fbpx

CoroNaspresso การทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

CoroNaspresso การทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

พบกับการออกแบบแคปซูลที่ได้นำมาจากถ้วยกาแฟเล็กๆ ที่คนชอบดื่มกาแฟน่าจะเคยเห็นอยู่ปกติซึ่งได้นำมาทำการทดสอบ COVID-19 ด้วยแคปซูลกาแฟ ซึ่งเป็นความดังเดิมของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Wageningen ที่อยู่ในประเทศเนอเธอร์แลนด์โยได้ตั้งใจว่าสิ่งนี้จะเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทอสอบเชิ้อ COVID-19 ที่มีเป็นชุดขายอยู่ในท้องตลลาดปัจจุบัน พวกเขาจึงได้ใช้แคปซูลกาแหอลูมิเนียมเปล่าที่ได้ใช้งานแล้วมาทำความสะอาดและเปลี่ยนให้มันเป็นเครื่องปฏิบัติการทางเคมีที่มีขนาดเล็ก สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจเป็นพิเศษนั้นคือพวกเขาได้นำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มาใช้ในการออกแบบด้วยโดยพิมพ์ออกมาเป็นฝาพลาสติกครอบบนแคปซูลอีกทีหนึ่งซึ่งสามารถบรรจุได้ 4 หลอด โดยทั้ง 4 หลอดนั้นจะทำการทดสอบเชื้อ COVID-19 พวกเขาได้ตั้งชื่อสิ่งนี้ว่า CoroNaspresso วีธีการตรวจคัดกรองแบบใหม่นี้สามารถเพิ่มจำนวนการทดสอบในแต่ละวันได้มากขึ้นเป็นอย่างมาก และสะดวกสบายด้วย ซึ่งราคาต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 8 บาท
Vittorio Saggiomo เป็นนักเคมีชาวอิตาลีในกลุ่ม Bionanotechnology ที่มหาวิทยาลัย Wageningen ในเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาได้จัการกกับปัญหาของการทดสอบ PCR โดยใช้เครื่องมือแบบ 3 มิติ เข้ามาช่วยพิมพ์เช่นกันซึ่งปัจจุบันนั้นการตรวจคัดกรองควรทำให้มันง่ายกว่าเดิมและราคาควรจะถูกลงด้วย เพื่อให้การผลิตเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบเชื้อนั้นมีจำนวนที่มากขึ้นได้ในอย่างรวดเร็วโดยการที่จะทำเช่นนี้ได้นั้นเข้าใช้การขยายสัญญาณไอโซเทอร์มอล (LAMP) แบบวนรอบซึี่งเป็นเทคนิคที่ต้นทุนต่ำในการตรวจสอบหาเชื้อโรคบางชนิด สามารถทำได้ที่อุณหภูมิคงที่ 65°C และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะการตรวจน้ำลายจะถูกทำให้ร้อนและวัดด้วยการใช้ตัวบ่งชี้ pH จะเปลี่ยนสีหากมี Sars-CoV-2 ซึ่ง Vittorio Saggiomo ได้อธิบายว่า “การเปลี่ยนสีนั้นโดดเด่นมาก ตัวอย่าง ถ้าในเชิงลบคือจะเปลี่ยนสีชมพู และเชิงบวกจะเป็นสีเหลือง”

CoroNaspresso ชุดการทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ
CoroNaspresso ชุดการทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

CoroNaspresso เป็นชุดทดลองที่ถูออกแบบขึ้นระหว่างถ้วยกาแฟแบบแคปซูลและฝาด้วยการพิมพ์แบบ 3 มิติ
ที่มาของผลงานนี้ ซึ่งผลิตภัณฑกาแฟนี้เราก็มีใช้กินเป็นประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าแคปซูลนี้ทำหน้าที่เป็นภาชนะที่สามารถใส่เข้าไปที่เครื่องชมกาแฟได้เลย ในแคปซูลนั้นเต็มไปด้วยวัสดุโดยเฉพาะ RT64HC ซึ่งเป็นผงกาแฟที่สามารถละลายได้ที่อุณภูมิระหว่าง 63 ถึง 65 ° C (145.4-149 ° F) ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงซ่ะด้วย ในกระบวนการหลอมละลายเจ้าผงกาแฟนั้นจะใช้เวลา 25 นาที (5 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร) และฝาที่เป็นจุดยึดจับใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในการสร้างมันขึ้นมาโดยที่สามารถยึดเจ้าหลอดทดลองขนาด 200μl จำนวน 4 หลอดที่บรรจุตัวอย่างน้ำลายที่เก็บมาจากคนผู้ป่วย โดยวัสดุพลาสติกที่นำมาพิมพ์เป็นฝายึดจับหลดน้ำลายนั้นคือ Filamet ชนิด PLA ซึ่งมันสามารถทำขึ้นมาได้ง่ายๆ เลยถ้าคุณมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ อยู่ที่บ้านก็สามารถทำเองได้สบายๆ เพราะเครื่องพิมพ์ 3 มิติ นั้นทุกคนสามารถเข้าถึงเองได้ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงาน การที่จะผลิตฝาปิดนี้ขึ้นมานั้นสามารถสร้างได้จำนวนเยอะต่อการพิมพ์ 1 ครั้งเพราะชิ้นงานมีขนาดไม่ใหญ่
นักเคมีชาวอิตาลียังเน้นย้ำถึงความยั่งยืนของการทดสอบโดยได้กล่าวว่ามันสร้างของเสียออกมาน้อยมาก “1 แคปซูลนั้นสามารถใช้งานได้หลายครั้งโดยไม่สร้างของเสียที่ไม่ต้องการออกมา ถ้าเจ้าพลาสติกที่พิมพ์ออกมานั้นเสียก็สามารถนำไปหลอมและและนำไปพิมพ์แบบ 3 มิติ นำมาใช้งานใหม่ได้” อย่างไรก็ตามพลาสติก PLA นั้นสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการเท่านั้นดังนั้นจึงไม่ควรทิ้งในธรรมชาติ

CoroNaspresso ชุดการทดสอบ COVID-19 ในแคปซูลกาแฟ

ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม Vittorio Saggiomo หวังว่าโครงการ CoroNaspresso ที่ตัวเองได้ทำขึ้นมานั้นจะก้าวไปสู่ขั้นตอนการผลิตได้โดยเชื่อมั่นว่าจะได้รับการอนุญาตให้มีการทดสอบแบบกระจายอย่างแพร่หลาย และมันจะอำนวยความสะดวกในการคัดกรอง COVID-19 ซึ่งนักเคมีได้เผยแพร่ขั้นตอนการผลิตเครื่องมือชุดนี้ของเขาไว้ด้วย ที่นี่…

ที่มา : https://www.3dnatives.com/en/

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

Coronavirus: 3D printers save hospital with valves

บริษัทเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในอิตาลีได้ออกแบบและพิมพ์วาล์วช่วยหายใจสำหรับช่วยชีวิต 100 ชิ้นใน 24 ชั่วโมงให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้งานวาล์วเชื่อมต่อผู้ป่วยในผู้ป่วยหนักกับเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลในเบรสเซียมีผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 250 รายในผู้ป่วยหนักและวาล์วได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้ครั้งละไม่เกินแปดชั่วโมง เวอร์ชันที่พิมพ์ 3 มิติมีราคาต่ำกว่า 1 ยูโร(37.32บาท) ในการผลิตแต่ละชิ้นและต้นแบบใช้เวลาในการออกแบบสามชั่วโมง

Nunzia Vallini นักข่าวชาวอิตาลีแจ้งให้โรงพยาบาลติดต่อกับ Cristian Fracassi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Isinnova หลังจากพบว่าซัพพลายเออร์เดิมไม่สามารถจัดหาวาล์วใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาและวิศวกรเครื่องกล Alessandro Romaioli วิ่งไปที่นั่นเพื่อดูวาล์วด้วยตัวเองและสามชั่วโมงต่อมาก็กลับมาพร้อมกับต้นแบบ “พวกเขาทดสอบกับคนไข้คนหนึ่งและบอกเราว่ามันใช้งานได้ดีเราจึงวิ่งกลับไปที่สำนักงานอีกครั้งและเราก็เริ่มพิมพ์วาล์วใหม่” Mr Romaioli กล่าวกับ BBC News
จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าร่วมกับ Lonati ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องพิมพ์สามมิติ ในท้องถิ่นอีกแห่งเพื่อตอบสนองความต้องการเนื่องจาก Isinnova มีเครื่องพิมพ์หกเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆใช้เวลาพิมพ์ประมาณหนึ่งชั่วโมงในแต่ละครั้ง

ที่มา: BBC.com

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การนำ Einscan Pro ไปใช้ในงานศิลปะฝาผนังถ้ำในโคลอมเบียโดย ATEgroup

การใช้เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติ ได้เมีการนำไปใช้งานในหลายๆ ด้านอย่างบทความนี้ก็เช่นกัน ซึ่งในโคลอมเบียได้มีสถานที่ที่เป็นสิ่งสวยงามตามธรรมชาติอยู่มากมาย พร้อมทั้งภูมิประเทศนั้นมีสถานที่น่าทึ่งมากมาย และในเขต Sonsón (Department of Antioquia) มีสถานที่สวยงามมากๆ เป็นพื้นที่ที่แถบจะไม่เหมือนใครเลยทีเดียว แถบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงมันเหมือนกับในนิยายเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ Karst belt ของ Sonsón

Karst belt คืออะไร?
Karst belt คือการก่อตัวขึ้นระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำที่เป็นกรดทำปฏิกิริยากับหินปูนสร้างสารโซเดียมไบคาร์บอเนตซึ่งละลายน้ำได้ เมื่อน้ำที่ชั้นผิวดินและพื้นดินมาปะทะกันในรอยแยกของหินจึงทำให้เกิดการละลายและเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้คนที่มาพบเห็นชื่นชอบเป็นอย่างมากและควรค่าแก่การให้เยี่ยมชมต่อโลกภายนอก แต่ความงดงามจริงๆ ของสิ่งเหล่านี้มักจะซ่อนอยู่ภายในของมัน เพราะเมื่อสั่งเกตุที่ชั้นของเนื้อหินจะสามารถพบเศษหิวอ่อนได้ไอย่างชัดเจน ซึ่งหินอ่อนจะเป็นหินที่เกิดขึ้นขึ้นเมื่อหินปูนที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่สูงๆ รวมกับความกดอาการสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตกผลึกขึ้นมาเป็นรูปร่าง ตามภาพสถานที่ใน Sonsón ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกประการหนึ่งซึ่งภายในถ้ำจะมีกำผนังกำแพงที่ถูกปกคลุมไปด้วย Petroglyph ที่คนรุ่นก่อนๆ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อหายพันปีก่อน

สถานที่ทำการศึกษาภาพวากผนังถ้ำ

Petroglyph หรือเรียกอีกอย่างว่า “ศิลปะบนหิน” ทำหน้าที่เมื่อเครื่องมืที่จะสื่อสารจากคนรุ่นก่อนเมื่อหลายพันปีก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงนั้นจะยังไม่มีดินสอและกระดาษ ก่อนที่เทคโนโลยีการสื่อสารของสมัยใหม่จะถือกำเนิดขึ้นมา การสรา้งภาพวาดบนผาผนังถูกวาดด้วยสีหรือการแกะสลักเป็นแบบนูนต่ำด้วยเครื่องมือของยุคหิน ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและควรแก่การการอนุรักษ์เป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณพวกเขาเป็นอย่างมากที่ทำให้เรารู้ว่าบรรพบุรุษมีการสื่อสารกันอย่างไรในสมัยก่อนหน้านี้ และการสื่อสารตั้งแต่สมัครก่อนนั้นมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งพวกเขาทไให้ได้เห็นสิ่งเหลานี้ได้อย่างชัดเจน

Petroglyph “El Búho”

การที่ได้พบแร่ที่มีค่า เช่น ทองคำมรกตเพชรหรือหินอ่อน ในสถานที่เหล่านี้มันก็กลายเป็นแหล่งขุดค้นที่ทำกันอย่างรวดเร็วนั้นทำให้สิ่งเเหล่านี้อาจจะถูกทำลาย ดังนั้นจึงมีคำถามที่ถูตั้งขึ้นมาว่า Petroglyph จะต้องถูกเก็ยรักษาไว้อย่างไรนขณะที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้สิ่งที่มีผลต่อการเสียหายของ Petroglyph อีกอย่างก็คือสภาพอาการและภัยธรรมชาติทีมีผลต่อในระยะเวลาที่นานๆ วันเข้า สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรจะมองข้าม ปัญหาเหล่านี้พวกเขาจะแก้ไขมันอย่างไร เหล่านี้คือคำถามที่พวกเขาได้ไปพบเจอและคิดกันอยู่หลายวันเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่ถือเป็นมรดกของมนุษยชาติ และสิ่งที่พวกเข้าคิดออกก็คือการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า 3D Scanner เข้ามาช่วยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้
การใช้เครื่อง 3D Scanner เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเก็บรักษาสิ่งเห่านี้ได้อย่างไร
ปัจจุบันความลึก ความสูง และรูปร่าง และแม้กระทั้งแต่สีสามารถทำการเก็ยให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอลได้โดยใช้เทคโนโลยีการสแกน 3D การสแกน Petroglyph ให้ออกมาเป็นภาพ 3D เป็นวิธีที่ดีมากๆ สำหรับการรักษาศิลปะหิวพวกนี้ไว้และยังแบ่งปันข้อมูลให้ผู้อื่นได้แบบออนไลน์สำหรับการทำวิจัย อยู่ที่ไหนก็สามารถศึกษามันได้แต่ไม่ต้องมาที่สถานที่จริง เครื่องที่พวกเขานำมาให้เก็บข้อมูลแบบ 3D นั้นคือ Einscan Pro Plus เป็นเครื่องสแกนเนอร์ 3D จากค่าย Shining3d ที่ใช้แสงในการสแกนจับภาพให้ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สามารถแสดงความลึกของวัตถุได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำและเสมือนจริงมากๆ

การใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus นั้นออกมาได้ดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมากซึี่งเมื่อทำการสแกนนั้น Software สามารถวิเคาระห์รายละเอียดและลักษณะเฉพาะจองการสแกน Petroglyph ได้อย่างละเอียด การนำเทคโนโลยีการสแกน 3D เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลเหมือนกับกรทำสำเนาจากวัตถุงานจริงมาเป็นในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลของ Petroglyph มันสามารถได้ทั้งความแม่นยำ และยังเป็นการปกป้องงานแกะสลักโบราณเหล่านี้ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการเข้าไปวิจัยของมนุษย์ เเละนอกจากนี้พวกเขายังอัพโหลดไฟล์ 3D ไปยังโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าไปชมกันได้ สามารถดูตัวอย่างได้ที่นี่ : https://sketchfab.com/GRUTA

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เครื่อง Einscan Pro Plus + color module

เกี่ยวกับ ATEgroup พวกเขามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านการใช้เทคโนโลยี 3D นำเสนอบริการจาการสแกน 3D เสมือนจริงทางด้านวิศวกรรมย้อนกลับและกาตรวจสอบทางมาตรวิทยาพวกเขาได้ทำงานให้กับลูกค้าและคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศโคลอมเบีย บทความจาก SHINING 3D

The expedition team from ATEgroup

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

ออกแบบเคสนาฬิกาเอง!! ใช้งานเอง!! แบบง่ายๆ

วันนี้เราจะมาว่าด้วยเรื่องของการออกแบบเคสนาฬิกาใช้งานเอง ซึ่งเอาจริงๆ เลยตอนแรกนั้นรุ่นน้องของผมเองที่ออฟฟิศใช้นาฬิกา รุ่น Xiaomi Amazfit GTS แล้วเกิดอยากได้เคสของนาฬิการุ่นนี้เพื่อไม่อยากให้ตัวเครื่องเป็นรอยก็ได้สั่งเคสจากใน shopee มาแต่ผลที่ได้คือเคสที่สั่งมานั้นใส่กับตัวของนาฬิกาไม่ได้ ก็เลยมีความคิดที่ว่าเราสามารถออกแบบตัวเคสเองได้นิเพราะ เรามีทั้งเครื่องสแกนเนอร์และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็เลยลงมือทำเองซะเลย โดยหลักๆ แล้วการออกแบบนี้นั้นก็จะใช้สกิลและเครื่องมือพอสมควรอยู่นะครับ เดี๋ยวผมจะมาอธิบายการทำตั้งแต่เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนของการสแกนนาฬิการต้นแบบ
เครื่องที่ผมเลือกใช้นั้นจะเหมาะกับงานที่มีขนาดเล็กเป็นหลัก และตัวเครื่องจะมีการทำงานที่ง่ายมากๆ คือเครื่อง Shining 3D AutoScan Inspec เราแค่คลิกเม้าส์ไม่กี่ครั้งก็ได้ตัวอย่างนาฬิกาที่จะไปทำเคสออกมาแล้ว ซึ่งตัวนาฬิกา Xiaomi Amazfit GTS นั้นจะเป็นสีดำจะทำให้เครื่องสแกนเนอร์ไม่สามารถสแกนได้ และหน้าจอเป็นกระจก ดังนั้นผมจึงใช้สเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวนาฬิกามีสีที่สว่างและง่ายต่อการนำไปสแกนกับเครื่อง AutoScan Inspec เราก็แค่ใส่เข้าไปในแท่นจับของตัวเครื่องและก็กดสแกนตามปกติ เมื่อเราสแกนด้านที่ 1 ได้แล้วก้ให้พลิกตัวนาฬิกาขึ้นมาอีกด้านที่ยังไม่ได้สแกน จากนั้นโปรแกรมของเครื่องสแกนเนอร์จะทำการ align ตัวชิ้นงานให้เองอัตโนมัติ ซึี่งผมขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องสแกนเนอร์ตัวนี้หน่อยคือสามารถสแกนงานได้ขนาดใหญ่สุดที่ 10*10*7.5 cm ให้ความละเอียดที่ตัวชิ้นงานได้ที่ 10um (0.01 mm) มีระบบการทำงานแบบ 3 แกนที่จะมุนตัวชิ้นงานเองอัตโนมัติ และใช้แสงในการสแกนเป็นแบบ Blue Light ส่วนนามสกุลไฟล์ที่เราได้จากการสแกนเสร็จนั้นคือ .STL หรือสามารถดูรีวิวเกี่ยวกับตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ ที่นี่

AutoScan-INspec Desktop 3D Inspection System
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง Autoscan-Inspec
พ่ยสเปรย์แป้งเพื่อให้ตัวงานสแสกนได้งานขึ้น ถ้าเป็นสีดำ มันเงา หรือใสจะสแกนไม่ได้
เริ่มการสแกนโดยตัวเครื่องจะหมุนชิ้นงานให้เราเองอัติโนมัติ
เมื่อสแกนเสร็จเรียบร้อยจะได้ไฟล์นามสกุล .STL ลักษณะตามนี้

ขั้นตอนการแก้ไข Revers Engineer โดยใช้ Solid Edge Software
มาถึงขั้นตอนนี้จะค่อนข้างยากนิดหนึ่งแต่สำหรับผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Software การเขียน CAD 3D อยู่แล้วก็จะง่ายมากๆ เลยละครับ แต่สำหรับผมเองก็พอทำได้บ้าง ซึ่งเจ้า Software Solid Edge อันนี้จะเป็นตัวที่จะมีพร้อมๆ กับเครื่องสแกนเนอร์อยู่แล้วการใช้งานก็จะคล้ายๆ กับ SolidWorks เลยแต่เครื่องมือจะไม่ได้เหมือนกัน ไฟล์ที่เรานำมาเปิดเพื่อทำการ Revers Engineer ผมจะลดขนาดจาก Software ของเครื่องสแกนเนอร์ก่อนจาก 70MB ให้เหลืออยู่ 30MB เพราะว่าอะไร ถ้าไฟล์งานที่นำมาทำงานมีขนาดใหญ่เกินไปแน่นอนว่ากระตุกแน่ๆ ใน Software Revers Engineer ผมเลยเลือกที่จะลดให้ไฟล์เล็กลงแต่ความละเอียดของตัวงานนั้นจะยังเป็นที่ยอมรับได้อยู่เพราะเคสของนาฬิกาก็จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเรือนอยู่แล้ว ผมจะตั้ง Offset ของผิวงานให้ออกมาจากไฟล์ 3D scan ประมาณ 0.2-0.5 mm เพื่อชดเชยเมื่อนำไฟล์ที่ได้จากการ Revers Engineer นั้นไปพิมพ์ขึ้นตัวชิ้นงานจริงจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติในขึ้นตอนถัดไป การออกแบบผมเลือกที่จะทำเป็นชิ้นด้านบน และด้านล่างแยกกัน เพื่อป้องกันได้ทั้งตัวเรือนของนาฬิกาเราไปดูการออกแบบกันเลยดีกว่าครับ

Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
Software Solid Edge ใช้ในการ Revers Engineer
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ไฟล์งานที่พร้อมจะนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ขั้นตอนการขึ้นรูปต้นแบบด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
ในขั้นตอนนี้ผมจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ของค่าย Formlabs Form3 เป็นเครื่องที่ใช้ระบบ SLA ที่ให้ความละเอียดสูงที่ 25um(0.025mm) และมีน้ำยาให้เลือกหลากหลายในการใช้งานบางชนิดน้ำยาสามารถนำไปใช้งานได้จริงด้วยปต่ผมได้เลือกน้ำยาที่ใช้งานต้นแบบคือ Standard Clear ก็คือเรซิ่นชนิดธรรมดาแต่เป็นสีใส ก่อนอื่นเลยเมื่อเรานำไฟล์ที่ได้มานั้นมาจัดเรียกตำแหน่งที่เหมาะสม ผมจะเลือกเอียงงานให้จุดแรกที่ขึ้นตัวงานนั้นเป็นจุกที่เล็กทีสุดและด้านบนจะเป็นส่วนที่ผมจะไม่อยากให้ส่วนที่เรียกว่า Support ไปแตะโดนเพราะเวลาเราแกะ Support ออกนั้นจะต้องนำมาขัดออกเองก็เลยจะเลือกด้านที่เป็นจุดที่มีพื้นที่ผิวที่เยอะและเรียบไปสัมผัสกับส่วน Support ความละเอียดที่ผมเลือกคือ 100um (0.1 mm) ก็จะใช้เวลาในการพิมพ์ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อเราพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปล้างด้วยน้ำยาล้าง IPA และผมจะรีบนำไปเป่าด้วยปั้มลมเพื่อให้ตัวงานไม่เกิดคราบจากการล้าง เมื่อแน่ใจว่าแห้งเรียบร้อยแล้วให้นำตัวชิ้นงานไปอบประมาณ 10-15 นาที อุณหภูมิ 50-60 องศา เพราะงานมีความบางแค่ 1 mm ความบางทีอบนานไปตัวงานจะหดตัวค่อนข้างเยอะและอาจจะกรอบแตกง่าย จากนั้นนำมาแกะ Support ออก ส่วนจุดที่เป็นลอยนู้นๆ จาก Support ผมจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 250/400/1000 ในการขัดแต่ง และถ้าเราขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจะสังเกตุเห็นว่าจะเป็นคราบขาวๆ ที่เกิดจากการขัดด้วยกระดาษทรายนั้นปมจะใช้น้ำมันหล่อลื่นทาที่ตัวงานแล้วนำไปอบแห้งอีกครั้งโดยใช้เวลา 10 นาที อุณหภูมิที่ 50 องศา ก็เพียงพอแล้ว

การจัดเรียงงานเพื่อนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Form3
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
ชิ้นงานเมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว นำไปเป่าด้วยปั้มลม
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำชิ้นงานมาขัดด้วยกระดาษทราย ลบลอย Support
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง
นำมาลองประกอบกับตัวเรือนนาฬิกาจริง

Filamentย่อยสลายได้100%

Filamentย่อยสลายได้100%

บริษัทผลิตFilamentสำหรับ3D printer ในประเทศสาธารณรัฐเช็คประสบความสำเร็จการผลิตFilamentที่ทำจากวัสดุย่อยสลายได้แบบ100% โดยที่เจ้าFilamentตัวนี้จะเกิดจากการผสมกันระหว่างโพลีแลคติก(PLA)กับโพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB) ที่จะทำให้เส้นตัวนี้มีความแข็งแรงมากขึ้นและยังมีคุณสมบัติที่ทนต่ออุณหภูมิสุงได้ถึงขั้นเอามาทำแก้วกาแฟได้เลย และที่สำคัญFilamentนี้ยังสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ทั้งหมด

***โพลีไฮดรอกบิวทิเรต(PHB)คือ พลาสติกที่สังเคราะห์มาจากสารประกอบคาร์บอนของวัสดุอินทรียสาร โดยดั้งเดิมนำมาจากเซลล์ของจุลินทรีย์ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสุงทำให้ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเราและใช้งานเฉพาะด้านเท่านั้น ต่อมาได้ทำการใช้สารประกอบคาร์บอนจากผลผลิตทางการเกษตรแทน เช่น อ้อย มันสำปะหลัง(แหล่งกำเนิดเดียวกับPLA)

ก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพลาสติกย่อยสลายได้โดยการสรา้งออกโซ-ไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นพลาสติกธรรมดาที่เติมสารที่ทีให้ย่อยสลายได้เมื่อมีออกซิเจน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถย่อยสลายได้หมดซึ่งอาจทำให้มีสารพิษตกค้างสู่พื้นดินและทะเล
การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการร่วมมืแกันรหว่างผู้ผลิตกับมหาวิทยาลัยเทคนิคสโลวัคในประเทศสโลวาเกียเพื่อที่จะให้ได้ซึ่งพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้อย่าง100% โดยเป้าหมายหลักคือพลาสติกชนิดนี้ต้องสามารถนำไปใส่ในปุ๋ยหมักกับเศษอาหารจากโรงงานและจากครัวเรือนวึ่งการย่อยสลายจะเร็วกว่าPLAถึง3เท่าตัวเลยทีเดียว โดยสารPHBจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายได้เร็วขึ้น

Filament ชินดนี้ได้ใช้ในชื่อ NonOilen โดยคุณสมบัติเส้นชนิดนี้ทั่วๆไปนั้นมันคือPLAดีๆนี่เอง แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือมีความแข็ง ความเหนียวที่เหนือกว่าถึงหลาเท่าตัวอีกทั้งยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง110องศาเซลเซียส(ABSทนได้อยู่ที่105องศาเซลซียส) และยังง่ายต่อการพิมพ์อย่างมากเพราะจะใช้อุณหภูมิที่180-195องศาเซลเซียส เมื่อพิมพ์ออกมาจะมีงานลักษณะเงาเป็นธรรมชาติ ชิ้นงานที่ถูกพิมพ์ออกมานั้นยังมีอายุที่ยาวนานและยังใช้กับอาหารได้ด้วย

ในการวิจัยFilamentชนิดนี้นั้นได้ทำการพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วทำมาหลอมทำเส้นให่อีกครั้งอยู่หลายร้อยครั้งเลยทีเดียวก็ยังสามารถใช้ได้ แล้วเมื่อนำไปฝังกลบก็ยังสามารถย่อยสลายได้โดยที่ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในดินเลย

จะเห็นว่าเส้นพลาสติกที่ผลิตจากกระบวนการรีไซเคิลหรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีขายเพียงน้อยชนิดเท่านั้น ซึ่งในอนาคต3D printerอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านมีไว้ก็เป็นได้ ก่อนจะถึงขั้นนั้นวัสดุที่ไร้พิษภัยจะต้องมีมาเพื่อให้ทุกคนสรา้งสรรค์งานได้อย่างสบายใจ

แกะสลักขวดแก้วกัน CO2 Laser Engrave

แกะสลักขวดแก้วกัน CO2 Laser Engrave

บทความนี้เรามาแกะสลักขวดแก้วกัน โดยใช้เครื่อง Laser CO2 Ray6 เลเซอร์แบบซีโอทู นั้นเป็นยิงคลื่นความร้อนออกมาใช้ได้ดีกับวัตถุอโลหะต่างๆ รวมถึงแก้วด้วย ช่วงนี้กระแสกัญชา-กัญชง มาแรงเริ่มมีการอนุญาติ มีลูกค้าหลายเจ้าสนใจทำสินค้าที่เกี่ยวกัญชา-กัญชง Laser Engraving เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้ ในที่นี่เรามาแกะสลักขวดแก้วที่บรรจุสมุนไพรดังกล่าวกัน

  1. เริ่มต้นเลือกขวดแก้วครับ ถ้าขวดแก้วมีหน้าที่เป็นระนาบเรียบอยู่แล้ว ก็ทำได้เลย / ถ้าขวดเป็นรูปร่างทรงกระบอกอันนี้ใช้ Rotary เข้าช่วยครับ (ในบทความนี้ ใช้ขวดที่มีด้านเรียบด้านหนึ่งครับ)
  2. เลือกไฟล์ที่เราต้องการใช้ การแกะสลักแก้วไม่ควรเลือกลายที่ความซับซ้อนมากนัก

    เลือกโลโก้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก
  3. แนะนำแปลงไฟล์รูป เป็น Vector สามารถทำได้ทั้งใน RD Work V8 และ Illustrator (ทำใน Illustrator ง่ายกว่าเห็นๆ ใช้คำสั่ง Image Trace จ้า)

    ทำรูปมาทำเป็น Vector ด้วย Image Trace ใน Illustrator
  4. Save ไฟล์เป็น .ai ได้เลยครับ แต่เน้นว่าต้องเป็น Version CS3 หรือต่ำกว่า เพื่อให้สามารถเปิดได้ใน RD Works.

    อย่าลืม Save Files เป็น CS3 นะครับ
  5. ใน RD Work V8 แบ่งการทำงานเป็น 2 Layer  Layer1 เป็นการ Scan แกะสลักที่ละแถว ปิดท้ายด้วย / Layer2 เป็น Cut วาดเลเซอร์เป็นขอบ Outline เพื่อให้ได้รูปที่คมชัดมากขึ้น

    ทำงานเป็น 2 Layer อันแรกเป็น Scan คือแกะสลักที่ละแถว และ Cut วาดเลเซอร์ตาม outline
  6. ทำการ Simulate ว่าทำงานตามแบบที่เราต้องการจริงๆหรือไม่

    Simulate การทำงานว่าลำดับตามที่เราต้องการหรือไม่ ถ้ามั่นใจแล้วค่อยไปยิงเลเซอร์
  7. เอาไฟล์ที่ Export ออกมา .rd ไปใช้  ในบทความนี้จะเซฟใช้ USB Drive ไปพิมพ์
  8. วางขวดแก้วดีๆ มั่นใจว่าได้ระนาบ คำสั่งหนึ่งก่อนพิมพ์ที่แนะนำให้ทำทุกครั้งคือ Frame (เครื่องจะทำการวาดพื้นที่ที่จะทำงานจริงๆ โดยยังไม่ยิงแสงเลเซอร์ออกมา ช่วยให้เรากะตำแหน่งได้แม่นยำมากขึ้น)
    เชคก่อนพิมพ์ หน้าจอ Ray6, 9, 13 มีพรีวิวให้เห็นและปรับที่หน้าจอได้เลย

    ตั้งหน้าตั้งตารออย่างตื่นเต้น

ข้อสังเกตุ : การแกะสลักกระจก ให้ระวังเรื่องความร้อนด้วยครับ ถ้าร้อนมากกระจกแตกได้ ในบทความนี้ใช้กำลัง 18% ที่ความเร็ว 100mm/s

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Upgradeให้ทันสมัยกับ Flexible build plate

Flashforge ได้ปล่อย Flexible build plate ออกมาให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมาแซะงานจากเครื่องอีกต่อไป ทำให้ยกฐานออกมานอกเครื่องเพื่อบิดงอให้งานหลุดได้เลย

***Flexible build plate for Creator pro2 สามารถใช้กับเครื่อง CreatorX , Creator proรุ่นดั้งเดิมและ Dreamerได้ด้วยนะ

การเปลี่ยนจากแผ่นรองพิมพ์รองพิมพ์จากแบบเดิมเป็นแม่เหล็ก





ในชุดของ Flexible build plate จะประกอบด้วย แผ่นรองพิมพ์ แผ่นรองพิมพ์โลหะ และแผ่นแม่เหล็กดังรูปด้านล่าง
เริ่มแรกให้ทำการทำความสะอาดแผ่นรองพิมพ์โลหะ โดยใช้กระดาษเช็ดได้เลย เพื่อไม่ให้มีฝุ่นตอนติดแผ่นรองพิมพ์
นำแผ่นรองพิมพ์ติดลงบนแผ่นรองพิมพ์โลหะ
ก่อนจะติดของใหม่ให้ทำการลอกแผ่นเก่าที่ติดอยู่กับเครื่องออกไปก่อน จากนั้นให้คราบกาวเก่าออกให้เยอะที่สุด
นำแผ่นแม่เหล็กติดลงแผ่นฐานพิมพ์ได้เลย ต้องติดให้เรียบที่สุดโดยการค่อยๆรีดไปเรื่อยๆระหว่างติด
นำแผ่นรองพิมพ์โลหะมาติดก็เรียบร้อย
หลังจากที่ทำการติดเรียบร้อยแล้วให้ทำการLevelใหม่อีกครั้งเนื่องจากติดชุดFlexible build plate แล้วจะทำให้ฐานพิมพ์มีความสูงมากขึ้น
ขั้นแรกให้หุนปรับระดับฐานลงมาให้เยอะๆก่อน จากนั้นเข้าไปที่เมนูLevelที่เครื่องจากนั้นก็ทำการCalibrate โดยที่ฐานพิมพ์กับหัวฉีดจะห่างกันที่ 0.1 มม. ซึ่งขนาดของกระดาษA4 จะมีความหนาที่0.11มม. จึงเอากระดาษสอดเข้าไประหว่างฐานและหัวฉีดเพื่อCalibrateได้

เพียงเท่านี้ก็ทำให้การใช้งานFlashforge 3D Printer ของท่านง่ายขึ้นอย่างมากมาย

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

Laser Cutter & การออกแบบที่สวยงาม

การออกแบบและคิดค้นสร้างผลงานต่างๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมากถ้าสิ่งที่เราคิดค้นขึ้นมาได้เกิดเป็นชิ้นงานจริง วันนี้เรา Print3DD ขอนำเสนอผลงานจากระบบ Laser Cutter ที่จะช่วยให้ความคิดและคุณภาพในการออกแบบของคุณเกิดประโยชน์มากขึ้นให้ถึงที่สุด โดยการสร้างชิ้นงานในรูปแบบ 2 มิติ ตามการออกแบบที่สวยงามในด้านงานต่างๆ คุณก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ตามความต้องการที่พอใจ หลังจากนี้ความคิดที่สร้างสรรค์ และงานศิลปะที่สวยงามของคุณก็จะมีมูลค่าทางความรู้สึกที่มากขึ้น


ขั้นตอนการออกแบบนั้นสิ่งที่สำคัญคือความพึงพอใจของเราเพราะทุกอย่างคือสิ่งสวยงามเสมอ


นำไฟล์ที่ออกแบบมาเข้าสู้โปรแกรมของตัวเครื่อง Laser เพื่อปรับแต่งเล็กน้อยให้ชิ้นงานดูสวยงามรวมไปถึงการปรับขนาด


ระยะเวลาในการทำชิ้นงานของเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียดอยู่ตัวงานและขนาด

 

ชิ้นงานที่สวยงามจากแผ่นไม้ก็ดีนะ อิอิ

เสร็จเรียบร้อยแล้วววว!!! สวย!!!

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

นักวิจัยโชว์การพิมพ์ตับHi-Speed resin hydrogel

SLA 3D Printing เป็นระบบที่กำลังจะเป็นอนาคตของวงการแพทย์จึงทำให้นักวิจัยด้านการแพทย์หรือที่เกี่ยวข้องศึกษาเกี่ยวกับการพิมพ์วัสดุททางการแพทย์(Bioprinting)เพื่อมาใช้ประกอบกับการรักษาหรือวินิจฉัยอาการป่วยให้แม่นยำมากขึ้น แม้แต่Formlabsก็มีน้ำยาเรซิ่นด้านการแพทย์อยู่หลายชนิดเช่นกัน
ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กวิทยาเขตบัฟฟาโลได้ทำการพัฒนา 3D printer สำหรับการใช้งานเพื่อพิมพ์Hydrogelและ โชว์การพิมพ์อวัยวะและตัวอย่าเนื้อเยื่อด้วยHi-speed Resin Hydrogel โดยการพิมพ์ตัวอย่างชิ้นนี้จะใช้เวลาเพียง19นาทีเท่านั้น หากเทียบกับ3D Printerทั่วๆไปจะใช้เวลาถึง6ชั่วโมงเลยทีเดียว
จากรูปจะเป็นการเทียบสเกลกับ1เซนติเมตรเพื่อให้เห็นคร่าวๆว่าตัวงานมีขนาดประมาณไหน

ตัวอย่างงานที่พิมพ์ ที่ได้ทั้งความเร็วและความละเอียดที่สูงมาก(ประมาณขนาดโดยใช้สเกล1cmด้านบนขวา)

โดยงานนี้ได้อธิบายไว้ในงานวิจัยอย่างละเอียดในชื่อ” a study published in the journal Advanced Healthcare Materials.” ซึ่งศาสตราจารย์ Chi Zhou ได้บอกเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ว่า “กระบวนการนี้ทำให้เราสามารถพิมพ์ชิ้นงานด้วยHydrogelในขนาดหลักเซนติเมตรได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และยังทำให้ตัวชิ้นงานที่ได้จากการพิมพ์มีร่องรอยตำหนิน้อยลงด้วยอีกทั้งยังลดอาการบาดเจ็บของชิ้นงานจากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับกระบวนการขึ้นรูปHydrogelแบบทั่วไป”

ตัวอย่างงานที่ทำการพิมพ์โชว์ โดยดูการพิมพ์ได้จากวิดีโอด้านล่าง

ซึ่งในวิดีโอที่ทางทีมวิจัยได้ทำการนำมาโชว์เรานั้นจะเป็นการพิมพ์ตัวอย่างตับ ซึ่งถ้าหากเราสังเกตด้านซ้ายของวิดีโอจะเห็นได้ว่าการพิมพ์งานชิ้นนี้ใช้เวลาไม่ถึง5นาทีเท่านั้น





3D Printing ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นความหวังของทุกวงการในโลกที่จะพัฒนางานวิจัยและพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดมากขึ้น

Formlabs ผู้ผลิต3D Printerที่สามารถใช้งานทางการแพทย์และอื่นๆได้เป็นอย่างดี

Ray9 สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม เลเซอร์เครื่องแรกออกตัวอย่างสวยงาม

Ray9 สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม เลเซอร์เครื่องแรกออกตัวอย่างสวยงาม

จัดเครื่องเลเซอร์คัตเครื่องแรก ที่ บริษัท สมาย คอนเทนเนอร์ อุตสาหกรรม จำกัด

ได้สั่งซื้อ Ray9 Laser Cutting&Engraving ขนาดการทำงานที่ 900 x 600 mm. สามารถตัดและแกะสลักวัสดุได้หลากหลายมากๆ

สินค้าภายใต้ Ray ควบคุมการผลิตโดย Print3DD แบรนด์คนไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร บริษัทต่างๆ ทั่วประเทศ สินค้าพร้อมสอนการใช้งานจนเป็น

ทางเราจัดการส่งเครื่องถึงที่ และสอนการใช้งานเครื่องรวมไปถึงการใช้งานโปรแกรม RD Work สำหรับการใช้งานเลเซอร์

  • แหล่งกำเนิดแสง : CO2 Tube กำลัง 100Watt
  • การเคลื่อนที่ : XY Cartesian, Z ขึ้นลงแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ Auto Focus
  • แผงควบคุม : หน้าจอสี 5นิ้ว, แสดงสถานะการทำงาน, ปุ่มกด, Numeric keypad
  • Software : RD Work (License แท้) รองรับไฟล์ CorelDraw, Photoshop, Auto CAD, illustrator, PLT, DST, DXF, BMP, DWG, AI, RD
  • OS : Window 7, 10 or Higher
  • การเชื่อมต่อ : Online-เชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์, Offline-สั่งงานผ่านที่แผงควบคุม, ผ่าน USB Drive, LAN, Wifi
  • Cutting Speed : 0-24000mm/min
  • Engraving Speed : 0-60000mm/min
  • Accuracy : 10-50Micron
  • Table : Honeycomb Aluminium
  • ระบบหล่อเย็น : Chiller CW3000 / Air Pump
  • Safety : Door Sensor, Cooling Sensor
  • วัสุดที่รองรับ : ไม้, แผ่นพลาสติกต่างๆ เช่น Acrylic, PolyCabonate, Plaswood, HIPS, ไม้อัด, ไม้จริง, หนัง, ยาง (วัสดุอโลหะ ชนิดต่างๆ)
  • เลเซอร์ระบุตำแหน่ง : สีแดง
  • ตัดอะครีลิกได้หนาสุด : 30mm

สอนตัวเครื่องและภายในกลไกต่างๆให้กับช่างประจำโรงงาน เพื่อให้เข้าใจและสามมรถตรวจสอบความผิดพลาดเบื้องต้นได้

 

ทดสอบการใช้งาน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ก่อนใช้งานจริง