fbpx

Top 10 Application 3D Scanner ใช้งานได้ในมือถือ (Iphone & Androi)

Top 10 Application 3D Scanner ใช้งานได้ในมือถือ (Iphone & Androi)

เทคโนโลยี 3มิติ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใด แน่นอนว่าจะต้องมีการใช้ 3D Scanner เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งถ้าเป็นปกติแล้วจะใช้เครื่อง 3D Scanner ที่เฉพาะในการทำงาน
แต่ในวันนี้เราได้จัดทำสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นใช้งาน 3D Scanner แล้วยังไม่มีพื้นฐาน และกำลังที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า การใช้ Application ในการสแกน
สามารถช่วยให้การทำงานในการสร้างไฟล์ 3มิติ ดีขึ้น แต่อาจจะไม่ 100% เนื่องจากการออกอุปกรณ์มือถือสามาร์ทโฟน ถูกออกแบบมาให้ใช้คนละส่วนงาน ทำให้การใช้ Application นั้นอาจจะไม่ได้งานตามที่ต้องการ และการออกงานอาจจะต้องใช้เครื่อง3D Scanner เฉพาะเข้ามาแทน เพราะงานประเภท 3D Scanner ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพที่สูง เพราะชิ้นงานที่สแกนสามารถใช้ทำได้หลายอย่าง และมูลค่าสูง

Application ระดับผู้ใช้ Platform ค่าใช้จ่าย
3D Scanner App ผู้ศึกษาการใช้งานScanner ผู้ที่ชื่นชอบ AR VR IOS ฟรี สำหรับการใช้งานเบื้องต้น
ARitize360 ผู้ศึกษาการใช้งานScanner ผู้ที่ชื่นชอบ AR VR
เน้นใช้งานด้านอีคอมเมิร์ซ
iOS&Android ฟรี แต่การ Export File
ต้องมีค่าใช้จ่าย
ItSeez3D งานอดิเรกและมืออาชีพ IOS ฟรี แต่การ Export File ต้องมีค่าใช้จ่าย
Kiri Engine งานอดิเรกและมืออาชีพ iOSและAndroid ฟรี อัพเกรดพิเศษ $9.99/เดือน
หรือ $49.99/ปี
Polycam งานอดิเรกและมืออาชีพ iOSและAndroid ฟรี $7.99/เดือน หรือ $59.99/ปี
สำหรับรุ่นโปรที่มีคุณสมบัติการ Export
Qlone งานอดิเรกและมืออาชีพ iOSและAndroid ฟรี iOS แต่มีการซื้อเพิ่มเติม
ภายใน app ราคา $20 สำหรับ Android
SCAN3D งานอดิเรกและผู้เริ่มต้น Android ฟรี (มีข้อจำกัด)
TRINO PLUS 3D Scanner งานอดิเรกและผู้เริ่มต้น IOS ทดลองใช้ฟรี (มีค่าใช้จ่าย $9.99 /เดือน)
WIDAR ผู้ศึกษาการใช้งานScanner ผู้ที่ชื่นชอบ AR VR iOSและAndroid ฟรี (ไม่มีการ Export)
EM3D: Ethan Makes 3D Scanner งานอดิเรก IOS ฟรี (ไม่มีการ Export)

1.) 3D Scanner App


3D Scanner App
นับว่าเป็น Application ใช้สแกนได้อย่างดี ทั้งการสแกนแบบ Object และ Lidar Scan
แต่ Application นี้จะใช้ได้ดีกับ IOS 14 ขึ้นไปซึ่งจะเป็นรุ่นใหม่(iPad Pro,iPhone 12 Pro,iPhone 13 Pro และ Iphone 14 Pro)
และมีการใช้งานแบบ AR ได้อีกด้วย นอกจาก Iphone Ipad แล้วยังรองรับ Mac app ที่มีฟังชั่นการแก้ไข และการใช้งานฟรี สำหรับการใช้งานเบื้องต้น หากต้องการแบบโปรจะมีค่าใช้จ่าย
ซึ่งแน่นอนว่า โดยรวมแล้วการซื้อ 3D Scanner แบบเครื่องใช้งานเลย จะง่ายกว่า และดูเป็นมืออาชีพกว่า พร้อมทั้งการทำงานยังใช้งานได้ดีกว่า ยกตัวอย่าง Einstar 3D Scanner

เหมาะกับ : ผู้ศึกษาการใช้งานScanner ผู้ที่ชื่นชอบ AR VR

แพลตฟอร์ม: IOS 

ราคา: ฟรี สำหรับการใช้งานเบื้องต้น


2.) ARitize360

ARitize360 
เป็น Application จาก Nextech AR ที่พัฒนาขึ้นมา โดยเน้นความเป็น 3D Commercr & Metaverse ที่เน้นใช้ในธุรกิจ เรียกได้ง่ายๆว่าเป็นการสแกนเอาพื้นผิวสำหรับโชว์บนเว็ปไซต์ซึ่งจะเน้นที่สี และรูปร่าง จะไม่เน้นการใช้งานในด้านการพิมพ์ ซึ่งถ้าหากเน้นทางด้านการพิมพ์ด้วยตัว Mesh ที่ได้มาอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง ซึ่งอาจจะตัดด้าน Engineering ไปเลย แต่ถ้าเป็น Art 3D หรือนำไฟล์ 3D ขึ้นเว็ปไซต์อาจจะตอบโจทย์ได้อย่างดี ส่วนด้านการโหลดมาในรูปแบบโหลดฟรี แต่การ Export File .STL หรือ .OBJ อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเริ่มต้นที่ $69 ราคาต่อโมเดล และขึ้นอยู่กับขนาดโมเดล ถ้าเทียบกับการซื้อ 3D Scanner แล้วถ้าเป็นการใช้งานเพียงครั้งเดียวในการสแกนขนาดใหญ่ แน่นอนว่าอาจจะคุ้ม แต่คุณภาพงานอาจจะต้องลองใช้งานดูอีกที ซึ่ง 3D Scanner สามารถสแกนได้ใช้งาน ไม่จำกัด และบางสินค้าของเรามีแถมโปรแกรม Solid Edge เพื่อใช้สำหรับปรับแก้ไขไฟล์ (โปรแกรมอย่างเดียวราคา 100,000+)

เหมาะกับ : ผู้ศึกษาการใช้งานScanner ผู้ที่ชื่นชอบ AR VR เน้นใช้งานด้านอีคอมเมิร์ซ

แพลตฟอร์ม: iOSและAndroid

ราคา: ฟรี แต่การ Export File ต้องมีค่าใช้จ่าย



3.) ItSeez3D

ItSeez3D
จะเน้นการสแกนคน เช่นใบหน้า ลำตัว โดยทำการสแกนเดินไปรอบๆ ขนาดไฟล์ Mesh ที่ได้ค่อนข้างดี หากการสแกน สมบูรณ์ และสามารถใช้ได้ในงาน VR รวมถึงงาน Print ส่วนการใช้งานเน้นไปที่การใช้บน Ipad เท่านั้น ไม่สามารถใช้บน Iphone หรืออื่นๆได้ สามารถ Export File เป็น .STL .OBJ .PLY เพื่อใช้งานในกระบวนการถัดไป แต่การ Export File ได้จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยคิดเป็นรายปี โดยรวมแล้วการใช้เครื่อง 3D Scanner จะดีกว่าอย่างมากทั้งการเสียค่าบริการรายปี และการ Export File แนะนำเบื่องต้นเป็น Einstar 3D Scanner

เหมาะกับ : งานอดิเรกและมืออาชีพ

แพลตฟอร์ม: iOS

ราคา: ฟรี แต่การ Export File ต้องมีค่าใช้จ่าย



4.) Kiri Engine

Kiri Engine
เป็น Application ที่สแกนสีได้ดี เนื่องจากจะเน้นการใช้งานในรูปแบบ photogrammetry แต่ไม่ค่อยสมจริงมากนัก พร้อมทั้งมีระบบ Cloud สำหรับการเก็บไฟล์ และพิเศษกว่านั้นกับระบบ LiDAR RoomScan (สำหรับอุปกรณ์ iOS ) Application ดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี โดยมีข้อจำกัดทางด้านการ Export File สามารถส่งออกได้เพียง 3 File ต่อสัปดาห์ รวมถึงการจำกัดการสแกนเพียง 70 ภาพต่อการสแกน (สำหรับงาน photogrammetry ถือว่ากำลังพอใช้สำหรับมืออาชีพ)

เหมาะกับ : งานอดิเรกและมืออาชีพ

แพลตฟอร์ม: iOSและAndroid

ราคา: ฟรี อัพเกรดพิเศษ $9.99/เดือน หรือ $49.99/ปี


5.) Polycam

Polycam
เป็น App Scanner ชั้นนำที่พัฒนาขึ้นสำหรับ IOS และ Androi การทำงานในรูปแบบ photogrammetry ที่จะนำหลายๆรูปภาพมาเชื่อมต่อกันให้เป็น 3D พร้อมกับการใช้งาน Scan แบบ Lidar ที่สามารถสแกนพื้นที่ได้ และรองรับการ Expport File OBJ, GLB, FBX, DAE และ STL

เหมาะกับ : งานอดิเรกและมืออาชีพ

แพลตฟอร์ม: iOSและAndroid

ราคา: ฟรี $7.99/เดือน หรือ  $59.99/ปี สำหรับรุ่นโปรที่มีคุณสมบัติการ Export


6.) Qlone

Qlone
มาในรูปแบบ all-in-one ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสแกนภาพ แก้ไข และส่งออกไฟล์ดิจิทัล เป็นกระบวนการที่รวดเร็วแต่ไม่ลดทอนคุณภาพ เนื่องจากแอปสามารถสแกนในระดับ 4K ได้ แต่คุณภาพของ ไฟล์ค่อนข้างแย่ การสแกนให้สำเร็จตรงเป็นไปได้ยากมากๆ จำเป็นต้องใช้ โปรแกรมอื่นๆมาช่วยซ่อมแซมไฟล์ต่อ ระบบการสแกนจะจำลองคล้ายกับ 3D Scanner ที่เป็น Fixscan ซึ่งจะต้องพิมพ์กระดาษ คาลิเบรทออกมา เพื่อใช้ในการสแกนและจากนั้นก็นำโทรศัพท์ของเราหมุนไปรอบๆ สำหรับ Ios เปิดให้ใช้งานฟรี แต่มีค่าใช้จ่ายภายใน App โดยเป็นการ Export ไฟล์ การเพิ่มขนาดการสแกนเป็นต้น โดยถ้าเทียบกับการสแกนของเครื่องสแกนแล้วนับว่าเป็นรองอย่างมากสำหรับ Einscan SE V2 ที่สแกนได้เร็วกว่า และสวยกว่า ไฟล์คมชัด และไม่มีจำกัดการสแกนรวมถึงโหมดด้วย แถมเป็นที่นิยมในหมู่ผปู้ใช้งาน เนื่องจากราคาไม่สูง ใช้งานง่าย

เหมาะกับ : งานอดิเรกและมืออาชีพ

แพลตฟอร์ม: iOSและAndroid

ราคา: ฟรี  iOS แต่มีการซื้อเพิ่มเติมภายใน app   ราคา $20 สำหรับ Android 



7.) SCAN3D

SCAN3D
อีกหนึ่งซอฟต์แวร์ photogrammetry ประมวลผลจากถ่ายภาพ 20-40 ภาพ ที่ใช้งานง่ายและเป็น 3D Scanning App โดยเน้นตลาดไปที่การทำ Metaverse แต่สำหรับ photogrammetry ที่ฟรีถือว่าใช้งานได้ แต่ไม่เหมาะกับงาน 3D Print ถ้าหากต้องสแกนแล้วนำไปพิมพ์เลยทันที หรืองานประเภท Engineer แต่มีความเร็วของการสแกนเข้ามาทนแทน ในการใช้งาน ใช้เวลาไม่ถึง 5นาทีก็สามารถได้ 3D Model ออกมา เมื่อเทียบกับ App อื่นๆถือว่าเร็วมากๆสำหรับการสแกน

เหมาะกับ : งานอดิเรกและผู้เริ่มต้น

แพลตฟอร์ม: Android

ราคา: ฟรี (มีข้อจำกัด)


8.) TRINO PLUS 3D Scanner

TRINO PLUS 3D Scanner
เป็นการจับการสแกนภาพ จับโหมดวัตถุ ซึ่งอาจจะต้องใช้ กำลังการทำงานของ Smart phone อาจจะต้องสูงมากๆสำหรับ IOS Trino ได้นำ ARKit และ LiDAR ของ Apple เข้ากับเทคโนโลยีการสแกน เพื่อให้ครอบคุมต่อการใช้งาน ข้อเสียของ App นั้นหลักคือด้านแสงสว่าง ในตอนสแกนซึ่งจะต้องหาแสงเพิ่มเติม เพื่อให้การสแกนที่ดีขึ้น และข้อจำกัดในการของ Export File เนื่องจาก

เหมาะกับ : งานอดิเรกและผู้เริ่มต้น

แพลตฟอร์ม : IOS

ราคา: ทดลองใช้ฟรี (มีค่าใช้จ่าย $9.99 /เดือน)


9.) WIDAR – 3D Scan & Edit

WIDAR
แอปสแกนฟรีสำหรับทั้ง iOS และ Android อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้จำกัดแค่การสแกนเท่านั้น WIDAR ให้คุณแก้ไขโมเดล 3 มิติของคุณในแอพด้วยการปรับแต่ง การปรับปรุง และการแก้ไขที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถแก้ไขสี พื้นหลัง พื้นผิว และการวางแนว
ในการสแกนแบบ Lidar จะใช้ได้ใน IOS เท่านั้น

เหมาะกับ : ผู้ศึกษาการใช้งานScanner ผู้ที่ชื่นชอบ AR VR

แพลตฟอร์ม : iOSและAndroid

ราคา: ฟรี (ไม่มีการ Export)


10.) EM3D: Ethan Makes 3D Scanner

EM3D

เป็น App ที่ใช้การสแกนเป็นหลัก รวมถึงการเก็บสี และเน้นการสแกนในรูปแบบของ คน ซึ่งถือว่าดีมากระดับนึง โดยมีโหมดที่ใช้สแกนตัวเองโดยการ Selfe ตัวเอง ทำให้การสแกนสนุกมากขึ้น ถือว่าเป็นอีกลูกเล่นที่หลายๆ App ไม่เคยทำ แต่ไม่ใช่ Iphone ทุกรุ่นจะใช้งานได้ เนื่องจากจะต้องใช้ร่วมกับระบบ FaceID หรือ Trudepth จึงจะใช้ได้นั่นเองไฟล์ที่รอบรับในการ Export STL, OBJ หรือ PLY  รวมถึงสามารถส่งออกพวก Point Cloud อื่นๆได้ แต่ถ้าหากเทียบกับผลงานที่ออกมา จะยังไม่ใกล้เคียงกับ Einscan H ที่จะนำไปใช้ในภาคอื่นๆได้ โดยเฉพาะการแพทย์ เนื่องจากไฟล์ที่ได้ยังมีการผิดรูปและไม่ตรง

เหมาะกับ : งานอดิเรก

แพลตฟอร์ม : iOS

ราคา: ฟรี (ไม่มีการ Export)


ผ่านไปแล้วกับ 10 Application 3D Scanner ถ้าหากใช้เพียงชั่วคราวหรือเพื่อศึกษาต้องบอกใช้งานได้ทีเดียว และตอบโจทย์อย่างมาก แต่หากต้องการใช้เพื่อประกอบอาชีพ อาจะบอกว่าไม่ตอบโจทย์ ทั้งด้านความคุ้มค่า และด้านผลตอบรับ
ทั้งในด้านการจ่าย หากเป็น App ที่มีการจ่ายเป็นครั้งๆ ถือว่าใช้งานได้ดี ส่วน App ที่มีการใช้เป็นรายเดือนหรือรายปี ค่อนข้างยากที่จะเสี่ยงจ่ายเพื่อใช้งาน และการนำไปประกอบอาชีพ จะต้องบอกว่า คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ทั้งด้านความเป็นมืออาชีพ และการใช้งาน