ที่แขวนม้วนกระดาษชำระสำหรับคนใจร้อน

ที่แขวนม้วนกระดาษชำระสำหรับคนใจร้อน

บางครั้งการเปลี่ยนม้วนกระดาษชำระก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ชายแมน ๆ (อย่างเรา) แต่วันนี้เราจะขอเสนอทางเลือกในการเปลี่ยนม้วนกระดาษชำระแบบควิ๊ก ๆ เท่ ๆ ที่สำคัญคือทำเองได้ไม่ยาก แค่โหลดไฟล์มาพิมพ์ แค่แป๊บเดียวก็ได้มาใช้งานแล้ว

รูปแบบที่นำมาเสนอจะมีอยู่สองแบบ แบบจัดเต็ม และแบบมินิมอล มาดูกันเลยครับ

แบบแรกจัดเต็มกันเลย

ไฟล์ 3D โหลดได้ที่นี่ครับ https://www.thingiverse.com/thing:123068

หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้

 

อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีดังนี้

  • สลักเกลียวขนาด  M4 ยาว 30mm หรือมากกว่า เพื่อยึดขารองรับม้วนกระดาษ
  • แกนเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 mm ยาวประมาณ 130 mm สำหรับยึดฝาปิด
  • กาว

การประกอบ

  • ใส่สลักเกียวยึดขารองรับม้วนกระดาษทั้งสองด้าน จะมีรูสำหรับสอดสลักเกลียวอยู่ด้านหลัง
  • ต้องระวังนิดนึง เพราะรูที่ขานี้จะไม่อยู่ตรงกลาง ต้องให้ส่วนที่หนากว่าอยู่ด้านนอกเพื่อให้มันไม่ค้างอยู่ในร่อง
  • ใส่แกนเหล็กเข้ากับฝาปิดแล้วประกบกับฝาด้านข้างทั้งสองอัน ทากาวที่ฝาด้านข้างทั้งคู่เพื่อให้มันไม่แยกจากกัน
  • ประกอบเสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้ จากนั้นนำไปติดตั้งยังตำแหน่งที่ต้องการ

แบบมินิมอล

แบบนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เลย พิมพ์เสร็จแล้วก็ประกอบง่าย ๆ ใช้งานได้ทันที

ไฟล์ 3D โหลดได้ที่นี่ครับ https://www.thingiverse.com/thing:3038152

ลองเลือกดูว่าอยากได้แบบไหนนะครับ

เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรใช้งานได้จริงจาก 3D Printer

เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรใช้งานได้จริงจาก 3D Printer

วันนี้มาแชร์งานดีดีที่ทำได้จากเครื่องพิมพ์สามมิติกันครับนั่นคือ “เครื่องพิมพ์ลายนามบัตรอัตโนมัติ” ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนองานดีๆ มีประโยชน์และยังเพิ่มความหรูหราดูดีและคลาสสิคสุดๆ ให้กับนามบัตรของเราได้ด้วย ซึ่งตัวปั๊มพิมพ์ลายนั้นมีข้อดีหลายอย่างไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราแต่ยังสามารถช่วยให้คนพิการทางสายตาได้รับรู้ถึงข้อมูลและลายละเอียดของเราได้อีกด้วย ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้สามารถทำได้เองโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ ระบบ FDM หรือ SLA ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

 

– ย้อนไปในยุคสมัยก่อนถ้าเราต้องการที่จะพิมพ์นามบัตรต่าง ๆ ก็จะต้องทำบล๊อคขึ้นโมลตัวปั๊มซึ่งต้นทุนสูงและทำยากมากๆ เพราะต้องมีการแกะรายตามแบบที่ต้องการ

– ประโยชน์ของเครื่องพิมพ์ลายไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความหรูหราดูดีแต่ยังช่วยให้คนพิการทางสายตานั้นได้รับรู้และเข้าใจแทนการมองเห็นของเขาได้อีกด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ประโยชน์เพียบ

– ทางเรา PRINT3DD มีก็ได้ทำการทดลองการออกแบบโดยใช้โปรแกรม Solid Edge ในการวาดโครงนามบัตรโดยอ้างอิงจากนามบัตรจริงของเรา

ซึ่งบางคนอาจจะเข้าใจว่า Solid Edge ใช้ออกแบบงานด้านวิศวกรรมต่าง ๆ แต่จริงๆแล้วด้านอาร์ตเล็กๆ น้อยๆ Solid Edge ก็ทำได้เหมือนกัน วันนี้เราจะมาออกแบบโครงนามบัตรกันโดยนำการสแกนนามบัตรจริงเพื่อเป็นเค้าโครงให้กับการออกแบบครับ

– เริ่มจากการออกแบบทรงกระบอกหน้าสัมผัสการปั๊มให้พอดีกับความยาวของนามบัตร และเส้นผ่านศูนย์กลางของทรงกระบอกประมาณ 31 ซม.

– นำเข้าไฟล์รูปภาพจากการสแกนนามบัตรจริงเพื่ออ้างอิงขนาดของนามบัตรและตัวอักษรบางตัวที่ต้องการพิมพ์ทำลายอักษรของตัวปั๊มนั้น โดยการ Import Picture ของโปรแกรม Solid Edge

– สามารถออกแบบเองได้และทำการ Assemby ชิ้นงานเข้าหากันเพื่อดูความแม่นยำและการหมุน

– เรามีตัวอย่างสำหรับงานจริงของต่างประเทศที่ใช้งานมาให้รับชมครับ

– ทุกท่านอาจจะได้เห็นกันแล้วสำหรับเครื่องพิมพ์ลายนามบัตรแบบมือหมุนในแบบต่างๆ เฟสต่อไปของทางเราที่จะทำก็คือให้ทำมันหมุนแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือหมุนให้เปลืองแรงติดตามกันต่อเฟสหน้าครับ

 

 

 

 

 

 

ลูกค้า: บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด

ลูกค้า: บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด

ขอขอบคุณ บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator 3 เพื่อใช้พัฒนาสินค้าของบริษัท ฯ ให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

3D Printer : Flashforge Creator 3

ลูกค้า: รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ลูกค้า: รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ขอขอบคุณ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Creator 3 เพื่อใช้ในกิจการของโรงพยาบาลต่อไป

3D Printer : Flashforge Creator 3

ลูกค้า: มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

ลูกค้า: มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย
ที่อุดหนุนเครื่องพิมพ์สามมิติ Flashforge Guider IIs , Formlabs Form 2, Einscan-SE ไปใช้ในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

เครื่องพิมพ์สามมิติ: Flashforge Guider IIs , Formlabs Form 2,

เครื่องสแกนสามมิติ: Einscan-SE

Bionics เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

Bionics เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
Bionics มาจากคำว่า Biology + Electronics (Jack E. Steele) หรือบางสำนักใช้ Mechanics สำหรับในภาษาไทยนั้น คำที่ใกล้เคียงที่สุดน่าเป็น ชีวจักรกล เป็นเทคโนยีที่ประยุกต์ระหว่าง หมอกับวิศวกร(กรณีที่ใช้กับมนุษย์) หรือ นักวิทยาศาสตร์กับวิศวกร โดยการนำศาสตร์ความรู้ทางเครื่องจักร, Robot, วงจรไฟฟ้า และ AI มาประยุกต์ใช้กับมนุษย์, สิ่งมีชีวิต, สัตว์ รวมถึงพืชด้วย พืช

ตัวอย่างที่เห็นง่ายและชัดเจนคือ แขนกล Bionic Arm ที่ใช้กับผู้พิการแขนขาด สามารถสั่งงานโดยสัญญาณประสาทบริเวณแขนของผู้ใช้งานเอง หรือที่ตอนนี้ฮิตกันมากๆ Exoskeleton อุปกรณ์สวมใส่กับคนปกติ(Wearable robot) ที่ใส่แล้วทำให้คนมีพลังมากขึ้น ลดความเหนื่อยล้าในการ ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตที่คนงานต้องออกแรงเยอะๆ หรือแม้แต่ในวงการทหารที่ทำให้ผู้ใส่กลายเป็นยอดมนุษย์ยกจรวดหลัก 100Kg ได้ เรื่องน่าตืนเต้นในหนัง Scifi พวกมนุษย์ไซบอร์กจะไม่เป็นแค่จิตนาการอีกต่อไป

นอกจากในมนุษย์ Bionics ยังประยุกต์ใช้ในสัตว์เช่น แมลง Bionic Insect เช่นการติด Sensor Tracking การเคลื่อนที่และการดำรงชีวิตของผึ้ง เพื่อศึกษาการลดจำนวนลงของผึ้ง ล่าสุดมีการทดลองติดวงจรรับสัญญาณโดยตรงจากสมองกับลิงพิการ โดยลิงใช้สมองบังคับรถวีลแชร์ให้เคลื่อนที่ได้โดยตรง

Bionics Bugs มีทั้งเลียนแบบการทำงานของแมลง และแบบติดตั้งในตัวของแมลง

โดยนักวิจัยที่ MIT ได้นำเอาท่อนาโนคาร์บอนใส่เข้าไปในเซลล์พืช แล้วทำให้พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยที่ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ไปเชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารระหว่างเซลล์ในพืช เพื่อใช้พืชเป็นอุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งผิดปรกติ ผมเคยเห็นงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่ทำให้พืชเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งหุ่นยนต์ โดยเชื่อมต่อระบบเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์เข้าไปกับพืช เพื่อทำให้พืชสามารถเคลื่อนที่ไปหาแสง หรือ แหล่งน้ำได้ … เป็นการเอาชนะธรรมชาติเดิมของพืช ที่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ไม่ได้

ในบทความนี้จะพูดถึง Bionics หรือ ชีวจักรกลที่เกี่ยวกับมนุษย์เราเป็นหลัก

exoskeleton ช่วยผู้ป่วยเดินไม่ได้ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง

Bionics ในปัจจุบัน
มีหลายปัจจัยบวกที่ทำให้ Bionics มีความนิยมและใช้ในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีมีราคาถูกลง การขึ้นต้นแบบและการผลิตสามารถทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีการผลิตต่ำขั้นจาก 3D Printer แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงและมีความจุมากขึ้น รวมถึงการมาของ IoT เมื่อทุกอย่างสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเนตเวิร์ค บังคับการใช้งานทางไกล

Aging Society สังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุคนมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยอายุขัยของประชากรมากขึ้น คนแก่อยู่ด้วยตัวเองและพึ่งพาตัวเองมากขึ้น Bionics แบบสวมใส่จะช่วยให้คนแก่เหล่านี้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่นชุด ExoSkeleton ทำให้คนแก่เดินได้คล่องตัว หรือช่วยให้มีกำลัง หรือ ตัวซัพพอร์ตเข่าทำให้คนแก่สามารถนั่งยองแล้วลุกขึ้นยืนง่าย

ปัจจุบัน 3D Printer มีความนิยมมากขึ้น และมีราคาถูกลงอย่างมาก มีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ Bionics ล้วนเกี่ยวของกับบุคคล และบุคคลแต่ละคนนั้นมีขนาดไม่เท่ากัน (ขนาดแขนซ้ายและขวายังมีขนาดไม่เท่ากัน) เมื่อก่อนมีข้อจำกัดในการสร้างเนื่องจากเป็นของที่ Custom made ทำให้ต้นทุนสูงใช้เวลาในการผลิตนาน มาปัจจุบันมีเทคโนโลยี 3D Scanning, 3D Printing ซึ่งลดต้นทุนและประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก

ส่วนประกอบต่างๆจาก Bionics Arm มาจากเครื่องพิมพ์ 3มิติ

ความปลอดภัยของการทำงานเป็นกฏหมายบังคับใช้ในหลายๆประเทศ อุตสาหกรรมแรกๆที่ใช้ ExoSkeleton (ชุดที่ใสแล้วช่วย Support ร่างกาย ลดการบาดเจ็บในการทำงาน) คืออุตสาหกรรมรถยนต์ บริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งให้พนักงานของตนใช้ Bionic devices ช่วยในการทำงาน ลองนึกภาพว่าพนักงานในสายการผลิตต้องเงยหน้าทั้งวันในการเช็คสภาพรถและไขน็อต หากไม่มีอุปกรณ์ Support อาจจะทำงานได้น้อย หรือบาดเจ็บจากการทำงานได้ง่ายๆ บริษัทที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเช่น Ford Motor, BMW, Hyundai (บางแห่งของจากพัฒนาและให้พนักงานตัวเองใช้แล้ว ยังเอามาขายกับคนข้างนอก)

การปรับตัวของมหาวิทยาลัยก็มีส่วนสำคัญ ผลักดันให้ Bionics มีความนิยมมากขึ้น เช่นในไทย รพ.รามาฯ เปิดหลักสูตร “แพทย์-วิศวะ” เรียน 7 ปี ได้สองปริญญา ปั้น “แพทย์นวัตกร” สาขาวิชาที่เป็นการประยุกต์แพทย์+วิศวะ ชีวการแพทย์ เทรนดังกล่าวมีมาช่วงนึงแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยี Robotic กับมนุษย์มีความนิยมมากขึ้น การวิจัยที่เกี่ยวกับ Bionics มีมากขึ้น

หลักสูตรที่เปิดร่วมระหว่าง แพทย์รามา-วิศวะมหิดบ

Bionics ในอนาคต
ปัจจุบัน Bionics ยังอยู่ในรูป อุปกรณ์ส่วมใส่(wearable robotics) หรืออุปกรณ์ทดแทน(Prosthetic devices) แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะเข้าใกล้หนัง Scifi มากขึ้น หลายๆคนคงรู้จักหนังดังอย่าง The Metrix การเชื่อมต่อคนเข้ากับคอมพิวเตอร์ ผ่านสมองโดยตรง
ล่าสุด Elon Musk เปิดตัว Neurallink โครงการนี้จะฝั่งเส้นสัญญาณขนาดเล็กมากเข้าไปในสมอง ปัจจุบันอาจจะติดเรื่องกฏหมายเรื่องการทดลองในมนุษย์ แต่นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเรื่องนี้เป็นไปได้และได้ทดลองกับสัตว์ทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

A : การต่อสายสัญญาณกับสมองโดยตรง B : output สัญญาณออกเป็นช่อง USB-C ดูน่ากลัวพิลึก แต่เรื่องดังกล่าวจะใกล้ตัวเรามากในอนาคต

Bionics กับการใช้งาน แบ่งการใช้งานหลักๆได้ดังนี้

  • Health Care
    การใช้งาน ชีวจักรกลเพื่อการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ReWalk เป็น ExoSkeleton เพื่อการสวมใส่สำหรับผู้ป่วย Stroke หรือกำลังทำกายภาพบำบัดอยู่ ลักษณะเหมือนเป็นหุ่นยนต์ช่วยเดิน แบบสวมใส่ ช่วยพยุงตัวคนใช้งาน ส่งเสริมการทำกายภาพบำบัด
    หรืออีกตัวอย่างนึง Open Bionics ทำแขนกลสำหรับผู้พิการแขน โดยสามารถสั่งงานการหยิบจับ ผ่านประสาทสัมผัสที่ต้นแขน โดยผู้ใช้สามารถเลือกสี รูปแบบ รวมถึงออกแบบ แขนกลดังกล่าวด้วยตนเองได้

    บ้านพักคนชราที่ญี่ปุ่นเริ่มการใช้ Exoskeleton กันแล้ว
  • Work
    การใช้ Bionics ในโรงงานอุตสหกรรม คลังสินค้า เครื่องมือช่วยดังกล่าวให้พนักงานทำงานได้ยาวนานขึ้น ลดความเมื่อยล้าในการทำงานลง โดยปัจจุบันใจใน line การผลิตของรถยนต์ Ford, Hyundai หรือในคลังสินค้าอย่างใน Amazon ตัวอย่างต่อไปในประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แต่กับมีผู้ดูแลหรือนางพยาบาลน้อยลง Bionics ที่ใช้สวมใส่ จำพวก ExoSkeleton มีการใช้งานมากขึ้น ในบ้านพักคนชรา ทำให้พยาบาลผู้ดูแลยกคนชราขึ้นเตียงได้ เป็นต้น

    ในสายการผลิตรถยนต์ หรือในคลังสินค้า มีการ wearable robotics อย่างแพร่หลาย
  • Military
    เป็นวงการที่มีเงินลงทุนเยอะที่สุด เรื่องของ Super Soldier มีมานานมากแล้ว เป็นอุปกรณ์ที่สวมใส่ แล้วเพื่อพลังให้ทหารให้ ยกของได้มากขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น และอื่นๆ อาจจะเรียกว่าชุดเกราะทางทหารก็ว่าได้

    เมื่อใส่แล้วทหารวิ่งเร็วขึ้น, สามารถยกของได้มากขึ้น
    เหมือนในหนัง Scifi Exoskeleton มาในการทหารมากขึ้นรวมกับ Robotics

Bionics ประเภทต่างๆตามการสวมใส่

  • แบบส่วมใส่ อาจจะมาในรูปแบบเสื้อ ใส่ที่แขน สวมที่ขา
  • แบบทดแทน ใส่แทนแขนที่เสียไป หรือ ใส่แขนขาที่ถูกตัดไปจากอุบัติเหตุ
  • แบบปลุกถ่าย (จำพวก Neuralink) อันนี้อาจจะดูล้ำหน้า แต่อนาคตอันใกล้เราน่าได้เห็น Bionics แบบปลูกถ่ายในร่างกายเราเลย เชื่อมต่อโดยตรงกับสมองของ อาจจะมาเป็นรูปแบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบฝั่งในร่างกายมนุษย์

Bionics กับ 3D Printer
3D Printer เป็นเครื่องมือผลิตชิ้นงาน แบบ Customize ได้ไม่จำเป็นต้องผลิตแบบเดียวกันเป็นหลักพัน หลักหมื่นชิ้นอีกต่อไป ดังนั้นการสร้างชิ้นงานให้เหมาะกับบุคคลนั้นๆ(personalize) จึงไม่ยากและราคาแพงอีกต่อไป เมื่อวัดขนาดทางกายภายของบุคคลนั้นๆด้วยเครื่องมือวัด หรือ 3D Scanner >> สามารถออกแบบชิ้นงานใน CAD ให้เหมาะกับคนนั้นๆ >> สุดท้ายสามารถพิมพ์ชิ้นส่วนพลาสติก หรือ โลหะให้เหมาะกับขนาดคนนั้นๆต่อด้วย 3D Printer เป็นการลดเวลาและต้นทุนการผลิต อีกทั้งยังแม่นยำพอดีกับคนนั้นๆอีกด้วย

Bionics แบบง่ายๆด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ
Exiii จากญี่ปุ่นใช้ 3D Printer ขั้นสูงในการผลิต
สาวน้อยพิการทั้งสองแขน ใช้ Bionics Arm จาก openbionics
Bionics ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

Links เพิ่มเติม

https://www.print3dd.com/3d-solutions/medical/ 3D Print/Scan กับงานทางการแพทย์
https://thematter.co/science-tech/lex-bionic-chair/61771 คนไทย ทำ KickStarter
https://www.print3dd.com/open-bionics-to-worlds-first/ Bionics Arm
https://mgronline.com/qol/detail/9620000099374?fbclid=IwAR2Jv0US-ueUOO6yBNqgovSrZdmJG8KFW2x5JriAniw2Ni6eS3WmYjhHseQ แพทย์นวัตกร / มหิดล-รามา

พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

พิมพ์ชิ้นงานที่มีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นได้ด้วย Tough 1500 Resin

Formlabs ได้เปิดตัวเรซินชนิดใหม่ Tough 1500 Resin สำหรับเครื่อง SLA Form 3 และ Form 2

Tough 1500 เป็นเรซินที่ให้ความแกร่ง และมีความยืดหยุ่นเมื่อดัดงอ และจะดีดกลับได้อย่างรวดเร็ว และทำซ้ำ ๆ ได้ด้วย เหมาะสำหรับต้นแบบที่ทำงานได้เหมือนจริง จิ๊กและฟิกเจอร์ และข้อต่อต่าง ๆ มันยังมีคุณสมบัติเหมือน polypropylene ในแง่ของความแกร่ง และความแข็งแรงอีกด้วย

Tough 1500 Resin เป็นเรซินที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในกลุ่ม Tough และ Durable ซึ่งไม่แตกต่างกันมากภายใต้การรับแรง แต่จะแตกต่างกันชัดเจนในแง่ของ stiffness และ elongation

จะเลือกใช้ Tough 1500 ในกรณีใดบ้าง

Tough 1500 Resin ใช้งานได้ดีกับงานที่เป็นต้นแบบ และข้อต่อที่มีการบิดตัวแล้วดีดกลับบ่อย เช่นสปริง การประกบงานแบบ snap fits หรือ press fits และบานพับ

Tough 1500 Resin ยังเหมาะกับงานจิ๊กและฟิกเจอร์ ที่ต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา และซับแรงกระแทกได้ด้วย ด้วยคุณสมบัติที่มีความแกร่ง ความแข็งแรง และการรับแรงกระแทก ทำให้ Tough 1500 เป็นเรซินที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแทบทุกอุตสาหกรรมการผลิต

การทำต้นแบบงาน Polypropylene ด้วย Tough 1500 Resin

Polypropylene เป็นเทอร์โมพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสินค้าอุปโภคแทบทุกชนิด คุณสามารถใช้ Tough 1500 Resin จำลองความแข็งแรงของสินค้าที่จะผลิตด้วย polypropylene

ข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin

การประเมินลักษณะที่ดีของวัสดุ เราต้องดูที่คุณสมบัติทางด้านเทคนิคของมัน Tough 1500 Resin มีความสมดุลย์ทั้งด้าน elongation และ modulus ทำให้มันมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถสปริงกลับไปยังตำแหน่งเดิมได้อย่างรวดเร็ว

  • Elongation เป็นการวัดว่าวัสดุนั้นสามารถดึงยืด หรือดัดงอไปได้ไกลแค่ไหน
  • Modulus เป็นการวัดความแกร่งของวัสดุว่าจะบิดงอ หรือยืดได้ง่ายแค่ไหน 

ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วยวัสดุนี้สามารถดัดงอไปได้มาก และดีดกลับมาอยู่ในรูปเดิมได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลทางเทคนิคของ Tough 1500 Resin หลังจากอบแล้ว

Ultimate Tensile Strength Tensile Modulus Elongation at Break Flexural Modulus Notched Izod
33 MPa 1500 MPa 51% 1400 MPa 67 J/m

Data was obtained from parts printed using Form 2, 100 μm and post-cured with a Form Cure for 60 minutes at 70 C.

ดาวน์โหลด Technical Data Sheet ที่นี่

 ตัวเลข 1500 ที่อยู่ในชื่อของ Tough 1500 Resin มาจากค่าของ tensile modulus (หน่วย MPa) ซึ่งจากนี้ไปหากมีการพัฒนาสูตรเรซินใหม่ ๆ Formlabs จะใช้ตัวเลขต่อจากชื่อชนิดของเรซิน ซึ่งจะช่วยให้คุณเลือกใช้วัสดุที่มีความแกร่งตามความต้องการได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการใช้งาน Tough 1500 Resin – ตัวยึดเซ็นเซอร์ของรถเทสลา

บริบัท Unplugged Performance เป็นผู้ผลิตรถยนต์ให้เทสลา แต่เดิมพนักงานจะต้องย้ายหัวเซ็นเซอร์ในส่วนกันชน ของรถยนต์เทสลาซึ่งมีทั้งหมด 6 จุดในรถหนึ่งคัน โดนแกะจากอันเดิมซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วไปใส่อันใหม่ซึ่งใช้เวลาอีก 10 นาที เป็นการอัพเกรดรถให้ลูกค้า ทำให้การเปลี่ยนเซ็นเซอร์ของรถแต่ละคันใช้เวลาถึงหนึ่งวันครึ่ง

ตอนนี้ได้มีการใช้เครื่องพิมพ์ของ Formlabs ในการพิมพ์ตัวยึดเซ็นเซอร์ครั้งละ 30 ชิ้น ทำให้การถอด และใส่เหลือเพียงขั้นตอนเดียว ช่วยให้ทำเสร็จได้ถึงสามคันต่อวัน

Unplugged Performance ใช้ Tough 1500 Resin ในการพิมพ์ตัวจับยึดเนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม สามารถติดตั้งได้อย่างมั่นคง และใช้ได้กับเซ็นเซอร์หลายรุ่น และ Tough 1500 Resin ก็ยังมี impact strength สูงเหมาะจะใช้กับกันชนอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ Tough 1500 Resin ยังมีสีเทา สามารถทำชิ้นส่วนที่มองเห็นได้โดยมันจะดูกลมกลืนกับห้องโดยสารอีกด้วย

 

ซื้อ 3D Printer ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 2.5เท่า

สรรพากรฉีดยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจเดินเครื่องลดหย่อนเครื่องจักรใหม่ 2.5 เท่า

สรรพากรเตรียมออกกฎหมายสนองมาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนการลงทุนในประเทศปี 2563 หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีฯ ที่กระทรวงการคลังเสนอ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ผู้ประกอบการนำรายจ่ายลงทุนในเครื่องจักรมาหักภาษีได้มากถึง 2.5 เท่า

นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เผยถึงสาระสำคัญของมาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศว่า กำหนดให้บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายจากการลงทุนในเครื่องจักร ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เป็นจำนวน 2.5 เท่า โดยแยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 จำนวน 1.5 เท่า (ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง) เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และส่วนที่ 2 จำนวน 1 เท่า เป็นการ หักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคา ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้เช่าแบบลีสซิ่ง และลงทุนในเครื่องจักร เพื่อให้เช่าเครื่องจักรนั้นแบบลีสซิ่ง) โดยผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ในกรณีที่ได้ลงทุนซื้อเครื่องจักรภายในวันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เท่านั้น และเครื่องจักรมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขประกอบดังต่อไปนี้
1. ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
2. หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ และอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ ภายใน 31 ธันวาคม 2563
3. อยู่ในราชอาณาจักร
4. ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรฉบับอื่น ๆ

จากการออกมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเพิ่มในภาคเอกชนกว่า 110,000 ล้านบาท อีกทั้งยังช่วยให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

กรมสรรพากร สำนักงานเลขานุการกรม ส่วนประชาสัมพันธ์
โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324
หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

Priming a printer and starting a remote print (Form 3/Form 3B)

เริ่มใช้งานการพิมพ์แบบ remote (Form 3/Form 3B)

This article applies to Form 3, Form 3B

คุณสามารถสั่งพิมพ์งานได้แม้จะมีงานยุ่ง หรือออกข้างนอก แค่เตรียมเครื่องให้พร้อม(Prime) ส่งไฟล์ไปรอ แล้วสั่งพิมพ์จากสถานที่ใดๆ ในโลกก็ได้

ข้อสังเกต:

การพิมพ์แบบรีโมทต้องใช้บัญชี Dashboard และเครื่องพิมพ์ของคุณจะต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอยู่

การเตรียมเครื่องพิมพ์ (Prime)

ถ้าหากคุณได้ทำการเตรียมเครื่องพิมพ์ของคุณล่วงหน้าแล้ว คุณสามารถส่งไฟล์ไปเข้าคิวรอ และเริ่มพิมพ์โดยอัตโนมัติแม้เครื่องจะอยู่ห่างออกไปไกลๆ 

  1. ที่หน้าจอเริ่มต้นของเครื่องพิมพ์ แตะที่ปุ่ม Prime จากนั้นที่หน้าจอ และสถานะของ PreForm ของคุณจะแสดงคำว่า Primed.
  2. เปิดโปรแกรม Preform.
  3. Add หรือ select เครื่องพิมพ์ของคุณที่ primed แล้วจาก Printer List.
  4. เลือกชนิดของวัสดุพิมพ์ในโปรแกรม ให้ตรงกับวัสดุในเครื่องพิมพ์ 
  5. Open, orient, และ support โมเดลของคุณ
  6. Name your print job. ตั้งชื่องานของคุณ
  7. ส่งงานไปยังเครื่องพิมพ์ของคุณ:
    • เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องพิมพ์โดยใช้ USB 
    • เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครือข่าย Local Area Network (LAN) โดยใช้สาย Ethernet
    • เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครือข่าย Wi-Fi 
  8. ตรวจสอบความคืบหน้าของงานผ่าทาง Dashboard.

ข้อสังเกต:

หากคุณอยู่นอกสถานที่ หรือเครื่องพิมพ์ไม่ได้ต่อกับเน็ตเวิร์คเดียวกัน ดังนั้นใน PreForm จะมองไม่เห็นเครื่องพิมพ์ และไม่สามารถส่งไฟล์งานไปพิมพ์ได้ คุฯสามารถเปิดคำสั่ง Remote Printing เพื่อพิมพ์งานจากต่างเน็ตเวิร์คได้

การตั้งค่าสำหรับ remote printing

เมื่อ Remote Printing ถูกเปิดใช้งาน เครื่องพิมพ์จะไม่ได้ถูกควบคุมจากโปรแกรม PreForm โดยตรง ทั้งเครื่องพิมพ์ และโปรแกรม PreForm จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง Dashboard และ Dashboard จะแชร์ข้อมูลกลับไปยังสองส่วนข้างต้น

โปรดแน่ใจว่าได้ตั้งค่าให้เรียบร้อยก่อนส่งงานไปยังเครื่องพิมพ์

  1. เริ่มต้นจากล็อกอินในบัญชี Dashboard account 
  2. ลงทะเบียนเครื่องพิมพ์ของคุณโดยแตะที่หน้าจอ Settings > Connectivity > Register to Dashboard 
  3. ที่หน้าจอสัมผัสของเครื่องพิมพ์แตะที่ Settings > Connectivity > Remote Printing เพื่อเปิดใช้งาน
  4. ติดตั้งถาดเรซิน ขวดเรซิน และแท่นพิมพ์เข้าในเครื่องพิมพ์
  5. ที่หน้าแรกของจอสัมผัสให้แตะที่ Prime จะเห็นว่าบนหน้าจอสัมผัส ในโปรแกรม PreForm และ ใน Dashboard จะแสดงสถานะ Primed
  6. เปิดโปรแกรม PreForm แล้วคลิกที่ Account เพื่อล็อกอินเข้าบัญชี Dashboard ของคุณ
  7. เพิ่ม หรือเลือกเครื่องพิมพ์ที่ได้ Prime แล้วจากรายการเครื่องพิมพ์
  8. เลือกชนิดของเรซินให้ตรงกับที่ใส่ไว้ในเครื่อง 
  9. เปิดไฟล์งาน ปรับทิศทาง และใส่ซัพพอร์ต ให้กับโมเดลของคุณ
  10. ตั้งชื่อไฟล์งาน แล้วส่งไปเข้าคิวรอพิมพ์ การส่งไฟล์ไปยังเข้าคิวอาจใช้เวลาหลายนาที ขึ้นอยู่กับขนาดของงาน สถานะของเครื่องพิมพ์จะถูกเปลี่ยนเป็น Preparing to Print เมื่อไฟล์งานถูกส่งไปเรียบร้อยแล้ว
  11. ตรวจสอบความคืบหน้าของงานได้ใน Dashboard

ข้อสังเกต:

คุณจะต้องล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้งานเดียวกันทั้งใน PreForm และใน Dashboard เพื่อจะได้มองเห็นเครื่องพิมพ์ที่ prime แล้วของคุณ

ทำให้ remote printing เป็นส่วนหนึ่งในระบบงานของคุณ

การส่งไฟล์งานไปเครื่องพิมพ์โดยใช้ Remote Printing ช่วยเพิ่มไฟล์งานของคุณเข้าไปในคิว หากชนิดของเรซินในเครื่องตรงกับที่เลือกไว้ในไฟล์งานเครื่องก็จะพิมพ์งานตามคิวที่เรียงไว้ หากเรซินที่ใส่ไว้ไม่ตรงกัน เครื่องพิมพ์จะไม่พิมพ์ให้ คุณจะต้องอัพโหลดงานใหม่โดยให้มีเรซินตรงกับในเครื่อง

ในการสั่งพิมพ์โดยใช้ Remote Printing:

  1. นำงานที่พิมพ์เสร็จก่อนหน้าออกจากเครื่องพิมพ์ แล้วใส่แท่นพิมพ์อันใหม่เข้าไปในเครื่อง
  2. ตรวจสอบว่าที่เครื่องพิมพ์ได้เปิดการใช้งาน remote printing โดยแตะที่หน้าจอสัมผัส Remote Printing
  3. ตรวจสอบว่าสถานะของเครื่องพิมพ์เป็น Primed โดยแตะที่ Prime ที่หน้าแรกของเมนู
  4. ใช้ชื่อผู้ใช้งาน Dashboard เดียวกันกับที่ใช้ใน PreForm
  5. Add หรือ select เครื่องพิมพ์ของคุณที่ primed แล้วจาก Printer List.
  6. เลือกชนิดของเรซินให้ตรงกับที่ใส่ไว้ในเครื่องพิมพ์
  7. สร้างไฟล์งานใน PreForm
  8. ส่งไฟล์งานไปยังเครื่องพิมพ์
  9. ติดตามความคืบหน้าของงานพิมพ์จาก Dashboard

ข้อสังเกต:

ป้องกันการใช้ remote printing แบบต่อเนื่องโดยการแตะที่ Unprime บนหน้าจอสัมผัส

นักวิจัยเปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วจากร้านแมคโดนัลเป็นเรซินสำหรับ 3D printer คุณภาพสูง

นักวิจัยเปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วจากร้านแมคโดนัลเป็นเรซินสำหรับ 3D printer คุณภาพสูง

Rajshree Ghosh Biswas นักศึกษาปริญญาเอกในห้องทดลอง Professor Andre Simpson 

นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยโตรอนโต สการ์เบอร์ก ได้เปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารที่ใช้แล้วเป็นเรซินสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีความละเอียดสูง และย่อยสลายในทางชีวภาพได้

การนำน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้งานมาแล้วมีความเป็นไปได้สูง มันมีราคาถูก และพลาสติกที่ทำจากน้ำมันพืชก็ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติได้ดีกว่าเรซินที่ใช้กันทั่วไป 

“การที่พลาสติกเป็นปัญหากับสภาพแวดล้อมก็เนื่องจาก ธรรมชาติไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับสารเคมีที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น เนื่องจากสิ่งเราใช้อยู่เป็นผลผลิตจากธรรมชาติ ในกรณีนี้คือน้ำมันพืช ซึ่งธรรมชาติสามารถจัดการมันได้ดีกว่ามาก

Professor Andre Simpson ผู้คิดค้นเรซินจากน้ำมันพืชในห้องแล็บของเขาเกิดความสนใจในไอเดียนี้ เนื่องจากเมื่อสามปีก่อนเขาได้ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติเป็นครั้งแรก และเขาพบว่าโมเลกุลของเรซินมันเหมือนกับของน้ำมันพืช เลยสงสัยว่าเขาจะทำเรซินจากน้ำมันพืชได้หรือไม่

เรื่องท้าทายเรื่องหนึ่งคือจะหาน้ำมันพืชใช้แล้วปริมาณมาก ๆ จากที่ไหน หลังจากที่เขาพยายามติดต่อร้านฟาสฟู๊ดระดับชาติทุกแห่งในเมือง แต่มีเจ้าเดียวที่ติดต่อกลับมาคือ แมคโดนัล 

Simpson กับทีมของเขาใช้กรรมวิธีทางเคมีแบบตรงไปตรงมาในห้องแล็บ เขาสามารถทำเรซินได้ 420 มล. จากน้ำมันพืช 1 ลิตร เขาลองใช้เรซินนั้นพิมพ์รูปผีเสื้อที่ความละเอียด 100 ไมครอน และมันมีความเสถียรในแง่ของโครงสร้าง และอุณหภูมิ ซึ่งหมายความว่ามันจะไม่เสียรูป หรือละลายในอุณภูมิห้อง หรือสูงกว่า

Prof. Simpson กล่าวว่า “เราพบว่าน้ำมันใช้แล้วจากแมคโดนัลมีความเป็นไปได้สูงในการเปลี่ยนให้มันเป็นเรซินสำหรับ 3D printer”

โมเดลสามมิติที่พิมพ์จากเรซินที่ดัดแปลงมาจากน้ำมันพืชใช้แล้ว 
โมเดลสามมิติที่พิมพ์จากเรซินที่ดัดแปลงมาจากน้ำมันพืชใช้แล้ว

 หลังจากตีพิมพ์ผลงานวิจัย Prof. Simpson ได้รับทุนจากหลายสถาบันเช่น Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada (NSERC), the Canada Foundation for Innovation (CFI), Government of Ontario, และ the Krembil Foundation.

ทุกวันนี้น้ำมันใช้แล้วเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งน้ำมันจากการพาณิชย์ และในครัวเรือน มันยังทำให้ท่อระบายน้ำตันอีกด้วย

ในขณะที่มีการรีไซเคิลน้ำมันใช้แล้วเหล่านี้อยู่ก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงแต่อย่างใด ในการที่เราสามารถเปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วเหล่านี้เป็นเรซินสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรีไซเคิลเพราะในหลายประเทศประชาชนยังต้องจ่ายเงินเพื่อทิ้งมัน

เรซินคุณภาพดีอาจมีราคาสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อลิตร เนื่องจากมันทำมาจากน้ำมันดิบ และต้องผ่านกรรมวิธีทางเคมีหลายขั้นตอน แต่เรซินจากห้องแล็บของ Prof. Simpson จะมีราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบามต่อตัน ซึ่งถูกกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไป

คุณสมบัติที่ดีมากอีกหนึ่งอย่างของมันก็คือสามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้ โดยเมื่อเอาโมเดลที่พิมพ์แล้วไปฝังในดิน ภายในสองสัปดาห์มันจะถูกย่อยสลายไปถึงร้อยละ 20 

Prof. Simpson กล่าวว่า “ถ้าฝังมันลงในดินจุลินทรีย์จะเริ่มย่อยสลายมันในทันที เพราะส่วนประกอบของมันคือไขมัน ซึ่งจุลินทรีย์ชอบกิน และมันทำได้ดีเสียด้วย”