Elegoo Orange Storm Giga เครื่องพิมพ์งานไซส์ใหญ่!! กับงานพิมพ์ป้ายร้าน 3DD

Elegoo Orange Storm Giga เครื่องพิมพ์งานไซส์ใหญ่!! กับงานพิมพ์ป้ายร้าน 3DD

ทุกวันนี้งานพิมพ์โมเดล 3 มิติด้วยเครื่อง 3D Printer ถ้าเป็นเรื่องการจัดการที่ง่าย วัสดุที่ถูก ก็ต้องยกให้เครื่องพิมพ์ระบบ FDM หรือการพิมพ์แบบฉีดเส้นพลาสติก แต่จุดอ่อนของเครื่องพิมพ์แบบ FDM
นั่นก็คือเรื่องของการพิมพ์ โมเดลขนาดใหญ่ ที่จะพิมพ์ทีมักจะมีการเตรียมโมเดลที่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ระบบ FDM หรือระบบ Resin ต่างก็ต้องตัดแยก ชิ้นส่วน สร้างจ๊อยเพื่อเชื่อมต่อต่างๆ
จัดวางให้ดีและพิมพ์ จนถึงการนำมาประกอบกัน สำหรับเครื่องพิมพ์ระบบ Resin นั้นการตัดแยกเตรียมโมเดล→พิมพ์→จนถึงนำกลับมาประกอบนั้นมักเชื่อมต่อกันไม่มีปัญหาอะไร


แต่กับเครื่องพิมพ์ระบบ FDM แล้วนั้น มักจะมีปัจจัยที่ควบคุมยากกว่า เช่น ความเร็วการพิมพ์ อุณหภูมิที่ใช้พิมพ์ ความชื้นของเส้น ซัพพอร์ตล้ม งานหลุดจากถาด ทำให้บางครั้งชิ้นส่วนที่พิมพ์ อัตราการย่อ
ขยายตัวของงานพิมพ์ ก็อาจไม่เสถียรเท่าระบบ Resin ทำให้บางทีเวลางานเสร็จ นำมาประกอบได้ไม่ดีนักฉะนั้นแล้ว จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถพิมพ์งานระบบ FDM แบบชิ้นใหญ่ออกมาได้ทั้งชิ้นเลย
โดยไม่ต้องแบ่งพาร์ทพิมพ์เพื่อมาประกอบทีหลัง


หลังจากดูเครื่องพิมพ์ FDM ขนาดมาตรฐานทั่วไปกันมาหลายครั้งแล้ว วันนี้ 3DD จะพามารู้จักอีกหนึ่งเครื่องพิมพ์พี่ใหญ่ ที่พิมงานได้ใหญ่สูงสุดถึง 800x800x1000 mm กันเลยทีเดียว นั่นก็คือ
เครื่องพิมพ์ Elegoo Orange Storm Giga เครื่องพิมพ์ FDM ไซส์ใหญ่ขนาดอุตสาหกรรม

Elegoo Orange Storm Giga : 3D Printer สำหรับงานพิมพ์ไซส์ใหญ่
ขอแนะนำให้รู้จักกับเครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรมที่พิมพ์งานได้งานใหญ่สูงสุดถึง 800x800x1000 mm ด้วยความเร็วสูงสุด 300 mm/s เหมาะกับการพิมพ์ Prototype โมเดลขนาดใหญ่ เช่น
โต๊ะเก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ล้อ/ยางรถยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่พิมพ์เพื่อเป็นงานตัวอย่างเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์บางตัวก็แข็งแรงพอให้นั่งได้เลย


นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดนำไปพิมพ์งานขนาดใหญ่อื่นๆได้อีก เช่น โมเดลมาตคอตขนาดใหญ่ สำหรับตั้งโชว์ โปรโมทร้านค้า ธุรกิจต่างๆ

ตัว Orange Storm Giga ทำให้การพิมพ์งานขนาดใหญ่สามารถพิมพ์จบได้ในชิ้นเดียว โดยไม่ต้องตัดแบ่งชิ้นส่วนและทำจ๊อยต่อให้ยุ่งยากเลย และด้วยเป็นเครื่องแบบโครงเปิดทำให้ราคาไม่แรงมาก
ถ้าเทียบกับขนาดเครื่องพิมพ์ ซึ่งสามมารถโมดิฟายทำให้เป็นโครงปิดได้ตามวัสดุที่ต้องการ และด้วยความเป็นเครื่องประกอบ ฉะนั้นแล้วแนะนำว่า ผู้ที่ต้องการใช้งานเครื่องนี้ควรมีความรู้/ประสบการณ์ด้าน
การใช้งาน 3D Printer มาประมาณนึง

โปรเจ็คงานพิมพ์ป้ายร้าน 3DD ด้วย 3D Printer
มาถึง Printing Showcase ของเราในวันนี้ แน่นนอนก็ต้องเกี่ยวกับการพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ด้วยเครื่อง Giga และสิ่งที่เราเลือกพิมพ์โชว์วันนี้ก็คือป้ายร้าน 3DD ของเรานั่นเอง ซึ่งช่วงนี้ 3DD ก็ได้มีการ
ขยับขยายพื้นที่ร้านเพิ่ม และต้องติดป้าย 3DD ด้วยจึงถือโอกาสนี้พิมพ์ป้าย 3DD โชว์และติดตั้งใช้งานจริงไปเลย โดยโจทย์การทำป้ายในวันนี้ พื้นที่การติดตั้งจะอยู่ที่ 570×2000 mm. ฉะนั้นป้ายที่จะทำจึง
ต้องมีการนำพื้นที่จริงมาเปรียบเทียบเพื่อวางขนาดป้ายของเรา เมื่อเทียบแล้วขนาดป้ายที่เหมาะสมของเราจะอยู่ที่ 400×1600 mm. จะเห็นว่าความยาวจะเกินถาดพิมพ์ แต่ด้วยความที่โลโก้ 3DD แบ่ง
เป็นตัวอักษรอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถแบ่งพิมมพ์เป็นตักอักษรได้โดยไม่ต้องตัดโมเดลเลย

พิมพ์ป้ายด้วย 3D Printer ดียังไง
จริงอยู่ที่ป้าย 3 มิติสำหรับร้าน องกรค์หรือธุรกิจแบบนี้ สามารถผลิตด้วยวิธีอื่นที่ต้นทุนถูกว่ากันได้ เช่น ป้ายอะคริลิค หรือป้ายโลหะ แต่การผลิตป้ายแบบนั้นก็จะมีข้อจำกัดด้านรูปทรงของป้ายที่จะต้องอยู่ใน
ฟอร์มของตัวอักษรเป็นหลัก แต่กลับกันถ้าเราใช้วิธีผลิตป้ายด้วย 3D Print เราสามารถสร้างและออกแบบป้ายได้ตามใจเลย จะสร้าง Texture 3 มิติที่ป้ายทั่วไปทำไม่ได้แต่ถ้าเราใช้ 3D Printer ทำป้ายร้าน
เราจะเพิ่มมิติให้กับป้ายร้านเรายังไงก็ได้ เช่น เพิ่มพื้นผิวลวดลายไฟ ลายหิน หรือจะเพิ่มลูกเล่นแปลกแหวกแนวยังไงก็ได้ เหมาะกับป้ายที่ไม่ได้เป็นแค่ข้อความเรียบง่าย แต่อยากเพิ่มเอกลักษณ์บางอย่าง
เข้าไปเพื่อสร้างภาพจำเฉพาะให้กับคนที่พบเห็น เห็นมั้ยครับว่าการผลิตป้ายด้วย 3D Print ยังสามารถต่อยอดไอเดียได้อีกมากเลย ไม่รอช้าเราไปเริ่มโปรเจ็คของเรากันเลย


แปลงไฟล์จาก 2D Logo เป็น 3D Logo
ก่อนที่จะพิมพ์โมเดล 3 มิติก็ต้องมีโมเดล 3D กันก่อน แต่ไฟล์ที่เรามีก็มีแค่ไฟล์โลโก้ แต่โชคดีที่ไฟล์โลโก้สามารถนำไปแปลงเป็นไฟล์ 3 มิติได้ไม่ยากแต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นไฟล์เส้น Vector และจะต้องเซฟ
เป็น .SVG เท่านั้น เพื่อที่เราจะนำเข้าโปรแกรม Blender เพื่อดึงเป็นไฟล์ 3D มิติ


เมื่อ Import ไฟล์โลโก้ 3DD.SVG เข้า Blender แล้วไฟล์จะเข้ามาในรูปแบบเส้น Curve ที่ประกอบกันหลายสิบเส้น ผมจึงเลือกทั้งหมดและกด Joint เพื่อรวมเป็นชิ้นเดียวกันก่อนเพื่อให้การเพิ่ม
ความหนา/ขยายขนาดสัมพันธ์ไปด้วยกัน จากนั้นจะต้องแปลงเป็น Mesh เพื่อทำความหนาหรือ Extrude


จากนั้นสลับไป Edit Mode เพื่อ Extrude กะความหนาตามต้องการ แล้วสลับกลับมาที่ Object Mode


เลือกโมเดลของเราเพื่อทำการ Scale โดยใช้ Item Properties>Dimension ในกรณีนี้ผมจะยึดความสูงหรือแกน Y เป็นหลักที่ 400 mm และจะให้ขนาดแกนอื่นขยายขึ้นในอัตราส่วนเดียวกัน ในส่วนนี้
เราสามารถแก้ไขความหนาแบบแป๊ะๆได้ ผมขยับไปที่ 70 mm

จากนั้นเราจะต้องแยกแต่ละตัวออกจากกันโดยใช้ Edit Model เลือกโมเดลที่ต้องการกด L (Select Link) และกด P>Selection (Separate)


จากนั้นสามารถ Export แต่ละตัวเป็น OBJ หรือ STLได้เลย

Slice ไฟล์ส่งพิม
เมื่อได้ไฟล์ 3 มิติโลโก้ที่พร้อมพิมพ์มาแล้วขั้นตอนต่อมาก็คือการ Slice ไฟล์เพื่อส่งพิมพ์โดยโปรแกรม Slicer ที่ใช้จะเป็นของ Elegoo เองเลย ชื่อว่า ElegooSlicer สามารถดาวน์โหดได้จาก
เว็บ Official เลย ติดตั้งเสร็จแล้วก็เลือกรุ่น Elegoo Orange Storm Giga ที่เราใช้และนำไฟล์ 3D โลโก้ของเราเข้ามาได้เลย โดยจากความยาวของชุดโลโก้และสีที่ต่างกันแล้ว ( Gigaพิมพ์ได้ทีละสี )
เราจึงต้องแบ่งการพิมพ์ออกเป็น 2 รอบคือสีแดง และสีขาว


เสร็จแล้วก็มาพิมพ์กันเลยในส่วนของเลข 3 และตัว D สีแดงในถาดแรกใช้เวลาพิมพ์ไปประมาณ 1 วันครึ่ง (40ชม.) และตัว D สีขาวในถาดที่ 2 ใช้เวลาพิมพ์ไปประมาณเกือบ 1 วัน (20ชม.) หลังจากใช้เส้น PLA
สีแดงไป 4 ม้วน และเส้นสีขาว 2 ม้วนกว่า ผลงานของเราก็เป็นอันเสร็จสิ้น


ผลงานเสร็จสิ้น/ติดตั้งจริง
เมื่อเทียบกับขนาดคนแล้วก็จะเห็นว่าใหญ่ไม่เบาเลย


ลองไปติดตั้งจริงกันเลย โดยเราใช้ทั้งเทปกาว 3m และกาวตะปูสำหรับการติดป้ายนี้


ส่วนที่วัดได้ยากอย่างตัว D สีขาวที่มีส่วนประกอบแยกกันหลายส่วน เราได้พิมพ์กรอบเพื่อเป็นจิ้กเพื่อที่จะติดส่วนประกอบทั้งหมดได้ตรงตามโลโก้ต้นฉบับ ผลงานป้าย 3DD เราก็ติดตั้งเสร็จแล้ว