครั้งต้องใช้เส้นพลาสติก 2 ม้วนต่อการพิมพ์หนึ่งชิ้น)
  • MankatiUM (CURA) ง่าย, เร็ว และ Function การทำงานเยอะที่สุด (เราสามารถกำหนดค่าต่างๆ ได้มากที่สุด)
  • สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้ละเอียดสูงสุดถึง 20 Micron
  • งานพิมพ์ละเอียด งานสวย
  • 2 หัวฉีด + ฐานพิมพ์ทำความร้อนได้ ปรับอุณหภูมิอิสระแยกจากกัน
  • โครงสร้างแข็งแรงMankati FullScale XT

สรุป

FullScale Max300 ตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการ Size ขนาดใหญ่ สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้ต้องแต่ชิ้นเล็กๆ จนขนาดเต็ม Size 250*250*300mm งานที่ได้มีคุณภาพ และสวยงาม จึงเหมาะแก่การใช้งานในระดับ Professional

ด้วยราคาแล้วจัดว่าไม่แพง หากเทียบกับเครื่อง Printer ขนาด Size ใกล้เคียงกันที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด เช่น Ultimaker ซึ่งราคาเกินแสนไปไกล งานประกอบจัดว่าดีและค่อนข้างแข็งแรงมาก ด้วยน้ำหนักมากกว่า 40 Kg

หากไม่ได้ติดเรื่องงบประมาณมากนักเครื่องนี้เป็นตัวที่น่าสนใจมาก เหมาะกับ SMEs หรือ บริษัททั่วไป หรือ จะใช้ตามบ้านก็ไม่เสียหายครับ

Review Flashforge Dreamer งานประกอบสวย พร้อมฟังก์ชันใช้งาน

Review Flashforge Dreamer งานประกอบสวย พร้อมฟังก์ชันใช้งาน
วันนี้เรามาแนะนำเครื่อง 3D Printer ออกใหม่(เดือน พค.-มิย.57)ของทาง Flashforge กันนะครับ เป็นเครื่องพิมพ์ แบบ FDM หรือ Fused Deposition Modeling ใช้หลักการละลายเส้นพลาสติกด้วยความร้อนแล้วฉีดออกมาเป็นเส้นบางๆ วาดจนได้เป็นรูปทรงขึ้นมา

เครื่องนี้ออกแบบมาให้มีรูปร่างเป็นทรงปิด ทำจากพลาสติกคุณภาพสูงดูสวยงาม อีกทั้งออกแบบมาให้วางเส้นพลาสติกไว้ด้านในของตัวเครื่อง ประหยัดเนื้อที่ที่ต้องแขวนม้วนพลาสติก (Flashforge Creator Pro, FullScale Max300 จะมีแท่งแขวนม้วนพลาสติกอยู่ด้านหลัง) ส่วนที่เสริมเข้ามาอีกอย่างหนึ่งคือพัดลมตัวที่สามนอกจากสองตัวแรกที่อยู่ที่ หัวฉีด พัดลมตัวที่สามนี่เองทำให้ที่ในการเป่าลมเข้าสู่ชิ้นงาน ในการที่พิมพ์ PLA เพื่อให้ชิ้นงานสวยยิ่งขึ้น

โปรแกรมที่ใช้งานชื่อ FlashPrint พัฒนาต่อยอดมาจาก MakerWare + ReplicatorG ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และปรับพารามิเตอร์การพิมพ์ได้หลากหลายมากขึ้น มี Control Panel ในการควบคุมเครื่อง อีกทั้งยัง Support ระบบ Wifi

สามารถเชื่อมต่อ Wifi ได้โดยควบคุมการทำงานของเครื่องผ่านคอมพิวเตอร์ในวง Wifi ได้เลย ทั้งการควบคุมผ่านเมนู Control Panel หรือ พิมพ์ชิ้นงานผ่าน FlashPrint ได้เลย หน้าจอสี 3.5นิ้ว เป็นระบบสัมผัส ทำให้การสั่งงานผ่านตัวเครื่องทำได้ง่ายขึ้นอีกทั้งแสดงผลสถานะเวลาพิมพ์ชิ้นงานได้ดีขึ้น มี Memory ภายในตัวเครื่อง 4GB เพื่อจัดเก็บไฟล์พิมพ์ สามารถเรียกพิมพ์อีกครั้งตอนไหนก็ได้
Flashforge Dreamer

Dreamer Resize

ส่วนประกอบ

1. Frame และโครงสร้างเป็นพลาสติกคุณภาพสูง โดยยังคงส่วนของแกนโลหะไว้ โครงแข็งแรงและรองรับการพิมพ์ในระยะเวลานานได้ ออกแบบให้ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บม้วนพลาสติก คือเก็บภายในตัวเครื่องเลย ไม่เกะกะด้านหลังเหมือน Creator Pro
2. Cover 100% ของตัวเครื่อง

  •  หน้าต่างเป็นพลาสติกกึ่งโปร่งแสงเป็นหน้าบานเปิดด้านข้างเหมือนประตู มาพร้อมแม่เหล็กดูดให้หน้าต่างปิดสนิท
  •  หลังคาด้านบนเป็นวัสดุเนื้อเดียวกับหน้าต่าง คือกึ่งโปร่งแสง ปิดสนิท แต่สามารถเปิดขึ้นได้

3. Moving Axis เครื่องนี้เคลื่อนที่ของหัวฉีดในแนวระนาบ XY โดยมีแกนเหล็ก 6 แท่ง(แกนX Y Z แกนละ 2 แท่ง) การที่หัวฉีดวิ่งอยู่ในระนาบ XY และฐานเคลื่อนที่ลงในแกน Z นั้นทำให้พิมพ์ได้แม่นยำกว่าเครื่องพิมพ์ ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ในทุกแกน หรือ เครื่องที่ฐานพิมพ์เคลื่อนที่ 2 แกน
มอเตอร์จะมีทั้งหมด 3 ตัวในการขับเคลื่อนหมุนแต่ละแกน
4. Headed Bed หรือฐานรองพิมพ์ เป็นอลูมิเนียมสีดำหนา เพื่อให้คงความร้อน และความตรง ใต้ฐานทำความร้อนมีน็อตปรับระดับฐานทั้งหมด 3 จุด (เหมือน MakerBot)
5. Dual Extruders หัวพิมพ์ Flashforge Creator Pro มีหัวฉีดสองหัว ประกอบด้วยด้วยส่วนประกอบหลายส่วนดังนี้

  • หัวฉีดทองเหลือง 0.4mm 2 หัว
  • Heater ทำความร้อน พร้อม Thermocouple วัดอุณหภูมิ 2 ชุด
  • มอเตอร์ส่งพลาสติก 2 ตัว
  • พัดลมลดอุณหภูมิของมอเตอร์
  • **Cooling Fan หรือพัดลมตัวที่สามสำหรับเป่าชิ้นงานโดยตรง สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้
  • Dreamer Cooling Fan

6. TouchScreen 3.5นิ้ว ควบคุมการทำงานได้สะดวก และใช้งานได้ง่ายขึ้น สามารถเปิดปิดระบบ Wifi ได้ที่เมนู , ควบคุมเครื่อง, สั่งพิมพ์ชิ้นงาน
7. LED ส่องสว่าง เป็นแบบ RGB สามารถแสงสีได้หลายสี ทำให้ที่ในการบอกสถานะของเครื่อง โดยเราสามารถกำหนดสีได้ด้วยตัวเอง เช่น ขณะพิมพ์ให้เป็นสีขาว , ขณะทำความร้อนให้เป็นสีแดงเป็นต้น
8. Power Switch อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง
9. SD Card Slot อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง
10. MainBorad Power Supply อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นส่วนทำให้เครื่องหนัก

Flashforge Dreamer VS Pro

หลักการทำงาน การใช้งาน

หลักการทำงานของเครื่อง Flashforge Dreamer นั้นเหมือนกับ Creator Pro นั้นจะทำงานสัมผัสกันทั้ง 3 แกนคือ ระนาบ XY ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ และ ในแนวแกนตั้ง Z ทำงานเคลื่อนที่ Heated bed ให้เคลื่อนที่ลง ชิ้นงานจะวางอยู่บน Heated bed จะถูกพิมพ์จากล่างสุดจนถึงส่วนยอดสุด
การฉีดเส้นพลาสติกนั้นจะวาดที่ละชั้น จนเสร็จหนึ่งชั้น จึ่งจะเริ่มทำให้ชั้นต่อไป จนครบ Layer ทั้งหมด จำนวนเลเยอร์นั้นสัมพันธ์ กับการตั้งค่าความสูงของ layer หากเลือก 0.1mm จะได้ชิ้นงานที่มีความสวยกว่า 0.2mm แต่ใช้เวลานานกว่านั้นเอง ตัวอย่าง เช่นหากชิ้นงานมีกว่าสูง 100mm(10cm) และพิมพ์ด้วย Layer Height 0.2mm ก็จะมีจำนวนเลเยอร์ทั้งหมด 500 ชั้น เป็นต้น

การจะพิมพ์ชิ้นงานนั้นเราต้องมี Model 3D มาก่อนซึ่งไฟล์มาตราฐานที่เครื่อง 3D Printer ทุกเครื่องใช้คือ .STL หรือ .OBJ ซึ่งสามารถ Export จากโปรแกรมสร้าง 3D แทบทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Rhino, SolidWork, 3D Max, SketchUp(+Plugin), AutoCAD, Maya เป็นต้น การจะได้ไฟล์มานั้นอาจจะมาได้จากหลายวิธี เช่น เราสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง, หรือโหลดเอาได้จาก website เช่น www.thingiverse.com , หรืออาจจะได้มาจากการแสกนผ่านเครื่อง 3D Scanner เช่น Sense เป็นต้น

เมื่อได้ไฟล์มาแล้ว สามารถเปิดไฟล์นี้ผ่านโปรแกรม FlashPrint เราสามารถกำหนดคุณภาพการพิมพ์ชิ้นงาน และสั่งพิมพ์เป็นอันจบ เราสามารถพิมพ์ผ่าน Wifi, สาย USB หรือ ผ่าน SD Card ก็ได้ ตัวเครื่อง Dreamer มีหน่วยความจำในตัวดังนั้นจากสั่งพิมพ์ผ่าน Wifi หรือสาย USB จะเป็นการ Upload File เข้าไปเก็บไปตัวเครื่องก่อนค่อยทำการพิมพ์ ดังนี้จึงตัวปัญหา ในส่วนนี้ของ Creator Pro (Cretor Pro ไม่มี Memory BuildIn หากเครื่องคอมพิวเตอร์แฮงค์หรือเผลอปิดโปรแกรมไปงานจะหยุดทันที ดังนั้น Creator Pro จึงแนะนำว่าพิมพ์ผ่าน SD Card จะดีกว่า)

ปล.เราไม่ได้แถมโปรแกรมสร้างไฟล์ 3D Model มาให้นะครับ(เป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ทางลูกค้าต้องหามาใช้เองครับ มีโปรแกรมหลายตัวให้โหลดใช้ฟรี ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของลูกค้า) เราให้แต่ Program ที่ใช้สำหรับพิมพ์ชิ้นงาน 3D Model

โปรแกรม

FlashPrint

พัฒนาโดย Flashforge เองเหมือนกันการนำ MakerWare กับ ReplicatorG มารวมกัน ทำให้มีฟังชันเยอะขึ้นมาก และ ใช้งานง่าย Function ที่อยากจะแนะนำเช่น

  • การแสดงชิ้นงานในช่วง Over Hang หรือ ส่วนที่อาจจะต้องการ Support
  • ฟังชั่นในการเปิดหรือปิดพัดลมตัวที่สาม (พัดลมเป่าชิ้นงาน)
  • เลือกชิ้นของ Infill ได้ เลือกความเร็วในการพิมพ์ Support ได้เป็นต้น
  • ฟังชั่นในการ upload ชิ้นงานผ่าน Wifi

ฟังชั่นปกติ ก็มีมาครบ

  • Object Infill คือการเลือกว่าจะพิมพ์ชิ้นงานแบบกลวง(0%), กึ่งกลวง, แบบตัน(100%)
  • Layer Height คือการเลือกความสูงของ Layer ในการพิมพ์ หากค่านี้น้อยจะพิมพ์ออกมาจะละเอียดกว่า แต่ใช้เวลามากกว่า
  • Number of Shells คือการเพิ่มจำนวนของเปลือกคลุมชิ้นงาน สร้างความแข็งแรงและขึ้นรูปได้ดีกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์นานขึ้น เช่นถ้าเลือกค่านี้เป็น 1 เวลาพิมพ์จะมีเปลือกคลุมอีก 1 ชั้นเพิ่มขึ้นมา
  • Temperature สามารถกำหนดค่า ได้ทั้งหัวฉีดขวา, ซ้าย และ ฐานพิมพ์
  • Speed ในการพิมพ์ชิ้นงาน เช่น 50mm/sec งานออกมาจะสวย 90mm/sec

จุดเด่น

  • 2 หัวฉีด + ฐานพิมพ์ทำความร้อนได้ ปรับอุณหภูมิอิสระแยกจากกัน
  • สามารถเชื่อมต่อ Wifi ได้สะดวกโดยไม่ต้องมีสาย USB เกะกะ สามารถสั่งงานเครื่องผ่าน Control Panel ได้เลยเช่น Preheat, Feed Filament, ปรับสี LED เป็นต้น อีกทั้งยังมี BuildIn Memory จากมาเก็บไฟล์พิมพ์ได้ในตัวเครื่องเลย
  • โครงสร้างปิด 100% ทำจากพลาสติกคุณภาพดี ออกมาโดยเฉพาะ ให้สามารถใส่เส้นพลาสติกด้านในตัวเครื่อง ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในการวาง ไม่ต้องแขวนไว้ด้านหลังเหมือน Creator Pro, Makati FullScale
  • โปรแกรม FlashPrint ทำมาได้ดี เอา ReplicatorG มารวมกับ MakerWare สามารถควบคุมเครื่องได้สมบูรณ์ผ่านโปรแกรมนี้
  • มีพัดลมตัวที่สาม เป่าชิ้นงานโดยทำให้พิมพ์ชิ้นงาน ได้ดีขึ้น (สามารถเปิดปิดได้)

สรุป

Flashforge Dreamer ถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างแตกต่างกับ Creator Series โดยทาง Flashforge ได้ออกแบบโครงให้เก็บเส้นพลาสติกไว้ด้านใน ดูเรียบร้อย เป็นโครงปิด กันฝุ่น เสียง, กลิ่น และที่สำคัญที่สุดคือ รักษาอุณหภูมิให้คงที่

ข้อที่ดีมากอีกข้อคือ เชื่อมต่อ Wifi ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น เหมาะแก่การใช้ตามบริษัท หรือ บ้านเนื่องจากดูเรียบร้อยสวยงาม ใครที่ชอบความเรียบร้อย สวยงาม Function การทำงานครบ แนะนำเครื่องนี้เลยครับ

Flashprint มีข้อดีอย่างไรมาดูกัน

Capture-tile

โปรแกรม FlashPrint มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงเวอร์ชั่น 3.8.0 ซึ่งมีการเพิ่มความสามารถหลายๆ อย่างเข้ามาเช่นเปิดภาพถ่ายสองมิติมาพิมพ์แบบสามมิติ หรือที่เรียกว่า Lithophane พร้อมด้วยคำสั่ง “Cut” และคำสั่ง “Support” ลองมาชมตัวอย่าง และวิดีโอแนะนำการใช้งานกันได้เลยครับ

  • Lithophane

Lithophane_4

Lithophane_1

  • คำสั่ง Cut ให้ความสะดวกในการตัดโมเดลออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้พิมพ์โมเดลใหญ่ได้ในเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก หรือบางครั้งโมเดลที่โหลดมามีส่วนที่เราไม่ต้องการ ก็สามารถตัดทิ้งไปได้โดยไม่ต้องไปสร้างใหม่ นับว่ามีประโยชน์มากทีเดียว และนับเป็นโปรแกรม Slicer ตัวเดียวในขณะนี้ที่ทำได้

Capture

  • คำสั่ง Support ในโปรแกรมนี้สามารถสร้างแบบอัตโนมัติ หรือจะเพิ่ม-ลด support ได้ด้วยตัวเอง นับว่าช่วยให้การพิมพ์งานมีความสะดวก และเป็นไปอย่างที่ต้องการมากขึ้น อีกทั้งมี support หลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามใจชอบ นอกจากนี้เรายังสามารถบันทึก support ที่ทำเสร็จแล้วเข้ากับโมเดลของเราเพื่อไปพิมพ์กับเครื่องอื่นๆ ได้ด้วย

Linear                                                                                                                                    Treelike

*** ควรเปิดคำสั่ง raft เมื่อเลือก support เป็นแบบ treelike***

รีวิวต่างประเทศ

ได้คะแนนรีวิวค่อนข้าง เยอะครับ 4.75 ดาว ดูรีวิวโดยคลิ๊กที่รูปครับ

Untitled-1

ได้ Ranking อันดับ 6 ของโลกจากเครื่องพิมพ์กว่า 5000 ยี่ห้อ โดยอันดับ 1-5 มีราคามากกว่า แสนทุกตัว อีกทั้งเป็นเครื่องพิมพ์ของเอเซียที่ได้ลำดับสูงสุด

Flashforge excellent
10555

10556

10557

Review Flashforge Creator Pro มาพร้อมหน้าต่างและหลังคา

Review Flashforge Creator Pro มาพร้อมหน้าต่างและหลังคา
สวัสดีครับวันนี้จะมา Review เครื่องพิมพ์ 3มิติ ขนาดกลางกึ่งใหญ่ ของ Flashforge กันนะครับ
เครื่องพิมพ์ 3มิติ นี้เป็นระบบ FDM หรือ Fused Deposition Modeling หรือเครื่อง 3D Pinter ที่ใช้หลักการละลาย(เส้น)พลาสติก และฉีดลงบนฐานพิมพ์ ทำทีละชั้นจนได้เป็นโมเดลขึ้นมา

Flashforge ผลิตเครื่องพิมพ์ 3มิติมาหลายรุ่น รุ่น Creator PRO นี้ต่อยอดมากจากรุ่น Creator Dual(โครงไม้) กับ Creator X(โครงโลหะ) โดยมีการออกแบบโครงโลหะให้หนาขึ้น เพิ่มแผ่นโลหะป้องกัน MainBoard และ หน้าต่างอะคริลิก สำหรับเปิด-ปิด รวมถึงหลังคา เพื่อป้องกันเสียง/กลิ่น และรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น ดังนั้นเครื่องจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมากหากเทียบกับ รุ่นก่อนหน้านี้ของ PRO โครงโลหะที่หนักนี่เองทำให้การพิมพ์ชิ้นงานเสถียรมากขึ้นและสั่นไหวน้อยลง

เครื่องมาพร้อมกับ Firmware ตัวใหม่ Sailfish สามารถปรับแต่งการทำงานได้มาก Creator X เช่นขณะพิมพ์สามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้, หรือปรับเพิ่ม-ลดอุณหภูมิขณะพิมพ์ชิ้นงานได้ มีไฟ LED แสดงสถานะและส่องเข้าชิ้น

ความละเอียดสูงสุดที่พิมพ์ได้คือ 100 Micron งานที่พิมพ์ออกมาจัดได้ว่าอยู่ระดับน่าพอใจ เสียงเวลาพิมพ์ไม่ดังมากนัก(หากเทียบกับตัวโครงไม้) ราคาอยู่ในระดับกลางๆ การทำงานเหมือนเครื่อง MakerBot Replicator 2X (หน้าตาก็คล้ายกันมาก) แต่ราคาถูกกว่ากันค่อนข้างมาก อีกทั้งยังสามารถใช้โปรแกรม ReplicatorG และ MakerWare ในการสั่งงาน คือหากใช้เคยใช้ MakerBot แล้วมาใช้ตัวนี้จะรู้สึกเหมือนกันเกือบ 100%

flashforge-creator-pro-3d-printer-dual-extruderส่วนประกอบ

1. Frame เป็นโครงโลหะสีพ่นสีดำด้าน ฐานล่างเป็นแผ่นโลหะทำเป็นกล่องเพื่อใส่ MainBoard และ Power Supply ลดปัญหา MainBoard ได้รับความเสียหายหากเคลื่อนย้ายเครื่อง ด้านล่างขาทั้ง 4 เป็นยางรอง ช่วยลดเสียง และเพิ่มความเสถียร
2. Cover หน้ากากเป็น PVC Sheet สีดำ ส่วนหน้าต่างทำจากแผ่นอะคริลิกหนา หน้าบานเปิด-ปิดได้ มือจับอะลูมิเนียม หลังคาทำจากแผ่นอะคริลิกเช่นเดียวกัน
3. Moving Axis เครื่องนี้เคลื่อนที่ของหัวฉีดในแนวระนาบ XY โดยมีแกนเหล็ก 6 แท่ง(แกนX Y Z แกนละ 2 แท่ง) การที่หัวฉีดวิ่งอยู่ในระนาบ XY และฐานเคลื่อนที่ลงในแกน Z นั้นทำให้พิมพ์ได้แม่นยำกว่าเครื่องพิมพ์ ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ในทุกแกน หรือ เครื่องที่ฐานพิมพ์เคลื่อนที่ 2 แกน
มอเตอร์จะมีทั้งหมด 3 ตัวในการขับเคลื่อนหมุนแต่ละแกน
4. Headed Bed หรือฐานรองพิมพ์ เป็นอลูมิเนียมสีดำหนา เพื่อให้คงความร้อน และความตรง ใต้ฐานทำความร้อนมีน็อตปรับระดับฐานทั้งหมด 3 จุด (เหมือน MakerBot) โครงสร้างเป็นทำฐานรองพิมพ์ทำให้หนาขึ้นเพื่อความแข็งแรง แท่งเหล็กแกน Z มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้นเป็น 10mm
5. Dual Extruders หัวพิมพ์ Flashforge Creator Pro มีหัวฉีดสองหัว ประกอบด้วยด้วยส่วนประกอบหลายส่วนดังนี้

  • หัวฉีดทองเหลือง 0.4mm 2 หัว
  • Heater ทำความร้อน พร้อม Thermocouple วัดอุณหภูมิ 2 ชุด
  • มอเตอร์ส่งพลาสติก 2 ตัว
  • พัดลมลดอุณหภูมิของมอเตอร์

6. LCD and Controller พร้อมปุ่มบังคับ 4+1 ใช้ในการสั่งงานเครื่อง เช่น โหลดเส้น, ดูสถานะเครื่อง, Set ค่าต่างๆของตัวเครื่อง สามารถสั่งพิมพ์ชิ้นงานผ่าน SD Card ผ่านปุ่มควบคุมตรงนี้
7. LED ส่องสว่าง เป็นแบบ RGB สามารถแสงสีได้หลายสี ทำให้ที่ในการบอกสถานะของเครื่อง โดยเราสามารถกำหนดสีได้ด้วยตัวเอง เช่น ขณะพิมพ์ให้เป็นสีขาว , ขณะทำความร้อนให้เป็นสีแดงเป็นต้น
8. Power Switch อยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง
9. SD Card Slot อยู่ส่วนหน้าของตัวเครื่อง
10. MainBorad Power Supply อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นส่วนทำให้เครื่องหนัก

Creator Pro Metal Frame (Duplicate) Z Rod is bigger Z structure for creator pro New Heated bed structure for creator Pro Heated bed plateform (Duplicate) Creator Pro New Controller (Duplicate)

หลักการทำงาน การใช้งาน

หลักการทำงานของเครื่อง Flashforge Creator Pro นั้นเหมือนกับ Creator Dual และ Creator X นั้นจะทำงานสัมผัสกันทั้ง 3 แกนคือ ระนาบ XY ที่หัวฉีดเคลื่อนที่ และ ในแนวแกนตั้ง Z ทำงานเคลื่อนที่ Heated bed ให้เคลื่อนที่ลง ชิ้นงานจะวางอยู่บน Heated bed จะถูกพิมพ์จากล่างสุดจนถึงส่วนยอดสุด
การฉีดเส้นพลาสติกนั้นจะวาดที่ละชั้น จนเสร็จหนึ่งชั้น จึ่งจะเริ่มทำให้ชั้นต่อไป จนครบ Layer ทั้งหมด จำนวนเลเยอร์นั้นสัมพันธ์ กับการตั้งค่าความสูงของ layer หากเลือก 0.1mm จะได้ชิ้นงานที่มีความสวยกว่า 0.2mm แต่ใช้เวลานานกว่านั้นเอง ตัวอย่าง เช่นหากชิ้นงานมีกว่าสูง 100mm(10cm) และพิมพ์ด้วย Layer Height 0.2mm ก็จะมีจำนวนเลเยอร์ทั้งหมด 500 ชั้น เป็นต้น

การจะพิมพ์ชิ้นงานนั้นเราต้องมี Model 3D มาก่อนซึ่งไฟล์มาตราฐานที่เครื่อง 3D Printer ทุกเครื่องใช้คือ .STL หรือ .OBJ ซึ่งสามารถ Export จากโปรแกรมสร้าง 3D แทบทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Rhino, SolidWork, 3D Max, SketchUp(+Plugin), AutoCAD, Maya เป็นต้น การจะได้ไฟล์มานั้นอาจจะมาได้จากหลายวิธี เช่น เราสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง, หรือโหลดเอาได้จาก website เช่น www.thingiverse.com , หรืออาจจะได้มาจากการแสกนผ่านเครื่อง 3D Scanner เช่น Sense เป็นต้น

เมื่อได้ไฟล์มาแล้ว สามารถเปิดไฟล์นี้ผ่านโปรแกรม MakerWare หรือ ReplicatorG (และนำ MakerWare ครับเนื่องจากใช้งานง่ายเหมาะกับมือใหม่ โดยเครื่องคอมจะเจอ Flashforge Creator Pro เป็น “MakerBot Replicator Dual”) เราทำงานกำหนดคุณภาพการพิมพ์ชิ้นงาน และสั่งพิมพ์เป็นอันจบ เราสามารถพิมพ์ผ่านสาย USB หรือ ผ่าน SD Card ก็ได้ (แนะนำให้พิมพ์จาก SD Card มากกว่าครับเนื่องจากหากพิมพ์ผ่านเครื่องคอม อาจจะมีปัญหาได้เนื่องจาก เครื่องนี้รับสัญญาณแบบ Real Time หากเครื่องคอมแฮงค์ หรือ Sleep ขึ้นมาเป็นอันจบครับ เนื่องจาก Creator Pro ไม่มี Memory BuildIn ชิ้นงานที่พิมพ์จะหยุดและเสียเลย)

ปล.เราไม่ได้แถมโปรแกรมสร้างไฟล์ 3D Model มาให้นะครับ(เป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ทางลูกค้าต้องหามาใช้เองครับ มีโปรแกรมหลายตัวให้โหลดใช้ฟรี ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของลูกค้า) เราให้แต่ Program ที่ใช้สำหรับพิมพ์ชิ้นงาน 3D Model

โปรแกรม

โปรแกรมที่ใช้ได้มี 2 ตัวหลักๆคือ MakerWare และ ReplicatorG

MakerWare

พัฒนาโดย MakerBot บริษัทผลิต 3D printer ขนาดใหญ่ของ USA การใช้งานค่อนข้างง่าย (ให้เลือก Machine เป็น “MakerBot Replicator Dual”) โดยสามารถเปิดไฟล์ 3มิติ .STL หรือ .OBJ และกำหนดค่าการพิมพ์และสามารถพิมพ์ชิ้นงานออกมาได้เลย ซึ่งมีสอนอยู่ในวิดีโอ ข้างล่างนี้ครับ

  • Object Infill คือการเลือกว่าจะพิมพ์ชิ้นงานแบบกลวง(0%), กึ่งกลวง, แบบตัน(100%)
  • Layer Height คือการเลือกความสูงของ Layer ในการพิมพ์ หากค่านี้น้อยจะพิมพ์ออกมาจะละเอียดกว่า แต่ใช้เวลามากกว่า
  • Number of Shells คือการเพิ่มจำนวนของเปลือกคลุมชิ้นงาน สร้างความแข็งแรงและขึ้นรูปได้ดีกว่า แต่ใช้เวลาพิมพ์นานขึ้น เช่นถ้าเลือกค่านี้เป็น 1 เวลาพิมพ์จะมีเปลือกคลุมอีก 1 ชั้นเพิ่มขึ้นมา
  • Temperature สามารถกำหนดค่า ได้ทั้งหัวฉีดขวา, ซ้าย และ ฐานพิมพ์
  • Speed ในการพิมพ์ชิ้นงาน เช่น 50mm/sec งานออกมาจะสวย 90mm/sec
ReplicatorG

นั้นเหมาะกับการใช้งานระดับ Advance คือเกี่ยวข้องกับ Gcode จะไม่กล่าวมากในที่นี้

จุดเด่น

  • โครงโลหะสีดำ ออกแบบมาให้แข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ทนที่สุดใน Flashforge
  • Model สร้างมาเหมือน MakerBot Replicator 2X
  • ใช้ MakerWare ได้

10546สรุป

หากคุณกำลังมาหาเครื่องพิมพ์ 3มิติ เพื่อใช้งาน Flashforge Creator Pro เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ได้ดี เพราะเครื่องมีโครงสร้างออกแบบมาได้แข็งแรงเสถียรทำให้งานพิมพ์มีคุณภาพดี เครื่องได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจาก Creator Dual และ Creator X งานที่พิมพ์ออกมาหวังผลได้ และถูกมากกว่า MakerBot อย่างมากทั้งยังคง function การทำงานได้ใกล้เครื่องกับ Replicator 2X (ทั้งหน้าตาและการทำงาน)

ลอง Search ดูใน Google เรื่อง Review ดูก็ได้ครับมีอยู่จาก หลายสำนัก โดยมาคะแนนจะสูงกว่าเรื่องต้นแบบมันด้วยซ้ำ 🙂

รีวิวต่างประเทศ

ได้คะแนนรีวิวค่อนข้าง เยอะครับ 4.75 ดาว ดูรีวิวโดยคลิ๊กที่รูปครับ

Untitled-1

ได้ Ranking อันดับ 6 ของโลกจากเครื่องพิมพ์กว่า 5000 ยี่ห้อ โดยอันดับ 1-5 มีราคามากกว่า แสนทุกตัว อีกทั้งเป็นเครื่องพิมพ์ของเอเซียที่ได้ลำดับสูงสุด

Flashforge excellent