fbpx

Review : TranScan C 3D Scanner ความละเอียดสูง สแกนเก็บสีได้สวยสดมาก อุปกรณ์จัดเต็มไม่ต้องซื้อเพิ่ม

Review : TranScan C 3D Scanner ความละเอียดสูง สแกนเก็บสีได้สวยสดมาก อุปกรณ์จัดเต็มไม่ต้องซื้อเพิ่ม

เคยเห็น 3D Scannerที่สามารถสแกนได้ละเอียดมากๆ ถึงขั้นเห็นร่องรอยที่ชัดเจนของวัตถุ หรือแม้กระทั้งลายนิ้วมือมนุษย์
ที่แม้แต่สายตาเปล่าๆก็อาจจะมือแทบไม่เห็นและสามารถสแกนเก็บสี ได้สวยสดมากๆ

เมื่อไม่นานมานี้ Shining3D ได้ปล่อย 3D Scanner ตัวใหม่ล่าสุดออกมาเป็นแบบ Fix Scan ที่ในชื่อว่า TranScan C ที่มาเป็นแบบกล้องคู่ เก็บสี สแกนละเอียดมาก
และยังมาแบบจัดเต็ม ทั้งขาตั้งกล้องแบบโปร ฐานหมุนอัตโนมัติ และโปรแกรม Solid Edge โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย คุ้มค่าทั้งราคา และอุปกรณ์ของแถม

 

TranScan C ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ครบครัน ไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่มเลย

จะเริ่มต้นการรีวิวโดยจากตัวเครื่องสแกนเนอร์ ตัวเครื่องสแกนเนอร์เป็นการทำงานแบบ White LED Light ที่เป็นแสงสีขาว กระทบที่ตัวงานและส่งข้อมูลกลับมายังกล้องคู่ 2ตัว
โดยกล้องคู่ 2ตัวนี้เป็นกล้องขนาด12ล้านพิกเซล โดยแบ่งเป็นข้างละ 6ล้านพิกเซล และยังสามารถสแกนเก็บสีได้ถึง 24Bit ทำให้สามารถสแกนเก็บได้สมจริงมาก ถ้าหากมีการใช้งานคู่กับ Light Box ด้วยแล้วจะยิ่งสีสดคมชัดขึ้นกว่าเดิม
การมาครั้งนี้ของเครื่องสแกนนี้ มาแบบครบจบ โดยมีขาตั้งกล้องแบบโปร ฐานหมุนอัตโนมัติ รวมถึงโปรแกรม Solid Edge เรียกได้ว่ามาครบแบบจัดเต็ม ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย(เพราะเพียงแค่โปรแกรม Solid Edge เพียงอย่างเดียวก็แสนกว่าแล้วถ้าซื้อแยก)

TranScan C กล้องคู่ เก็บสี มาพร้อมฐานหมุนอัตโนมัติ และขาตั้งกล้อง

TranScan C เครื่องนี้เป็น 3D Scanner ที่สามารถตั้งได้ 2 ระยะคือ 150 กับ 300
จึงทำให้จะต้องมีฝาครอบกล้องเพื่อป้องกันน๊อตที่ล๊อกอยู่ด้านในและตัวกล้อง ซึ้งน๊อตที่อยู่ด้านใน มีหน้าที่ล๊อกระยะของกล้อง โดยถ้าหากเลื่อนแล้วไม่ตรงจุดระยะก็จะไม่สามารถหมุนน๊อตเพื่อล๊อกได้ การดูล๊อคสามารถดูได้ที่ขีดตรงรางเลื่อน

การเลื่อนและการหมุนน๊อตเพื่อล็อคระยะที่ต้องการ

โดยการตั้งระยะ จะต้องตั้งค่า ตั้งแต่ก่อนเริ่ม Caliblate เนื่องจากไม่สามารถปรับไปมาระหว่างการสแกนได้ และการเลือกระยะจะมีผลกับความคมชัด รวมถึงขนาดของชิ้นงานที่จะสแกนอีกด้วย
ซึ่งระยะ 150 นั้นจะเป็นระยะที่สามารถสแกนได้ละเอียดสูงสุด 35 ไมครอน ซึ่งบอกเลยว่า ละเอียดคมชัดจนน่าขนลุก ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสแกนงานที่มีขนาดเล็ก แต่ไม่ถึงกับเล็กมากแต่ต้องการความละเอียด ซึ่งระยะห่างจากตัวงานในการสแกนต้องไม่เกิน 260mm หรือประมาณเกือบ 1ไม้บรรทัด
     ระยะ 300 จะเป็นระยะที่สามารถสแกนได้ 50 ไมครอน ซึ่งสามารถสแกนขนาดที่ใหญ่ได้ ระยะห่างจากตัวงานต้องไม่เกิน 480mm ประมาณไม่ถึง 2ไม้บรรทัด

ความละเอียดสูงสดุในการสแกนอยู่ที่ 35um

ตัวกล้อง สามารถปรับรูรับแสง และการโฟกัสได้ โดยใช้มือหมุน
โดยการปรับระยะโฟกัสของกล้องนั้นจะเป็นเม็ดมะยม อันเล็กๆ อยู่ที่ตัวกล้อง สามารถปรับได้ตามที่ต้องการ โดยเครื่องจะแนะนำ ให้ปรับรูรับแสงอยู่ระหว่าง 4 กับ 8
และส่วนของ ระยะโฟกัส เราจะปรับตามใจชอบของตัวเอง โดยมีเทคนิคคือ ให้นำกระดาษที่มีตัวหนังสือมาวางไว้ที่แผ่น Calibrate เพื่อที่จะให้กล่องมองเห็นตัวหนังสือนั้น นับเป็นว่าโฟกัสใช้ได้

ปรับรูรับแสงและระยะโฟกัส

การสแกนของเครื่องนี้ จะมีโหมดการสแกนอยู่ 2โหมด ก็คือ Texure Scan และ Non- Texture Scan
Texture Scan คือ การสแกนวัตถุแบบเก็บสี ซึ่งสามารถเก็บสีได้ละเอียดถึง 24Bit สีที่ได้ออกมาจะดูสด และสวยสมจริงมากๆ เหมาะกับกลุ่มงานศิลปกรรม, ประติมากรรม Animation,AR,VR,Metavers
Non-Texture Scan คือ การสแกนวัตถุแบบไฟล์ Mesh สแกนเก็บพื้นผิวอย่างเดียว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงาน ที่นำไปพิมพ์ 3D ต่อหรือทำ Revers Engineering งานประเภทวิศวะกร, อะไหล่รถยนต์เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าเครื่องนี้เครื่องเดียวสามารถสแกนได้ถึง2โหมด และยังละเอียด สีสวย คมชัดอีกด้วย

การสแกน2โหมด Texure Scan และ Non- Texture Scan

โดยวันนี้ที่เราจะนำมาสแกนเป็นการสแกนทั้งการเก็บสีและพื้นผิวโดยใช้เกณฑ์คือ ความละเอียดของพื้นผิว ความสะเหมือนจริงของสี และจุดเล็กๆเช่นร่องของวัตถุ หรือรอยไหม้ของวัตถุขนมนั่นเอง
รวมถึงถ้าหากนำไปพิมพ์เป็น 3D จริงแล้วความละเอียดที่สแกนออกมาได้จะยังอยู่หรือไม่นั่นเอง โดยใช้เพียง Creator Pro2 และ 3DD PLA MATTE ที่เป็นเส้นสีด้านไม่มันเงา เข้ามาเพิ่มเท่านั้นเอง

Real ->3D Scan -> 3D Print

เริ่มการสแกนด้วยการปรับแสง Brightness เป็นการปรับแสงที่จะกระทบวัตถุซึ่งเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแสงมันจะแรงไปหรืออ่อนไปให้ดูที่หน้าจอ ถ้าหากมีจุดสีแดงขึ้นในกล้องแสดงว่า แสงที่เราทำสว่างเกินไปหรือแรงเกินไป ให้ทำการลดลง
เชื่อว่าหลายๆคนยังสงสัยว่า ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมเราไม่ปรับแสงลงให้สุดไปเลยแสงจะได้ไม่แรงเกินไป จะบอกว่าคิดผิดครับ เพราะแสงที่เบาเกินไปจะทำให้การรับภาพของเครื่องผิดเพี้ยน จากที่จะได้วัตถุที่ต้องการสแกน จะได้หลายๆอย่างติดมาด้วย ซึ่งทำให้การสแกนไม่สมบูรณ์
แล้วการปรับแสง ขนาดไหนถึงจะรับรู้ได้ว่าคือการพอดี ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า แสงแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉนั้นเราจะดูที่วัตถุ ให้มันจุดสีแดงกระทบนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับน้อยเกินไป เพื่อบอกกับเครื่อง ตรงนั้นคือจุดที่ต้องการสแกนนั่นเอง

การปรับความสะว่างของแสง Brightness

และต่อมาความพิเศษของเครื่องนี้ที่เป็นจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างคือ Resolution ที่สามารถปรับเปลี่ยนความละเอียดของชิ้นงานได้ตลอด
เพื่อประหยัดเวลาในการสแกน หรือขนาดของไฟล์ที่เล็กลง

Resolution ที่สามารถปรับได้เพื่อลดขนาดไฟล์และที่ต้องการความชัด
HDR เหมาะมากสำหรับแสงที่ไม่ได้สม่ำเสมอ ใช้เพื่อให้ตัวเครื่องปรับแสงแบบ Auto

และต่อมาเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งเป็นฐานหมุนอัตโนมัติ สำหรับบางงานที่ไม่ต้องใช้ฐานหมุนก็สามารถกดปิดไปได้ หรือสำหรับบางงานที่ต้องการก็สามารถตั้งค่าการหมุน ความเร็วรวมถึงสเต๊ปการหมุนอีกด้วย
ส่วนตัวแอดมินจะใช้ผสมกัน เพราะด้วยความที่เครื่องนี้เป็นระบบ กึ่ง Auto และ Manual นั่นเอง ซึ่งการสแกนแบบช๊อตก็ดีเหมือนกัน

ฐานหมุนอัตโนมัติไม่ต้องซื้อเพิ่มเลย

TranScan C ตัวนี้ไม่ได้กำหนดมาตายตัวว่า จะต้องยึดติดท่าเดิมกับขาตั้งกล้อง
แต่ยังสามารถขยับเข้าออกหรือ สามารถเลื่อนขึ้นลง เพื่อให้การสแกนของเราเก็บพื้นผิวได้หมด
และการสแกนที่ด้านล่างของวัตถุก็ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่หงานวัตถุขึ้นแล้วให้มันจุดเดิมที่เราสามารถมองเห็นได้
ก็สามารถสแกนต่อได้แล้ว และด้วยความฉลาดของ 3D Scanner ตัวนี้แทบจะไม่ต้องทำอะไรต่อเลยเพราะตัวของเขาเองมี UI ที่แม่นยำ
ทำให้การต่องานง่ายมาก แต่ถ้าหากการสแกนแล้วการต่องานมีปัญหาก็สามารถทำ Align ได้ด้วยตัวเองได้เช่นกัน

สามารถขยับเพื่อหาโฟกัสการสแกนใหม่ได้

และการปิดผิวก็จะเป็นเหมือนสแกนเนอร์อื่นๆที่สามารถทำได้คือ Unwatertight และ watertight
ซึ่ง Unwatertight คือการปิดผิวที่ด้านนอก แต่ด้านในจะเป็นกรวง ซึ้งเหมาะกับเป็นงานที่ใช้โชว์หรือต้องการความกรวงที่ด้านในเพื่อนำไปทำอย่างอื่นต่อ
อย่างเช่นคอนเท้นท์ที่เราทำการแปลมาจากต่างประเทศที่ สแกนหัวกะโหลก เพื่อไปทำหน้ากาก ซึ่งตัวงานที่ด้านในจะแบบกรวง นั่นเอง
ส่วน Watertight ก็จะตรงข้ามกันเลยก็คือด้านนอกและด้านใน ปิดตัน ถ้าเจอรูตรงไหนก็จะปิดให้ทันที เหมาะมากสำหรับสายที่สแกนแล้วต้องการนำไปพิมพ์ 3มิติต่อ ซึ่งครั้งนี้ที่เราทำนั้นทำเป็น Watertight เนื่องจากเราจะนำไป Print 3D ต่อ
สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ นำไฟล์ 3D Scanner มาลองพิมพ์งานจริง โดยไม่ผ่านโปรแกรมใดๆ 

ผลงานอื่นๆของ TranScan C

สแกนคมชัดเห็นถึงายนิ้วมือ
ผลงานการสแกนที่ได้ออกมาสีสวย เสมือนจริง(ยิ่งใช้คู่กับ Light Box จะยิ่งเสมือนจริง)
ความคมชัด และการเก็บสี ของ TranScan C
ละเอียดและคมชัดมากๆ

สรุปการใช้งาน TranScan C

นับว่าเป็น 3D Scanner ที่น่าทึ่งมากๆ เนื่องจากเป็นเครื่องที่มี UI ที่ฉลาดมากๆและเป็นแบบกึ่ง Auto และ Manual ที่เหมาะกับงานที่หลากหลาย เช่น งานEngineer งานอะไหล่รถยนต์ งานศิลปกรรม งานออกแบบ Animation ,AR,VR,รวมถึงที่มาใหม่อย่าง Metavers เนื่องจากเครื่องเป็นกล้องคู่เก็บสีทำให้สามารถสแกนสีได้สด และเสมือนจริง ถึง 24Bit และละเอียดคมชัดถึง 12 Mp โดยกล้อง2ตัวข้างละ 6 Mp พร้อมกับขาตั้งกล้องและฐานหมุนอัตโนมัติ ซึ่งไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย แม้กระทั่งโปรแกรม การแก้ไฟล์ ขัดผิวไฟล์ การทำ Revers Engineer เพราะมีแถมมาให้ในตัว ในโปรแกรมที่ชื่อว่า Solid Edge ที่เป็น License แท้ตลอดชีพ คุ้มค่ามากๆเนื่องจากโปรแกรมที่แถมมานั้น ซื้อแยกอย่างเดียวก็มีหลักแสนกว่าๆ นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงตัวโปรแกรมที่ใช้สแกน ที่มีการใส่การสแกนแบบ Resolution ที่จะทำให้การสแกนของเราลื่นไหลขึ้น เพราะสามารถความละเอียดระหว่างการสแกน สรุปสั่นๆง่าย เครื่องเดียวครบครัน ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติม!!!