บทความนี้จะขอนำเสนอการออกแบบกล่องใส่บอร์ทดลอง Arduino UNO ที่จะพูดในเรื่องของการพิมพ์ชิ้นงาน การตั้งค่าต่างๆ ก่อนสั่งพิมพ์งาน รวมถึงตำแหน่งการจัดวางโมเดล โปรแกรมที่ใช้ในการตั้งค่าไฟล์งานก่อนพิมพ์นั้นจะใช้เป็นโปรแกรม FlashPrint โดยไฟล์งานที่ได้ออกมาจะเป็น .gx .x3g เป็นต้นจะเป็นไฟล์งานที่เครื่องพิมพ์จะสามารถอ่านข้อมูลได้ ถ้าท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้วยังไม่ได้อ่านบทความ Part ที่ 1 และ2 เลยสามารถกดติดได้ตามที่อยู่นี้เลย (Part 1 , Part 2) งั้นจะขอมาพูดถึงการตั้งค่าก่อนสั่งพิมพ์งานเลยนะครับ

            จากาภาพที่ 1 เป็นชิ้นส่วนด้านล่างที่ใส่บอร์ดทดลอง Arduino ก่อนอื่นเลยเครื่องที่เลือกใช้พิมพ์คือ FlashForge Guider 2 เพราะฉะนั้นอย่าลืมไปเลือก Machine Type ให้เป็น Guider 2 จากภาพจะเป็นการจัดตำแหน่งของชิ้นงานให้สามารถพิมพ์งานได้งานที่สุด และหลีกเลี่ยง Support ที่จะเข้ามาช่วยค้ำผนังชิ้นงานให้มากที่สุดเพื่อช่วยลดระยะเวลาในการพิมพ์ แต่ที่สำคัญถ้างานชิ้นนั้นต้องการเน้นผิวด้านนอกให้เรียบสวยงาม ก็จหลีกเหลี่ยงไม่ได้ที่จะมี Supprot เพราะบางงานต้องการให้ผิวด้านนอกชิ้นงานสวยเลยจะคว่ำชิ้นงานให้ผิวด้านนอกอยู่ด้านบน ส่วนด้านในที่เป็นช่องว่างๆ จะอยู่ด้านล่าง ทำให้ผิวชิ้นงานในส่วนนั้นมีจุดที่ลอยอยู่กลางอากาศจึงต้องมี Supprot เข้ามาช่วยค้ำโดยที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นจะต้องดูตามความเหมาะสมของชิ้นนั้นๆ ด้วยครับ อย่างงานชิ้นนี้ไม่ได้เน้นให้ผิวงานด้านล่างหรือฐานของกล่องสวยงามากเท่าไหร่ ก็จะสามารถว่างตามภาพได้เลย และยังช่วยลดระยะเวลาในการพิมพ์ได้ด้วย

1

ภาพที่ 1

            ภาพที่ 2 เป็นส่วนที่เป็นฝาปิดด้านบน จะเห็นได้ว่าตำแหน่งการวางชิ้นงานนั้นแตกต่างจาก ภาพที่ 1 เพราะชิ้นงานนี้จะเน้นผิวด้านที่มีตัวอักษรมากกว่าด้านอื่นๆ  จึงทำการวางในแนวตั้งแต่อาจจะมี Support ในบางตำแหน่ง ส่วนจุดที่สัมผัสกับฐานนั้นอาจจะมีผลในเรื่องความสวยงามนิดหน่อยแต่ถือว่ารับได้ครับ

2

ภาพที่ 2

            ภาพที่ 3 เป็นส่วนฝาที่มีไว้ปิดด้านบนบอร์ดทดลอง Arduino และมี Joint 2 ชิ้น ที่ใช่ประกอบชิ้นส่วนใน ภาพที่ 1 และ 2 เข้าด้วยกันให้สามารถพับเปิดปิดกล่องได้

3

ภาพที่ 3

        ต่อมาจะเป็นการสร้าง Support ให้กับชิ้นงาน ในส่วนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะเป็นดังภาพที่ 5-6 ส่วนการตั้งค่าต่างๆ ของ Support จะเป็นดังภาพที่ 4 ให้กดไปที่ Support > Supports Options สามารถเลือกใช้ค่าได้ตามนี้เลยครับ แล้วจากนั้นการสร้าง Support ให้กดที่ Auto Supports เท่านี้โปแกรมจะสร้าง Support มาให้อัตโนมัติเลย

4

ภาพที่ 4

5

ภาพที่ 5

6

ภาพที่ 6

            พอสร้าง Support เสร็จเรียบบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปจะเป็นการตั้งค่าของการพิมงานต่างๆ ก่อนออกพิมพ์จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ สามารถเลือกใช้ค่าได้ตามที่ทางเราได้เลยนะครับ ให้กดไปที่ Print แล้วจะขึ้นหน้าต่างดังภาพที่ 7–12 แต่ในชิ้นงานที่ 2 กับ 3 ในช่อง Raft ให้เปิด Enable ไว้เพราะชิ้นงานมีส่วนที่สัมผัสกับฐานพิมพ์น้อยจึงต้องทำการปูพื้น Raft เพื่อให้ชิ้นงานเกาะติดกับฐานพิมพ์ได้ดีขึ้น เมื่อทำการกำหนดค่าต่างๆ เสร็จแล้วให้กด Ok เพื่อจะเซฟงานเป็นไฟล์ .x3g หรือ .gx

7

ภาพที่ 7

8

ภาพที่ 8

9

ภาพที่ 9

10

ภาพที่ 10

11

ภาพที่ 11

12

ภาพที่ 12

        เมื่อกดเซฟแล้วโปรแกรมจะแสดงตัวชิ้นงานที่พร้อมพิมพ์ตามภาพที่ 13-15 ทั้งบอกระยะเวลาในการพิมพ์ ปริมาณวัสดุที่ใช้พิมพ์ และสามารถสไลด์ดูงานที่จะพิมพได้ด้วยว่าในแต่ละ Layer นั้นพิมพ์ขึ้นงานยังไง (เลื่อนจากแถบเครื่องมือด้านซ้ายมือ)

13

ภาพที่ 13

14

ภาพที่ 14

15

ภาพที่ 15

                จากนั้นนำไฟล์งานที่เซฟมาแล้วสั่งพิมพ์กับเครื่องพิมพ์ FlashForge Guider 2 เชื่อมต่อทาง USB Drive, USB Line, WIFI แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนนะครับ ส่วนเส้นพลาสติกที่เลือกใช้นั้นเป็น PLA เพราะสามารถขึ้นรูปชิ้นงานได้ง่าย ต่อไปเราจะมาดูกันว่าพิมพ์งานออกมาแล้วจะมีหน้าตายังไงกันบ้าง และเมื่อนำมาประกอบใช้งานจะเป็นไปตามที่ออกแบบไหม สามารถดูได้ตามภาพที่ 16-19

 

16

ภาพที่ 16

17

ภาพที่ 17

18

ภาพที่ 18

19

ภาพที่ 19

 

Share →